8แข้งวัยโจ๋นอกสายตาที่”กาม่า”ควรเช็คฟอร์ม

สวัสดีวันปีใหม่ไทยคอลูกหนังแห่งขอบสนามล่วงหน้าทุกๆท่าน เราอยากส่งมอบความสุขให้ทุกๆคน และหวังว่าสงกรานต์จะเล่นน้ำกันอย่างหอมปากหอมคอ รวมถึงดื่มๆกันอย่างรู้ลิมิตตัวเองเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อันตรายที่จะสร้างความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น

ว่ากันเรื่องของฟุตบอลภายหลังจากที่ได้เห็นผลงานทีมชาติไทย ชุด23 ปี โดนเวียดนามถล่มยับเยินราบคาบ 0-4 ในรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย พร้อมกับมีคำถามมากมาย ว่านักบอลที่ไปเล่นได้ไม่ดีจริง หรือพวกเขามีดีกรีแค่ชื่อเท่านั้น เพราะบางคนโดนอวดอวยในโลกโซเชียล และสื่อมวลชนเกินความเป็นจริงเกินไป

แถมตัวกุนซืออเล็กซานเดร กาม่าเองก็บอกว่าทำการบ้านในการเสาะแสว่งหานักบอลมาติดทีม แต่เท่าที่เห็นเขายังทำการสเกาต์ดาวรุ่งไทยได้ไม่มากมายพอ แถมบางครั้งก็คิดแต่จะเอาเด็กจากสโมสรใหญ่ เราจึงอยากนำเสนอแข้งฝีเท้าดี แต่ชื่อเสียงอาจไม่สูงหนัก โดยคัดกรองมาทั้งสิ้น 8 หน่อ ที่เราได้เฝ้าติดตามฟอร์มในสนามอย่างใกล้ชิด ส่วนใครจะอยู่ในลิสต์นี้เชิญคลิกเมาท์ไปอ่านด้านล่างได้เลยจ้า

1.วีรเทพ ป้อมพันธ์

ดาวรุ่งวัย 21 ปีจากนนทบุรี ผู้ที่ฝึกปรือฝีเท้าจากการเล่นฟุตซอลสนามเล็ก จากโรงเรียนศรีบุญยานนท์จนได้เข้าสู่โรงเรียนดังอย่าง “สิงห์เอกมัย” ปทุมคงคา

“เตอร์”ถนัดช่ำชองในการเล่นด้วยเท้าซ้าย แถมยังครอบครองลูกบอลได้เชื่องเท้า จนมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธจักรฟุตบอลไทย และได้รับการจีบจากคลับลูกหนังโต๊ะเล็กมากมาย แต่สุดท้ายเขาเลือกเรียนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันดังใจกลางเมืองที่ทำให้เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลสนามใหญ่แก่ทีมจามจุรี ที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุก ปีกซ้าย, หรือมิดฟิลด์จอมทัพหมายเลข 10

3 ปีในรั้วจามจุรี แบงค็อก ยูไนเต็ด พยายามขายขนมจีบเพื่อได้ตัวเขาครอง ทว่าเขามุ่งมั่นที่จะเล่นบอลและเรียนหนังสือที่จุฬาต่อไป กระทั่งเข้าสู่ช่วงปี 4 “เตอร์” และครอบครัว ตัดสินใจรับข้อเสนอจากเมืองทอง และเซ็นสัญญาเป็นนักบอลในปี 2019

เดิมทีวีรเทพ คงเหมือนแข้งกิเลนผยองหน้าใหม่ที่ไม่น่าได้โอกาสในทีมชุดใหญ่และคงจบด้วยการย้ายไปเล่นแบบยืมตัวแน่ๆ ทว่า”โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ชอบในฝีเท้าและทัศนคติที่สนใจแต่แค่เรื่องฟุตบอล จึงใส่ชื่อลงเล่นไทยลีก พร้อมยูนิฟอร์มหมายเลข 18 โดยที่มีโอกาสวาดลวดลายในไทยลีกไปแล้ว 2 เกมในฐานะตัวสำรองที่เจอกับแบงค็อกและราชบุรี ซึ่งเกมนัดหลังเขาเกือบมีชื่อทำประตูได้ด้วย

