ลุ้น “นิชิโนะ” ลุ้นเส้นทาง “ฟุตบอลโลก” จบแน่ 17 ก.ค.

ลุ้น “นิชิโนะ” ลุ้นเส้นทาง “ฟุตบอลโลก” จบแน่ 17 ก.ค.

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบสำหรับพี่น้องแฟนฟุตบอลไทยคือเมื่อไร อากีระ นิชิโนะ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่นจะมาจรดปากกาเซ็นสัญญาคุมทีมชาติไทยเสียที ?

นับจากวันที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกข่าวอดีตกุนซือ “ซามูไรบูลส์” ตอบตกลงกุมบังเหียน “ช้างศึก” มาจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์เต็มๆแล้ว

แต่เรื่องยังไม่สะเด็ดน้ำ ไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไม่มีการเซ็นสัญญา หลายคนจึงลุ้นว่าเมื่อไรจบ แล้ว “นิชิโนะ” โอเครับงานคุมทีมชาติไทยจริงๆหรือเปล่า

อัพเดทล่าสุดถึงวินาทีนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเหมือนเดิม แต่ “แหล่งข่าว” ยืนยันว่าเรื่องใกล้จบเต็มทีและไม่มีอะไรต้องวิตกกังวลใจ

ถามว่าจบก่อนวันที่ 17 ก.ค.ที่ “ฟุตบอลโลก 2022” จะจับสลากแบ่งสายรอบคัดเลือก โซนเอเชีย หรือไม่ คำตอบนี้ไม่มีใครยืนยัน แต่เท่าที่สายรายงานมาน่าจะ “จบ”

วิเคราะห์จากสถานการณ์ต่างๆน่าเป็นไปตามนั้น เพราะก่อนหน้านี้ สมาคมฯ เคยบอกทำนองว่าหากวันที่ 17 ก.ค. “นิชิโนะ” ยังไม่โอเคคงต้องหาคนใหม่ รอไม่ทันแล้ว

แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ไม่มีข่าวว่าเตรียม “แผนสอง” หรือเจรจากับใครอีกเลย ใครบางคนแอบบอกว่าเป็นเพราะ “นิชิโนะ” เซ็นสัญญาแน่นอน

อย่างไรก็ดีตามขั้นตอนและกระบวนการที่ตกลงกัน สมาคมฯ ยังไม่สามารถออกข่าวได้ ข่าวต้องออกพร้อมกันจากทั้งสองฝ่ายคือ สมาคมฯ และ “นิชิโนะ” ในเวลาที่นัดหมาย

ตอนนี้แฟนบอลคงทำได้แค่รอการยืนยันอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่คงรออีกไม่นาน วันนี้ 15 ก.ค.แล้ว อีก 2 วันจับสลาก “ฟุตบอลโลก 2022” แล้ว เรื่องจบก่อนพิธีจับสลากแน่ๆ

สำหรับการจับสลาก “ฟุตบอลโลก 2022” จะมีขึ้น ณ ที่ทำการ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย “เอเอฟซี” ในวันที่ 17 ก.ค. เวลา 17.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 16.00 น.เวลาไทย

ถ้าไม่มีใครผิดนัดหรือมีอะไรผิดพลาด ถึงตรงนั้น “นิชิโนะ” ควรได้รับการแต่งตั้งเป็น “ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนใหม่” อย่างเป็นทางการแล้ว

ทีนี้ต้องมาลุ้นสเตปต่อไปว่าทีมชาติไทยจะถูกจับอยู่ร่วมกลุ่มกับชาติใดบ้างในเส้นทางสู่ “ฟุตบอลโลก 2022” ที่กาตาร์

สำหรับรูปแบบการแข่งขันและสถานการณ์ของทีมชาติไทยยังเหมือนเดิมกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขุนพล “ช้างศึก” ต้องเริ่มที่รอบคัดเลือก รอบสอง และถูกวางใน “โถ 3” เพื่อจับสลาก

การแข่งขันในรอบคัดเลือก รอบสอง หรือรอบ 40 ทีมจะจับสลากแบ่งทีมออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม ทุกทีมเตะแบบพบกันหมดเหย้า-เยือนภายในกลุ่ม

