สเกาท์แข้งไทย! EP.2 “กองหลัง” ใครฟอร์มดีสมควรติดทีมชาติ

กลับมาสเกาท์ฟอร์มนักเตะไทยกันอีกครั้ง ในตำแหน่งกองหลังว่าใครฟอร์มดี และมีโอกาสจะมีชื่อติดทีมชาติไทย ในยุคของ “อากิระ นิชิโนะ” บ้าง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราว่ากันถึงตำแหน่งผู้รักษาประตูไปแล้ว ใครยังไม่ได้อ่านก็ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้ https://www.khobsanam.com/column/91718

และก่อนจะไปสเกาท์ฟอร์มกองหลังกัน ก็ขออธิบายอีกครั้งว่าเราจะแบ่งนักเตะออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มขาประจำ ที่มีโอกาสติดสูง 2.และกลุ่มที่เคยติดทีมชาตินานแล้ว และกลับมาฟอร์มดีตอนนี้ และกลุ่มสุดท้าย 3.นักเตะหน้าใหม่ แต่ฟอร์มสุดยอด

กลุ่มแรก 1. ขาประจำ มีโอกาสติดสูง

เริ่มที่ตำแหน่งแบ็กซ้าย แบ็กขวา กันก่อน

1.ธีราทร บุญมาทัน (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส)

ในรายของ “โก๋อุ้ม” เราคงไม่ต้องอธิบายสรรพคุณกันมาก ในเจลีกเขาก็เป็นตัวหลัก แถมทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว ถ้าไม่เจ็บไม่ป่วยยังไงก็ต้องมา และเป็นตัวเลือกอันดับแรกในตำแหน่งฝั่งซ้าย

2.ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก)

เช่นเดียวกับ สมชาย โด ที่แม้ว่าเลกสองจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ้าง แต่ถ้าเจ้าตัวฟิตเต็มร้อย ก็ยังเป็นแบ็กขวาตัวเลือกอันดับแรกเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็คงต้องเอาใจช่วยให้ดาวเตะลูกครึ่งฝรั่งเศสกลับมาฟิตสมบูรณ์และลงสนามให้ต่อเนื่องก่อนถึงคิวลุยบอลโลก เพราะเท่าที่ผ่านมา นิชิโนะ อาจยังไม่ได้เห็นฟอร์มของเขาเท่าไหร่

3.ฟิลิป โรลเลอร์ (ราชบุรี มิตรผล)

ส่วนเลกสองนี้แบ็กขวาที่โดดเด่นขึ้นมาคงต้องยกให้ ฟิลิป โรลเลอร์ แห่งราชบุรี ที่ยิ่งเล่นยิ่งดี เติมเกมรุกมันมาก จนเหมือนจะเป็นปีกอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องติดมาแน่นอน

4.ศศลักษณ์ ไหประโคน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ส่วนแบ็กซ้ายที่ฟอร์มดีที่สุดในไทยลีกก็ต้อง ศศลักษณ์ ของบุรีรัมย์ ที่ปีนี้สามารถยึดตัวจริงของทีมเซราะกราวได้ถาวร และมีโอกาสเบียดโก๋อุ้มได้อยู่เหมือนกัน ยังไงก็ต้องมา

มาดูเซ็นเตอร์ฮาร์ฟกันบ้าง

ในตำแหน่งเซอร์เตอร์ฮาร์ฟ เหมือนเราจะมีปัญหาอีกครั้ง เมื่อมีตัวเลือกน้อย ตัวเด่นๆ อย่าง สุพรรณ ทองสงค์ ก็ดันมาเจ็บไปอีก ส่วนตัวที่ผลงานถือว่าโอเค ตามมาตรฐานและมีโอกาสติดสูง ก็มีดังนี้

1.พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ถ้าตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งเซ็นเตอร์ ตอนนี้ยังไงก็ต้อง “เจ้าโย่ง” เป็นตัวเลือกแรกๆ อีกทั้งผลงานยังถือว่าเป็นไปตามมาตรฐาน ยังไงก็ต้องถูกเรีกยตัวมาแน่นอน

2.อดิศร พรหมรักษ์ (เอสซีจี เมืองทอง)