2.สุรชัย ชาวนำ

เด็กจากโรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี ที่มาแจ้งเกิดในฟุตบอลออมสิน ทัวร์นาเมนต์ที่มาจัดแข่งสนามธูปะเตมีย์ ภายในกองทัพอากาศ จึงถูกทีมงานของ”โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ เรียกตัวมาซ้อมในทีมสำรอง (ทีมบี) และได้โอกาสสัมผัสเกมในทีมชุดใหญ่ปี 2017 ขณะที่เขาอายุได้ 17 ปีในเวลานั้นและเขาอยู่ในทีมชุดรองแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปี 2017

เมื่อแอร์ฟอร์ซ เลื่อนชั้นมาสู่ไทยลีก ปี 2018 ผลงานแอร์ฟอร์ซ กระท่อนกระแท่นและ”โค้ชเตี้ย” ชายที่เปิดเส้นทางลูกหนังอาชีพให้ สุรชัย ไขก็อกลาออกทำให้ดูเหมือนว่า สุรชัย ไม่น่าจะได้รับโอกาสแน่ๆ ทว่าเจสัน วิธ รับนโยบายจากผู้ใหญ่ในการผลักดันเด็กเยาวชนภายในทีมมาเล่นในช่วงเลก2 ไทยลีก มันจึงทำให้เขาได้โชว์ฝีเท้าอย่างเต็มเม็ดตัวหน่วยในบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลาง 14 เกม จาก 1 ประตูในเกมพบชลบุรี เอฟซี จนอเล็กซานเดร กาม่า เรียกไอ้หนูรายนี้ไปติดทีมในทัวร์นาเมนต์พิเศษ 4 เส้าที่เมืองจีน

จุดเด่นของสุรชัย คือการผ่านบอลที่ชาญฉลาด และเลี้ยงบอลจี้กินตัวใส่คู่ต่อสู้ได้อย่างดี เพียงแต่ข้อเสียคือเด็กต้องอยู่กับโค้ชที่เป็นคนไทย เพื่อให้เขาได้โอกาสพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่งั้นโอกาสได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องคงไม่มีแน่เหมือนอย่างที่เขากำลังเจอในปี 2019 นั้นเอง

3.อธัชชา ระหงษ์ทอง

แบ็กซ้ายจากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีที่ผ่านการคัดตัวจากแบงค็อก ยูไนเต็ด จนได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ แต่ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้ฝีเท้า แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่โดนบทบังโดยแข้งต่างชาติและแข้งไทยเกรดพรีเมี่ยม จนทำได้แค่ลงเล่นในระดับที4

กระทั่งโอกาสมาหาแบบงงๆ เลก 2 ไทยลีก 2018 อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ยืมตัว อธัชชา ไปร่วมทีม เด็กที่ไม่ค่อยเล่นไทยลีก แต่กลับไต่บันไดก้าวกระโดดไปเล่นลีกสูงสุดของประเทศกับทีมหนีตกชั้น “เขียว” แสดงจุดเด่นในเรื่องของความขยันใจสู้ฟิต เติมเกมอย่างเมามัน และรักษาวินัยในการเล่นเกมรับอันยอดเยี่ยม แม้ทีมจะตกชั้น แต่ 11 เกมไทยลีก ก็เพียงพอจะทำให้”โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ชอบใจในเรื่องของฝีเท้าและถูกชลบุรี เอฟซี ยืมตัวไปร่วมทีม

อย่างไรก็ดีจากปัญหาสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์ ประกอบกับชลบุรี จะส่งนักเตะไปฟื้นฟูความมั่นใจที่ภูเก็ต ซิตี้ ทำให้แบงค็อก ดึงนักเตะกลับสู่ต้นสังกัดแม่อีกครั้ง ซีซั่น 2019 เขาเพิ่งมีโอกาสสัมผัสเกมฟุตบอลในการเป็นสำรองที่บียู ถล่มสุพรรณบุรี เอฟซี 4-0 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้แต่หวังว่า “เขียว” จะแทรกซึมการขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แข้งเทพและเป็นคู่แข้งคนสำคัญกับพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ช่วงชิงตำแหน่งแบ็กซ้าย

