วิเคราะห์ 5 ปัจจัย เพราะเหตุใดหนอ? ทำกิเลน พ่ายเละขนาดนี้

วิเคราะห์ 5 ปัจจัย เพราะเหตุใดหนอ? ทำกิเลน พ่ายเละขนาดนี้

ได้เห็นผลไทยลีก เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 มี.ค.61) ถึงกับข้าวพุ่งออกจากปาก เมื่อกิเลนผยอง รองแชมป์เก่าบุกไปพ่ายน้องใหม่ พีที ประจวบ 6-1 โดนยิงครึ่งโหล ทำให้สาวกกิเลนผยองต้องช็อคไปตามๆ กัน รวมทั้งแฟนบอลทั่วไปก็คงงงเป็นไก่ตาแตกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้แฟนบางทีมอาจจะมีสะใจอยู่ลึกๆ ก็ตาม

ผลการแข่งขันที่ออกมายากเกินที่จะมีใครคาดเดาว่ามันจะจบลงแบบนี้ แม้แต่จะคิดว่า “ต่อพิฆาต” จะเปิดบ้านชนะแชมป์เก่า 4 สมัย แทบจะยังไม่มีใครคิดเลย ถ้าไม่ใช่แฟนบอลทีมประจวบ อันนี้เราวิเคราะห์จากความน่าจะเป็นก่อนเกม คือแย่ที่สุดของทีมเยือนก็คงจะแค่เสมอ หรือถ้าแพ้จริงๆ มันก็พอเป็นไปได้ แต่คงไม่เกินหนึ่งลูก นี่โดนเข้าไป 6 ลูก ใครจะเชื่อ

ตื่นเช้ามาวันนี้เชื่อผมสิ แฟนบอลเมืองทองฯ ยังไม่เชื่อเลยว่าเมื่อวานนี้แพ้ประจวบไป 6-1 แต่นั่นแหละทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว “ความจริง ก็คือความจริง” ดังคำกล่าวของ ครูปรีชา แฟนบอลเมืองทองฯ คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องเป็นกำลังใจให้กับทีมเพื่อสู้และเดินหน้าต่อไป

การโดนคู่แข่งยิงถึง 6 ลูกแบบนี้มันเกิดขึ้นไม่บ่อยกับทีมลุ้นแชมป์อย่างเมืองทอง ซึ่งที่ผ่านมากิเลนผยองเคยโดนคู่แข่งยิงมากสุดคือ 5 ลูก ไม่ว่าจะเป็นการพ่ายต่อ พลังเอ็ม 5-1 เมื่อปี 2011 และแพ้คาบ้านต่อสุพรรณ 2-5 เมื่อปี 2014 นี่จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่เละเทะและอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร จึงเป็นที่มาของการลาออกของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน แต่ดูเหมือนบอร์ดจะยังไม่ให้ไปง่ายๆ คงต้องตามดูกันต่อไป

ร่ายน้ำมาเยอะละ เข้าเรื่องกันดีกว่ากับเหตุผลที่ว่าทำไม เอสซีจี เมืองทองฯ ถึงได้แพ้คู่แข่งที่เป็นทีมน้องใหม่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาแบบเละเทะและหมดรูปขนาดนี้ คิดไปคิดมามีอยู่ 5 ข้อหลักๆ ด้วยกัน

1.เดินทางไกล

จริงๆ ข้อแรกนี้บอกไปเหมือนเป็นข้ออ้าง ซึ่งไม่น่าจะหยิบยกขึ้นมาพูด แต่ผมคิดว่ามีส่วนอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะการบุกมาเยือนประจวบครั้งนี้ ขุนพลกิเลนผยอง ใช้วิธีเดินทางด้วยรถบัสจาก กทม. ยิงตรงมาประจวบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง ใครเคยนั่งรถลงใต้โดยเฉพาะเส้นประจวบก็คงรู้ดีว่ามันเปื่อยแค่ไหน แม้จะเดินทางมาล่วงหน้าหลายวันอยู่ แต่เท่าที่เห็นการเล่นในสนามวานนี้ เหมือนแต่ละคนไม่มีแรง ดูล้าๆ เร่งไม่ขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ผมว่าเรื่องนี้ก็ต้องมีผลกระทบอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

