10 แข้งเวิลด์คลาส ที่เคยวาดลีลากวาดเงินดอลล์

10 แข้งเวิลด์คลาส ที่เคยวาดลีลากวาดเงินดอลล์

ชีวิตนักฟุตบอล มักหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับชีวิตอยู่เสมอ และเมื่อความท้าทายที่ว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศแผ่นดินที่ค้าแข้งไปแบบสิ้นเชิง แถมค่าตอบแทนก็ไม่ธรรมดาอย่างที่อเมริกา การไปลองดูสักครั้งคงไม่ใช่เรื่องเสียหาย

ในช่วงหลายปีมานี้ มีนักเตะชื่อดังมากมาย ที่เดินทางไปเปลี่ยนบรรยากาศค้าแข้งไปเล่นที่สหรัฐอเมริกาในช่วงปั้นปลายอาชีพ ล่าสุดก็เป็นรายของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่บรรลุข้อตกลงย้ายไปอยู่กับ แอลเอ แกแล็กซี่ เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ความท้าทายใหม่ๆ ที่สามารถสรรหาได้บนแผ่นดินมะกันในช่วงที่อายุผ่านเลยวัยแห่งความฝันไปแล้วเท่านั้น แต่ค่าตอบแทนที่ยิ่งกว่าคำว่าสมน้ำสมเนื้อ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักเตะหลายคนเดินทางไปเล่นที่แดนเสรีภาพกัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 เดวิด เบ็คแฮม ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไปเล่นให้กับ แอลเอ แกแล็กซี่ เรียกว่าเป็นคนเปิดตลาด กรุยทางให้กับคนรุ่นหลังๆ ได้เดินทางตามๆ กันไปในยุคหลัง เพราะนอกจากฝีเท้าที่ “พี่เบ็คส์” ไปแล้วเหนือกว่าชาวบ้านแล้ว ยังหอบเอาชื่อเสียงเงินทอง ความเป็นเซเล็บกลับมาด้วย เรียกว่าดังเป็นพลุแตก จนใครๆ ก็อยากเอาอย่าง

และนี่คือ 10 แข้งเวิลด์คลาส ที่เคยวาดลีลากวาดเงินดอลล์

10. อเลสซานโดร เนสต้า (มอนทรีออล อิมแพ็คท์)
ตอนนั้น เนสต้า เพิ่งหมดสัญญากับ เอซี มิลาน เมื่อปี 2012 ก็ตัดสินใจลองไปค้าแข้งในแดนมะกันอย่างชาวบ้านเขาดู เป็นการเซ็นสัญญากัน 18 เดือน เกมแรกก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมด้วยการช่วยให้ทีมชนะ นิวยอร์ค เร้ดบุลล์ส 3-1 ตลอดเวลาค้าแข้งกับ มอนทรีออล ของ เนสต้า ไม่ได้เปรี้ยงปร้างนัก ด้วยความที่เป็นกองหลัง แต่อายุเยอะขึ้น ความเร็วลดลง ก็เลยเล่นได้ยากขึ้น แต่สุดท้ายก็ได้แชมป์มา 1 รายการ คือแชมป์ แคนาเดี้ยน แชมเปี้ยนชิพ

9. เธียร์รี่ อองรี (นิวยอร์ค เร้ดบุลล์ส)
“ตีตี้” คือหนึ่งในนักเตะระดับโลกที่เล่นอยู่ในอเมริกาอย่างยาวนาน โดยในปี 2010 หลังจบ ฟุตบอลโลก บาร์เซโลน่า ต้นสังกัดยืนยันว่าได้ปล่อยตัว อองรี ให้กับทีมอื่น สุดท้ายก็เปิดเผยมาว่าเป็น นิวยอร์ค เร้ดบุลล์ส การไปที่นั่นของ อองรี ทำให้เขากลายเป็นดาวยิงเบอร์ต้นๆ ของลีก ลงเล่น 4 ฤดูกาลครึ่ง 135 นัด ยิง 52 ประตูในทุกรายการ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ใดๆ เป็นชิ้นเป็นอันได้ สุดท้ายก็แขวนสตั๊ดกับทีมไปในปี 2014

 

8. แอชลีย์ โคล (แอลเอ แกแล็กซี่)
แอชลีย์ โคล แทบไม่ได้โอกาสลงเล่นให้กับ โรม่า ในช่วงท้ายๆ ทำให้ในช่วงต้นปี 2016 เขาตัดสินใจยกเลิกสัญญากับทีมทั้งๆ ที่ระยะเวลายังเหลืออีก 1 ปี แล้วโยกไปเล่นให้กับ แอลเอ บอกตามตรงว่าเขาแทบหมดสภาพไปแล้วกับการเล่นในลีกยุโรป แต่การไปเล่นในอเมริกา ยังทำให้เขาสามารถเรียกฟอร์มการเล่นที่ดีออกมาได้ ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เป็นตัวหลักของทีมมาตลอด ลงเล่น 63 นัดยิงได้ 2 ประตูในทุกรายการ และฤดูกาล 2018 นี้ จะได้เล่นร่วมกับ ซลาตัน ด้วย

7. ริคาร์โด้ กาก้า (ออร์แลนโด้ ซิตี้)
การไป อเมริกา ของ กาก้า ไปในช่วงที่ปลายแล้วจริงๆ ของการค้าแข้ง แน่นอนสิ่งที่จูงใจเขามากที่สุดเหนือความท้าทายใดๆ คือการเป็นนักเตะที่ได้รับค่าจ้างสูงสุดในลีกที่ 6.6 ล้านเหรียญต่อปีในตอนนั้น กาก้า ทำผลงานได้โดดเด่น ติดทีม ออลสตาร์ ของ เมเจอร์ลีก แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆ ได้ อย่างไรก็ตามผลงานการลงเล่นก็ถือว่าทำได้ดีไม่น้อยทีเดียว ก่อนที่สุดท้าย จะแขวนสตั๊ดไปอย่างสมเกียรติกับทีม