ช่วงนี้อาจจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ้าง แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ และผลงานกับทีมกิเลนผยอง “เจ้าเก่ง” ก็มีโอกาสที่จะถูกเรียกตัวมาเช่นกัน เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์คู่ หรือแบบ 3 คน แบ็กขวาก็เล่นได้ ดูแล้วมีประโยชน์กับทีมเยอะ

3.มานูเอล ทอม (ทรู แบงค็อก)

อีกคนที่ก่อนหน้านี้หลุดไปเพราะบาดเจ็บ แต่ถ้าพูดถึงตำแหน่งเซ็นเตอร์ ดาวเตะลูกครึ่งเยอรมันก็เป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยที่เป็นนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ เล่นลูกลางอากาศได้ดี ก็มีแน้วโน้มที่จะถูกเรียกตัวมา

4.ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (การท่าเรือ เอฟซี)

คนสุดท้ายหลายคนอาจจะแปลกใจว่าจะเอา ธนบูรณ์ มาเล่นเซ็นเตอร์อีกแล้วเหรอ ก็ทำไงได้ ช่วงหลังถูกจับไปยืนเซ็นเตอร์ให้ท่าเรือ แถมผลงานดีด้วย อาจจะไปเข้าตา นิชิโนะ ในตำแหน่งนี้ก็ได้ เพราะกองกลางก้ยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีกเยอะ แต่จริงๆ ถ้าถามผม ตั้ม น่าจะเหมาะกับเล่นกลางรับมากกว่า ถ้าร่างกายฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย

กลุ่มที่ 2.เคยติดทีมชาติ แล้วฟอร์มดี

มาที่กลุ่มนักเตะที่เคยติดทีมชาติแต่หลังๆ หลุดไป แต่มาในปีนี้กลับทำผลงานได้ดี และมีลุ้นจะคัมแบ็คกลับมาก็เป็นได้ มีใครบ้างไปดูกัน

1.นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ในตำแหน่งแบ็กขวาก็ต้องบอกว่า “เจ้าต้น” กลับมาเจิดจรัสกับทีมบุรีรัมย์ อีกครั้ง สามารถยึดตัวจริงได้ถาวร และผลงานก็ดีด้วย มีโอกาสเหมือนกันที่จะถูกเรียกมาเป็นตัวเลือก

2.นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)

อีกคนที่ดีมาตั้งแต่เลกแรก และก็ดีมาตลอดสำหรับ นิติพงษ์ ซึ่งเจ้าตัวก็มีโอกาสมาร่วมซ้อมกับทีมช้างศึกอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็มักจะถูกตัดตัวออกไป ซึ่งถ้าบรรดาตัวหลักข้างต้นไม่มีใครเจ็บ ใครถอนตัวไป พูดกันตามจริงโอกาสก็ยัง 50-50 ที่จะมีชื่อเป็น 23 คนสุดท้าย

3.สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย)

คนนี้ก็เช่นกัน ปีนี้เด่นสุดๆ กับทีมกว่างโซ้ง แต่ก็อย่างที่บอกว่าโอกาสจะติดเป็น 23 คนสุดท้ายคงต้องรอให้เบอร์ใหญ่ๆ เจ็บหรือถอนตัวไปก่อน

4.กรวิทย์ นามวิเศษ (พีทีที ระยอง)

คนนี้แฟนบอลอาจจะลืมไปแล้ว ถ้าย้อนกลับไปสัก 3-4 ปี กรวิทย์ คือเซ็นเตอร์ตัวเลือกแรกเหมือนกันในยุคโค้ชซิโก้ แต่ช่วงหลังฟอร์มตกไป จนมาปีนี้กลับมาดีอีกครั้งกับพีทีที ระยอง ซึ่งช่วงหลังก็ถูกจับไปเล่นวิงแบ็กซ้ายก็ทำผลงานได้ดี

5.ธนะศักดิ์ ศรีใส (สิงห์ เชียงราย)