4.ศราวุธ ทองโกฏิ

ปีกซ้ายดาวรุ่งจากอุบลราชธานี ผลผลิตจากโรงเรียนสวนกุหลาบปทุมธานี ผู้ที่เคยไปฝึกฟุตบอลที่ประเทศบราซิลกับสโมสรครูไซโร่ จนถูก”โค้ชหนุ่ม” อานนท์ บรรดาศักดิ์ กุนซือผู้ที่พาสมุทรสาคร เอฟซี ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีก 3 เมื่อปี 2017 ได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 จับมาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ และได้โอกาสลงเล่นแบบประปราย ไม่น่าเชื่อว่าเขาคือนักเตะที่หลงเหลือและอยู่กับทีมมาแล้ว 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

“อาร์ท” เป็นแข้งที่เลี้ยงบอลจี้ใส่คู่แข่งได้เด็ดดวงและจมูกไวเมื่อวิ่งไล่เพรสซิ่งแย่งบอลออกจากเท้าคู่ต่อสู้ จุดนี้เองทำให้ทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชสมุทรสาคร มักใช้งานเขาอยู่เสมอ ด้วยอายุที่ยังน้อย 22 ปียังมีเวลาที่จะพัฒนาฝีเท้าให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นได้ไม่ยาก

5.อภิโชติ เวกอรุณ

“อ็อฟ” ไอ้หนุ่มจากยโสธร ผู้ที่แจ้งเกิดในการเล่นบอลดิวิชั่น 1 กับบางกอก เอฟซี เมื่อปี 2016 ในเกมที่พาอดีตต้นสังกัดชนะพีทีที ระยอง 3-1 จนได้รับฉายา “เงาชนาธิป” ในการลากเลื้อยและคอนโทรลบอลได้เด็ดดวง วันนั้นเขายิง1 และจ่าย 1 แอสซิสต์ ทั้งที่เป็นตัวสำรองแท้ๆ

เด็กจากโรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์ ในชลบุรี จึงกลายเป็นแข้งที่ถูกพูดถึงในชั่วข้ามคืนทันที และถูกอุบล ยูเอ็มที ดึงตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2017 แต่โอกาสในการลงเล่นไทยลีกกับเด็กที่ไร้ประสบการณ์มันเป็นเรื่องที่ยากมาก สุดท้ายก็คือนั่งสำรองข้างสนามก่อนจะถูกส่งตัวไปให้สงขลา ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งาน

หลังอุบล ยูเอ็มที ตกชั้นจากไทยลีก อภิโชติ ได้โอกาสค้าแข้งอยู่กับทีมต่อไป และก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุก ซัลโวไป 1 ประตูในเกมพ่ายอุดรธานี 1-2

6.นันทวัฒน์ สวนแก้ว

ตัวริมเส้นจากจังหวัดกระบี่ วัย 22 ปี ผู้ที่เป็นผลผลิตของโรงเรียนราชวินิตบางเขน สถาบันที่ถนัดในการสร้างดาวรุ่งจากเวทีฟุตซอลซะเป็นส่วนใหญ่

แม้จะผ่านการเล่นฟุตซอลมาก่อน”ป้อม” หยิบจุดเด่นจากสัมผัสเวทีโต๊ะเล็ก คือการเลี้ยงบอลเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆที่ทำได้ดี จนกระทั่งได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับบางกอกกล๊าส และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นกว่าเพื่อนทีมแรบบิททำให้ถูกส่งไปฝึกปรือฝีเท้ากับเซเรโซ่ โอซาก้า

เมื่อที่ว่างในตำแหน่งตัวจริงของบีจี ไม่มีให้แก่เขา และนันทวัฒน์ ก็รู้ดีว่าไทยลีก 4 ไม่ใช่สถานที่พัฒนาฝีเท้าไปได้ไกล การย้ายไปร่วมทีมอุบล ยูเอ็มที ในลีกรอง คือทางออกที่ดีสุด หลังจากก่อนหน้านี้เคยไปเล่นให้ขอนแก่น เอฟซีมาแล้ว

