จบตรงไหนดี!! กิเลน 8 นัด “แพ้ไม่เป็น” และ “ไม่หยุดแค่ที่ 6”

จบตรงไหนดี!! กิเลน 8 นัด “แพ้ไม่เป็น” และ “ไม่หยุดแค่ที่ 6”

จากการรั้งอยู่ “รองบ๊วย” ของตารางคะแนน 2 เดือนผ่านไป พวกเขาก้าวขึ้นมาอันดับที่ 6 และมีลุ้นมากกว่านี้อย่างแน่นอน เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่ ไปติดตามกันครับ

13 พฤษภาคม 2562 คือวันที่ผู้ชายที่มีนามว่า “อเล็กซานเดร กาม่า” ตอบรับงานคุมทีมหนีตายอย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม 2 เดือนแล้ว ภาระงานอันหนักอึ้งของกุนซือบราซิเลี่ยน คือการพาทีมให้รอดพ้นจากการตกชั้นให้สำเร็จ รวมไปถึงบอลถ้วยที่ยังมีลุ้นอยู่ ที่ควรจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้ เพราะการลุ้นแชมป์ลีก ณ เวลานั้น แฟนบอลอย่างเราๆ ต้องบอกได้เลยว่า “ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน” จะมีก็แค่บอลถ้วยที่พอจะก้าวขึ้นไปหยิบจับมาประดับตู้ได้บ้าง

ภายในระยะเวลา 2 เดือน หากเป็นโค้ชคนอื่น คงหมดไปกับการลองทีม ทดสอบผู้เล่น แต่ไม่ใช่ อเล็กซานเดร กาม่า

เขาเริ่มต้นเกมทางการนัดแรก คือการออกไปเยือน ชลบุรี เอฟซี ที่ได้ “เตี้ยรินโญ่” สะสม พบประเสริฐ เข้ามานำทัพประเดิมเกมแรกเช่นกัน บทสรุปคือ พ่ายกลับมา 2-0 นับเป็นการเปิดตัวอย่างดูไม่จืด หลังจากนั้นก็ไปเล่นบอลถ้วยเจอกับทีมเล็กอย่าง สิงห์บุรี ที่สามารถยิงเรียกขวัญกำลังใจมาได้สวยหรู 4-1

หลังจากนั้น 7 เกมในลีก กาม่า สะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็นเลย แย่สุดคือการสะดุดเสมอกับ เชียงใหม่ เอฟซี นอกนั้นใครขวางทางข้าตบเรียบ รวมแล้ว 8 เกมในลีกของกาม่ากับเมืองทองฯ ยิงไป 15 และเสีย 7 ลูก

แน่นอนว่าสิ่งที่ดีขึ้นคือ ฟอร์มการเล่นของนักเตะแต่ละคน เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หน้าหล่อที่โดดเด่นมากๆ ในยุค กาม่า หรือ โอ บัน ซอก ที่ดูเป็นทรงมากกว่าเดิมและสามารถเป็นแกนหลักในแนวรับได้ รวมไปถึง ผู้เล่นหน้าใหม่ที่นำเข้ามา ทุกคนสามารถเล่นได้ทันที และเครดิตที่ต้องยกให้คือ “กึ๋นของกาม่า” ที่แสดงให้เห็นมาหลายเกม ทั้งการส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนเกม จากจะแพ้กลายเป็นเสมอ จากจะเสมอก็กลายเป็นชนะ และการแก้ไขสถานการณ์ในเรื่องปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ เช่น โยก บรูโน่ กัลโล่ มิดฟิลด์แซมบ้ามาเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ก็สามารถทำได้ดี ทุกอย่างโดยรวมมันช่างเข้ารูปเข้ารอยไปหมด

แม้ว่าปัจจุบัน สถานการณ์บอลถ้วยจะหมดลุ้นแล้ว เพราะคู่รักคู่แค้นอย่าง “การท่าเรือ เอฟซี” ที่ไร้กองเชียร์ บุกมายำถึงบ้าน แต่สถานการณ์ในลีก กิเลนผยอง ก้าวขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของตารางได้ด้วยการใช้เวลาร่วม 2 เดือน ทำให้มันสามารถคิดได้ว่าพวกเขาอาจจะไปได้ไกลกว่านี้ แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่จะต้องไร้ถ้วยติดไม้ติดมือ แต่มันก็มีข้อดีในตัวมันก็คือ การไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ตัวเลือกเดียวคือการทำอันดับในลีกให้ดีที่สุด ไม่เหนื่อยเท่าทีมด้านบนในบางทีมที่ยังมีลุ้นมากกว่าหนึ่งถ้วยเป็นไหนๆ

สิ่งสำคัญที่จะสามารถทำให้พลพรรค “กิเลนผยอง” และ อเล็กซานเดร กาม่า ทำอันดับขึ้นไปสูงกว่านี้คือ “แรงกระตุ้น” อย่างแรก การได้เล่นบอลถ้วยเอเชีย อย่างน้อย การตามหลังกลุ่มลุ้นแชมป์เพียงไม่กี่แต้ม โอกาสพอมีอย่างแน่นอน อย่างน้อยการได้ไปเล่นถ้วยเอเชีย ก็น่าจะเป็นการกูศรัทธาแฟนบอลได้อย่างมากมาย

อีกสิ่งที่สำคัญก็คือ “การเอาคืนทีมที่ทำแสบไว้” ในเลกแรก เมืองทองฯ เป็นทีมที่พร้อมจะแพ้ทุกทีม ไม่เว้นแม้กระทั่งทีมที่อ่อนชั้นกว่า แต่ในเลก 2 ระวังไว้เถอะครับ กาม่า เอาคืนแน่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี โดนไปแล้วหลังกดเมืองทองฯ จนต้องปลดโค้ชออกจากทีม ล่าสุดก็ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่ทบต้นทบดอกแบบสาสมใจแฟนบอล เพราะฉะนั้น ทีมที่เหลือรอรับได้เลยครับ

ไม่มีใครรู้ว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะจบลงในตำแหน่งไหนของตารางคะแนน แต่การก้าวขึ้นมาจากอันดับที่ 15 และกลับขึ้นสู่อันดับที่ 6 มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกฟุตบอล” ในความคิดผม อันดับของเมืองทองฯ ไม่หยุดแค่นี้แน่นอน

แล้วพวกคุณละ คิดว่าพวกเขาจะจบลงที่ตรงไหน หรือสุดท้ายแล้ว การที่หัวตารางพลาดบ่อยๆ มันคือการรอคอยคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้ออย่าง “เอสซีจี เมืองทอง ” และ “อเล็กซานเดร กาม่า”

RELATED NEWS