2.มุ้ย,อุ้ม,ตอง ไม่อยู่ กระทบชัดเจน

เป็นการออกสตาร์ทฤดูกาลที่น่าผิดหวังของกิเลนผยอง ในฤดูกาลนี้ 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิงได้ 6 เสีย 11 เก็บได้ 7 คะแนน รั้งอันดับ 10 ของตาราง คือถ้าเป็นทีมทั่วไป ถือว่าไม่น่าเกลียด แต่ระดับเอสซีจี เมืองทองฯ ทีมลุ้นแชมป์ มันน่าผิดหวังมากๆ โดยเฉพาะเกมในบ้านสองนัดยังไม่ชนะใคร และแต่ละเกมก็ดูเล่นฝืดๆ เนือยๆ อย่างไรชอบกล รวมๆ แล้วคือทีมกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตก ขาดความมั่นใจ และระบบการเล่นยังไม่ลงตัว

ซึ่งแน่นอนว่ามันมาจากการปรับเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่ในฤดูกาลนี้ ที่ชัดสุดคือการเสีย ธีรศิลป์ กับ ธีราทร ไป มันกระทบชัดเจน แม้ใครจะบอกว่านักเตะที่มีอยู่ทดแทนกันได้ก็ตาม ลองย้อนกลับไปดูผลงานช่วงปรีซีซั่น ที่มีนักเตะเหล่านี้อยู่ฟอร์มของเมืองทองฯ ดีมาก แต่พอเปิดฤดูกาลจริงๆ กลับเล่นไม่ออก การเสีย ตอง อาจกระทบไม่มาก แต่ มุ้ย กับ อุ้ม นี่เต็มๆ รวมทั้ง อดิศักดิ์,เจนรบ ก็ดันมาเจ็บไปอีก

3.เกมรุก เกมรับ มีปัญหา

จากการเสียตัวหลักไปหลายคนมันก็กระทบชิ่งมาถึงระบบการเล่น ทั้งเกมรุก และเกมรับ ที่ดูจะเป็นปัญหาใหญ่ เรามาว่าที่เกมรับกันก่อนที่เห็นชัดเจนเมื่อวานนี้ โดนจากลูกกลางอากาศไป 3-4 ลูก จากลูกเตะมุม แถมยังสื่อสารกันผิดพลาดมอบของขวัญให้ประจวบไปอีกลูก โดนจุดโทษไปอีกลูก ทั้งๆ ที่เกมนี้ได้ เซลิโอ กับ อาโอ มายืนคู่กัน แต่เละกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่ต้องเร่งแก้โดยด่วน

ส่วนเกมรุกปัญหาอยู่ที่ว่า 11 คนแรกของเมืองทอง มีตัวรุกธรรมชาติ หรือตัวรุกอาชีพแค่ 2 คน คือ เฮแบร์ตี้ กับ จาจ้า นอกนั้นเป็นนักเตะในตำแหน่งเกมรับทั้งสิ้น อ่อผมลืม ประกิต ดีพร้อมไป แต่ก้นั่นแหละจำไมได้ละว่าแกลงนัดสุดท้ายให้เมืองทองเมื่อไหร่ ซึ่งลงมาตำแหน่งมันก็ไม่ชัดเจน ซึ่ง 3 แนวรุกที่ว่าเล่นไม่เข้ากันเลย

แม้จะดัน ทริสตอง โด กับ พีระพัฒน์ ขึ้นมา แต่ก็เป็นแบ็กมันรุกได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่แล้ว มาดูที่แผงมิดฟิลด์ มีแต่ MC คือมิดฟิลด์ตัวกลาง ที่มากองกันอยู่ทั้ง สารัช,ชัปปุยส์,ทศวรรษ ซึ่งทั้ง 3 ก็เล่นคล้ายๆ กัน จะรับก็ไม่รับ จะรุกก็ไม่รุก มันเก้ๆ กังๆ