“เจ้าป้อม” ปักหลักลงเล่นตำแหน่งปีกที่เล่นสลับได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา เขาขึ้นเกมรุกปั้นป่วนเกมรับคู่แข่ง จนกลายเป็นดาวเด่นของอุบล ยูเอ็มที ที่ทีมขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

7.นันทวุฒิ อ่อนลมูล

เด็กหนุ่มจากย่านฝั่งธนบุรี ผู้ที่ถูกเจียระไนโดย อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จนถูกชักชวนเขามาศึกษาเล่าเรียนที่สุรศักดิ์มนตรี” “จั๊ม” นันทวุฒิ อ่อนลมูล เด็กหนุ่มที่ผอมบาง แต่เปี่ยมไปด้วยทักษะการเลี้ยงบอลที่พริ้วคล่องแคล่ว เขาประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์บอลนักเรียนมากมาย 18 ปี ก. รวมถึงบอลนักเรียน 7 คนของช่อง 7 และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมปี 2017

“จั๊ม” ได้รับการจีบจากสโมสรชื่อดังมากมาย แต่สุดท้ายเขาเลือกเขาเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จะไม่ได้ลงเล่นไทยลีกหรือฝึกซ้อมกับสโมสรใหญ่ แต่สิ่งที่เขาได้คือมีเกมลงเล่นแทบทุกสัปดาห์ มันช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้ โดยเฉพาะดาวรุ่งวัยกำลังเจริญเติบโตอย่างเขา จนโดนอิสระ ศรีทะโร เรียกไปติดทีมชาติไทย ชุด 19 ปีมาแล้วด้วย มันจึงพิสูจน์ให้เห็นว่า บางทีนักบอลฝีเท้าดีไม่จำเป็นต้องอยู่ในทีมใหญ่เสมอไป

8.เทพพิทักษ์ พูลจวง

เด็กหนุ่มจากโรงเรียนปทุมคงคาผู้ที่ถูกสอนโดย รณชัย สยมชัย ตำนานลูกหนังสิงห์เจ้าท่า ก่อนที่โชคชะตาจะเล่นตลกพัดพาให้เขาต้องกลับบ้านเกิดอำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ชีวิตของหนุ่มน้อยชื่อเทพพิทักษ์ไม่เคยห่างไกลจากฟุตบอล เขาเตะบอลเล่นเดินสายกับเพื่อนๆและผู้ใหญ่ไปทั่วจังหวัดระยอง และแล้วจังหวะชีวิตก็เข้ามาเยือน เมื่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง จักรพงษ์ พูลจวง ผู้ซึ่งเป็นผู้ชาย แต่”เอิร์ท” ถูก”โค้ชชู” ชูศักดิ์ ศรีภูมิ เรียกให้เข้ามาซ้อมเพื่อเก็บไว้เป็นเยาวชนของสโมสร

ไม่น่าเชื่อว่ากับการขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งพี่ชายตัวเองมันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปโดยปริยาย เขาอยู่ในทีมระยองชุดดิวิชั่น2 เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก2 ปักหลักจากแข้งเด็กโคตรโนเนม 4 ปีเต็ม เขากลับกลายมาเป็นตัวหลักของสโมสรม้านิลมังกร “เอิร์ท” เหมือนนักบอลภูธร ทั่วไปที่มีความเร็ว เคลื่อนที่ว่องไวยามที่มีบอลอยู่กับเท้า แถมยังเล่นเกมรุกได้ทั่วสนาม ทั้งปีกและมิดฟิลด์จอมทัพเบอร์ 10 ที่สำคัญในปี 2019 เขาปรับปรุงในเรื่องการยิงไกลที่เคยเป็นจุดบอดกลับกลายมาเป็นจุดแข็งของตัวเองได้สำเร็จ แถมยังกลายเป็นฟั่นเฟื่องชิ้นสำคัญในทีมของโค้ชชูไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เอ็มเร่

[email protected]

RELATED NEWS