ทีมแชมป์ 8 กลุ่ม และอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 4 ทีมจาก 8 กลุ่ม รวมเป็น 12 ทีมตีตั๋วไปเล่นรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย เพื่อลุ้นโควตา4.5 ทีม” ไป กาตาร์

เส้นทางของทีมชาติไทยจะหนักหรือเบาคงต้องลุ้นที่การจับสลากในวันที่ 17 ก.ค. การอยู่ “โถ 3” ไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่ใช่จะโชคร้ายเสมอไป ถ้าดวงดีจับเจอทีมไม่หนักมากอาจได้ลุ้นยาวๆ

ดูรายชื่อทีมใน “โถ 1” ต้องยอมรับว่าทีมชาติไทยเป็นรองเยอะ แถวหน้าเอเชียทั้งนั้น อิหร่าน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย กาตาร์ ยูเออี ซาอุดิอาะเบีย จีน

นักเตะไทยเคยต่อกรกับทีมเหล่านี้หมดแล้ว แทบไม่รอดสักราย ยกเว้น “มังกรจีน”  ที่ห่างกันไม่มาก เล่นกันได้ ล่าสุดทีมชาติไทยไปฝากรอยแค้นใน “ไชน่าคัพ 2019” มาด้วย

ไล่เรียงมาที่ “โถ 2” ส่วนใหญ่เป็นทีมทางตะวันออกกลาง เอเชียกลาง ประกอบด้วย อิรัก อุซเบกิสถาน ซีเรีย โอมาน เลบานอน คีร์กีซสถาน เวียดนาม จอร์แดน

หนักสุดในโถนี้ต้องยกให้ อุซเบกิสถาน ที่เหลือไทยเป็นรองไม่มากจากที่เคยเจอกันมา ที่น่าลุ้นสุดคือทีม “ดาวทอง” เพื่อนร่วมอาเซียนนี่ละ เชื่อว่าหลายคนรอคอยวันแก้แค้นอยู่แน่ๆ

ข้ามไป “โถ 4” มาตรฐานไทยควรดีกว่าเกือบทุกชาติทั้ง เติร์กมินิสถาน เมียนมาร์ ฮ่องกง เยเมน อัฟกานิสถาน มัลดีฟส์ คูเวต มาเลเชีย

ทีมร่วมอาเซียนด้วยกันนักเตะไทยเหนือกว่าชัวร์ โถนี้หากไม่โชคร้ายเกินไปต้องอย่าเจอ คูเวต ที่ไม่ใช่ของง่ายเลยสักนิด รวมถึง เติร์กมินิสถาน อีกทีม ส่วนที่เหลือน่าผ่านได้

ขณะที่ “โถ 5” ตามชื่อชั้นแล้ว “ช้างศึก” ดีกว่าทุกประเทศไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย,  สิงคโปร์, เนปาล, กัมพูชา, บังกลาเทศ, มองโกเลีย, กวม, ศรีลังกา

แฟนฟุตบอลไทยต้องรอลุ้นกันว่าวันที่ 17 ก.ค.นี้ทีมชาติไทยจะเจอใครบ้าง จากนั้นรอลุ้นต่อเลยกับ “ฟุตบอลโลก 2022” นัดแรกที่ได้เล่นในบ้านวันที่ 5 ก.ย.พบทีม “โถ 2”

แต่ก่อนถึงวันนั้นคงต้องลุ้นก่อนนะว่า สมาคมฯ เลือกใช้สนามไหนเป็นสังเวียนแข่งขัน เพราะ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ปิดปรับปรุงใช้งานไม่ได้แน่นอน

ตามข่าวระบุว่า “สนามศุภชลาศัย” ไม่พร้อมด้วยเช่นกัน สมาคมฯ จึงต้องเลือกสนามให้ดี เพราะโปรแกรมนัดที่ 2 วันที่ 10 ก.ย.นักเตะไทยต้องเดินทางออกไปเล่นเกมเยือนพบทีม “โถ 5”

เชื่อว่าหลังวันที่ 17 ก.ย.นี้แล้วคงได้ข้อสรุปทุกกอย่าง ต่อจากนั้นเป็นเวลาร่วมใจไทยทั้งชาติเชียร์ทีมชาติไทยให้สุดพลังกันอีกครั้ง….สู้โว้ยยยยยยยย

 

“บับเบิ้ล”

 

RELATED NEWS