6. ดิดิเยร์ ดร็อกบา (มอนทรีออล อิมแพ็คท์)
หลังเสร็จภารกิจรอบสองกับ เชลซี ดร็อกบา ก็เลือกท้าทายความสำเร็จอีกครั้งที่อเมริกา จาการที่เคยไปเล่นที่จีน หรือ ตุรกีมาแล้ว และการลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในเดือนกันยายน เขาก็ยิงแฮตทริกได้ทันที แถมเป็นเพอร์เฟ็คท์แฮตทริกด้วย แค่ 5 เกมแรกก็ยิงไปถึง 7 ประตูแล้ว พาทีมเข้าไปถึงรอบเพลย์ออฟลีกฝั่งตะวันออกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่สังขารก็คือสังชาร แม้ฤดูกาลก่อนจะเล่น 11 นัดยิง 11 ประตู แต่ซีซั่นถัดมาก็ยิงได้ 10 ประตูจาก 22 เกมเท่านั้น สุดท้ายก็อำลาทีมไปในปี 2016 ย้ายไปเล่นในลีกรองกับ ฟีนิกซ์ ไรซิ่ง แทน

5. ดาบิด บีย่า (นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี)
ทีมของ บีย่า คือทีมที่มหาเศรษฐีที่เป็นเจ้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปซื้อทีมทำไว้ มีนักเตะสตาร์มากมายที่ย้ายมาพร้อมๆ กัน บีย่า ที่ร่วงโรยราแล้วในการค้าแข้งในยุโรป มาอยู่กับทีมในปี 2015 แต่ก็เปรี้ยงปร้างเหลือเชื่อ ด้วยการยิงได้เหมือนตอนพีคๆ ในลีกซีซั่นแรกก็ยิงไปถึง 18 ประตู รวมตอนนี้ 3 ซีซั่นกดไป 64 ลูกเข้าไปแล้ว ซีซั่นล่าสุดก็พาทีมผ่านไปถึงรอบเพลย์ออฟได้

4. อันเดรีย ปีร์โล่ (นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี)
หนึ่งในนักเตะที่มาร่วมทีมพร้อมๆ กับ บีย่า ตอนนั้นได้ค่าจ้าง 8 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เป็นนักเตะอิตาลีที่ได้ค่าจ้างแพงที่สุดในโลก ก่อนจะโดน กราเซียโน่ เปลเล่ ที่ย้ายไปจีนทำลายลง ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ต้องใช้แรงมากนักของเขา ทำให้ยังสามารถเล่นกับทีมได้สบายๆ จ่ายบอลให้ บีย่า ยิงได้อยู่บ่อยๆ ลงเล่น 62 นัด ยิงได้ 1 ประตูในทุกรายการ และเพิ่งแขวนสตั๊ดจบอาชีพค้าแข้งไปเมื่อสิ้นป 2017 ที่ผ่านมา

3. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี)
หนึ่งในนักเตะ 3 สหายร่วมกับ ปีร์โล่ และ บีย่ ก่อนย้ายมาเต็มตัวก็ไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบยืมตัวไปพลางๆ เมื่อกลับมา ไฟยังไม่มอด ก็ยังเล่นได้ดีอยู่ ลงเล่น 31 นัดยิงได้ 15 ประตูในทุกรายการ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในยุคบุกเบิกของทีม แต่ก็มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ สร้างผลงานไว้มากมายก่อนจะแขวนสตั๊ดไปพร้อมๆ กับ ปีร์โล่ เมื่อตอนหมดสัญญาในปี 2017

2. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (ชิคาโก้ ไฟร์)
ชไวนี่ อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้มีผลงานแย่อะไร แต่มีอาการบาดเจ็บ และเกิดความเข้าใจผิดกับ โชเซ่ มูรินโญ่ จนไม่ได้โอกาสลงเล่นมากนัก สุดท้ายก็ยกเลิกสัญญากัน ย้ายมาอยู่กับ ชิคาโก้ ในที่สุด เปิดตัวเกมแรกก็ยิงประตูได้ 2 ลูก ทุกอย่างเริ่มต้นได้สวย และจบด้วยดีด้วยการพาทีมติดเพลย์ออฟ และเมื่อหมดสัญญาไปเมื่อสิ้นปี 2017 ทีมก็ตัดสินใจขอเจรจาเซ็นสัญญาให้เขากลับมาค้าแข้งกับทีมไปอีกปีด้วย

1. สตีเว่น เจอร์ราร์ด (แอลเอ แกเล็กซี่)
ดาวเตะตำนานของ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้รับสัญญาใหม่จากทีมรัก สุดท้ายก็ย้ายมาลองเพลงแข้งของตัวเองที่ต่างแดน ในทีมเดียวกับที่มีนักเตะอังกฤษหลายคนเคยเล่นมาแล้วอย่าง แอลเอ โดยมีรายงานว่าเขาได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 9 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยเป็นการเซ็นสัญญากัน 18 เดือน เจอร์ราร์ด ลงเล่นตอนกลางซีซั่น แต่ก็ปรับตัวได้สบาย โดยเล่นไป 38 นัด ยิงไป 5 ประตูในทุกรายการ ซึ่ง เจอร์ราร์ด ก็พาทีมผ่านไปถึงรอบ เพลย์ออฟ ได้

– เทพเฟี๊ยต –

RELATED NEWS