คนสุดท้ายขาโหดจากกว่างโซ้ง คนนี้ก็เป็นปราการหลังที่เคยติดทีมชาติไทยมาแล้ว สมัยค้าแข้งอยู่กับบุรีรัมย์ ปีนี้กลายมาเป็นตัวหลักของสิงห์ เชียงราย และก็ทำผลงานได้ดี แต่โอกาสจะกลับมาติดอีกครั้งก็ยังถือว่าน้อย

กลุ่มที่ 3.แข้งหน้าใหม่ (ไม่เคยติดชุดใหญ่) แต่ฟอร์มเข้าตา

ปิดท้ายกันที่แข้งหน้าใหม่ที่มีโอกาสเข้ามาติดทีมชาติไทยของโค้ชนิชิโนะ กันบ้าง

1.เอเลียส ดอเลาะ (การท่าเรือ เอฟซี)

คนแรกเลยก็ต้อง เอเลียส ดอเลาะ ของการท่าเรือ จริงๆ ก็เคยเข้ามาซ้อมกับทีมชาติไทย สมัยโค้ชซิโก้ ถ้าจำไม่ผิด แต่ก้ยังไม่มีโอกาสได้เป็น 23 คนสุดท้าย แต่ด้วยฟอร์มในฤดูกาลนี้ ก็มีหลายเสียงที่เชียร์ให้ปราการหลังลูกครึ่งสวีเดนรายนี้ได้ติดทีมชาติ แม้จะยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดถึงฟอร์มชั่วโมงนี้ก็ต้องเรียกเขาไปเป็น 1 ใน 23 ขุนพลละครับ

2.ชินภัทร ลีเอาะ (สิงห์ เชียงราย)

อีกคนเป็นแข้งที่มาจากชุดยู 23 ก็น่าจะเคยซ้อมกับชุดใหญ่อยู่บ้าง ปีนี้ก็ฟอร์มดีสุดๆ กับสิงห์ เชียงราย ก็มีโอกาสเหมือนกันที่จะถูกเรียกตัวไป เพราะเจ้าตัวก็ยังเป็นตัวหลักในยู 23 เผื่อกุนซือชาวญี่ปุ่น จะเรียกไปดูฟอร์มด้วย

3.ศฤงคาร พรหมสุภะ (เอสซีจี เมืองทอง)

รายนี้ก็เช่นเดียวกัน ช่วงหลังกลายเป็นตัวหลักของทีมกิเลนผยองไปแล้ว และก่อนหน้านี้ก็เป็นกัปตันทีมของยู 23 มาด้วย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

4.สราวุธ กัลยาณบัณฑิต (สมุทรปราการ ซิตี้)

ต่อกันที่ สราวุธ ปราการหลังจากสมุทรปราการ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามอง แต่ก็เบียดขึ้นมาไม่ได้ จนมาถึงฤดูกาลนี้ถือว่าโชว์ฟอร์มเยี่ยมกับทีมเขี้ยวสมุทร ก็ไม่แน่อาจจะไปเข้าตา นิชิโนะ และทีมงานบ้าง

5.ชิติพัทธ์ แทนกลาง (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) อันนี้ผมลืมใส่รูปไปตอนแรก ไม่มีอะไรครับ

ปิดท้ายกันที่ CT14 ที่แฟนบอลทีมอื่นอาจตั้งคำถาม แต่สำหรับผมคิดว่าปีนี้ ชิติพัทธ์ กลับมาทำผลงานได้ดีมากๆ จนกลายเป็นตัวหลักของบุรีรัมย์ และถ้าเขาจะมีชื่อติดทีมชาติไทย อันนี้ก็คงไม่แปลก เพราะผลงานเขาดีจริงๆ

ทั้งหมดก็เป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่ทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ และมีโอกาสจะถูกเรียกไปติดทีมชาติไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นแค่มุมของของทีมงาน “ขอบสนามบอลไทย” ของเรานะครับ สุดท้ายแล้วใครจะติดบ้างก็คงขึ้นอยู่กับกุนซือใหญ่ชาวญี่ปุ่น

ส่วนแฟนบอลไทยท่านอื่นๆ มีใครจะเสนอแนะนักเตะคนอื่นๆ เข้ามาก็ยินดี ครับผม ตอนต่อไปเรามาว่ากันที่ กองกลาง และ กองหน้ากันต่อครับผม

 

RELATED NEWS