เป็นเพราะไม่มีจอมทัพตัวบัญชาเกมรุกที่ชัดเจน ถ้าจะหวังพึ่ง เฮแบร์ตี้ คนเดียวมันก็ลำบาก และเท่าที่ดูปีนี้เหมือนจะฟอร์มตกด้วย และก็ยังไม่เข้าขากับ จาจ้า กองหน้าที่เปลี่ยนมาอย่าง ปีโป้ ก็ไม่ใช่คนที่จะฝากความหวังอะไรได้

สิ่งที่ต้องปรับเลยคือ เมืองทองฯ ต้องหากองกลางตัวรุกเพิ่ม ถ้าจะเอา เฮแบร์ตี้ มาทำเกม ด้านข้างก็ต้องหาคนที่มีประสิทธิภาพ เหมือนกับ ธีรศิลป์ และ อัสซ่า เมื่อปีที่แล้ว คือปีนี้ตำแหน่งมันไม่ลงตัว ทำให้มั่วไปหมด สรุปสั้นๆ คือตัวรุกในทีมมันน้อยเกินไป มีแค่ เฮแบร์ตี้ กับ จาจ้า แค่สองคน มันไม่พอ

4.เจ้าถิ่นเข้าฝัก

ต้องยอมรับว่า พีที ประจวบ เป็นทีมที่เล่นในบ้านแข็งแกร่ง และแฟนบอลก็มากันเต็มสนามทุกนัด บวกกับความมั่นใจและทุกอย่างมันลงตัว ฟอร์มมาเข้าฝักพอดี ทำอะไรก็ดีไปหมด โดยเฉพาะสูตรเด็ดเตะมุม ทำให้กิเลนถึงกับแพ้เละไม่เป็นท่า บอกเลยปีนี้ใครมาเยือนสามอ่าว สเตเดี้ยม อย่าคิดว่าจะบุกมาเก็บแต้มออกไปได้ง่ายๆ

5.ขาดแรงจูงใจ

แน่นอนว่าเป้าหมายของเมืองทองฯ คือการลุ้นแชมป์ แต่ดูจากการเล่น ดูจากผลงานมันเหมือนนักเตะขาดแรงจูงใจ เล่นไปแบบไม่มีเป้าหมาย อย่างเกมแรกที่ตามหลังแบงค็อก 2-0 แต่ครึ่งหลังพวกเขามีความมุ่งมั่น สุดท้ายกลับมาได้ อย่างบอลถ้วยกับเชียงราย ปีก่อน ที่ตามหลัง 2 ลูกแต่กลับมาตีเสมอได้ นั่นแหละมันไม่เห็นสิ่งนั้นกับเกมนี้เลย ความมุ่งมั่นมันหายไปหมด ยิ่งเร่งก็ยิ่งผิดพลาด ยิ่งเล่นก็ยิ่งโดน

ซึ่งความพ่ายแพ้ในเกมนี้คงจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้กิเลนผยอง ต้องกลับไปคิดทบทวนใหม่ ว่าเกิดอะไรขึ้นในการออกสตาร์ทซีซั่นนี้

สัปดาห์หน้ายังมีเกมลีกอีกหนึ่งนัด ก่อนจะพักเบรกทีมชาติช่วงคิงส์ คัพ แต่พอเตะคิงส์ คัพ จบ 2 นัด ใน 4 วันแล้ว ไทยลีกก็จะกลับมาหวดต่อทันที ไม่รู้จะพอมีเวลาให้ปรับปรุงแก้ไขอะไรหรือไม่

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าความพ่ายแพ้เกมนี้คงจะไม่ทำให้เมืองทองฯ เป๋นาน เพราะถ้ากลับมาไม่ได้โดยเร็วการลุ้นแชมป์ปีนี้ก็คงจะจบเร็วขึ้น แต่ผมเชื่อว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น

สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับ “โค้ชแบน” นักเตะเมืองทอง และแฟนบอลทุกคน บอลมีแพ้ มีชนะ เมื่อล้มแล้วก็รีบลุกขึ้น กลับมาเดินต่อให้เร็วที่สุด

RELATED NEWS