สเกาท์แข้งไทย! EP.3 “กองกลาง” ใครฟอร์มดีสมควรติดทีมชาติ

สเกาท์แข้งไทย! EP.3 “กองกลาง” ใครฟอร์มดีสมควรติดทีมชาติ

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน อากิระ นิชิโนะ ก็จะทำการประกาศรายชื่อนักเตะชุดแรกทีมชาติไทยออกมาประมาณ 30 คน ก่อนที่จะมีการตัดตัวให้เหลือ 23 คนสุดท้าย ในการพบกับเวียดนาม 5 ก.ย.นี้

ซึ่งจริงๆ แล้ววันนี้ (18 ส.ค.62) ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชช้างศึก ก็มีการส่งชื่อนักเตะให้สมาคมไปเรียบร้อย และทางสมาคมฯ ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังสโมสรต้นสังกัดของนักเตะเพื่อให้รับทราบ ก็คงจะรู้กันแล้วว่ามีใครอยู่ในข่ายจะติดทีมชาติบ้าง

โดยในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.62) นิชิโนะ ก็จะประชุมร่วมกับทีมงานเพื่อคัดนักเตะที่ส่งชื่อไปให้เหลือ 30 คนแรกที่จะมาเก็บตัวกันในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีใครบ้างนั้น เราก็ต้องรอลุ้นกัน

ส่วนการสเกาท์ฟอร์มนักเตะของเรานั้น ก็ผ่านไป 2 ตำแหน่งแล้ว คือ ผู้รักษาประตู และ กองหลัง ใครยังไม่ได้อ่านตามไปอ่านได้ที่

EP1. ผู้รักษาประตู https://www.khobsanam.com/column/91718

EP2. กองหลัง https://www.khobsanam.com/column/92766

และก่อนจะไปสเกาท์ฟอร์มนักเตะกันนั้น เหมือนเดิมขออธิบายอีกครั้งว่าเราจะแบ่งนักเตะออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มขาประจำ ที่มีโอกาสติดสูง 2.และกลุ่มที่เคยติดทีมชาตินานแล้ว และกลับมาฟอร์มดีตอนนี้ และกลุ่มสุดท้าย 3.นักเตะหน้าใหม่ แต่ฟอร์มสุดยอด

กลุ่มแรก 1. ขาประจำ มีโอกาสติดสูง

1.ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดลเล่ ซัปโปโร)

ในรายของ “เมสซี่เจ” แน่นอนว่าตอนนี้คือนักเตะตัวรุกเบอร์หนึ่งของทีมชาติไทย บวกกับฟอรืมส่วนตัวในเวลานี้ก็กำลังเข้าฝักในเจลีก ถ้าไม่เจ็บยังไงก็ต้องมีชื่อติดแน่นอน

2.ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (โออิตะ ตรินิตะ)

ในรายของ “เจ้านิว” ก็เช่นกัน ถ้าพูดถึงมิดฟิลด์ตัวกลาง แบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ นี่ก็เป็นมือวางอันดับหนึ่งเช่นเดียวกัน แม้ในการย้ายไปเล่นเจลีก จะได้ลงตัวจริงบ้าง สำรองบ้าง แต่ยังไงแล้วมาตรฐานก็ถือว่ายังสูง และเป็นตัวเลือกต้นๆ ของทีมชาติไทยแน่นอน

3.สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

มาดูในไทยลีกกันบ้าง ชั่วโมงนี้นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุดในตำแหน่งตัวรุกก็คือ สุภโชค สารชาติ ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปี แต่เล่นได้เกินอายุมากๆ ก็มีแนวโน้มที่จะถูกเรียกมา และน่าจะเป็นตัวหลักของ ยู23 ซึ่ง นิชิโนะ ก็คงอยากจะเรียกเข้ามาเช็คฟอร์มแน่นอน

4.ปกเกล้า อนันต์ (ทรู แบงค็อก)

ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง อีกคนที่ทำผลงานได้ดีตามมาตรฐานและมีโอกาสจะติดทีมชาติไทยชุดนี้ก็คือ ปกเกล้า อนันต์ ของทรู แบงค็อก โดยเฉพาะในช่วงที่ สรรวัชญ์ โดนแบนไป ปกเกล้า นี่ถือเป็นตัวหลักของบียู และทำผลงานได้ดีด้วย จุดเด่นคือการจ่ายบอล การคุมเกม และการยิงไกล ซึ่งไม่แน่ก็อาจจะติดมาพร้อมๆ กับ สรรวัชญ์ เดชมิตร

5.บดินทร์ ผาลา (การท่าเรือ เอฟซี)

พูดถึงตัวริมเส้นที่ผลงานดีมากๆ ในฤดูกาลนี้ ก็คงต้องมีชื่อของ บดินทร์ ผาลา ติดมาด้วย โดยเฉพาะเลกแรกพีคมาก ยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง แม้เลกสองฟอร์มจะดร็อปไปนิด แต่ผลงานในสนามก็ยังยอดเยี่ยมอยู่

6.สุมัญญา ปุริสาย (การท่าเรือ เอฟซี)

ในตำแหน่งตัวรุก หรือเพลย์เมกเกอร์ อีกคนที่จะลืมไม่ได้ก็คือ สุมัญญา ปุริสาย โดยเฉพาะฟอร์มในช่วงนี้ ต้องบอกว่าดีจริงๆ เป็นเดอะแบกของการท่าเรือเลยในเวลานี้ แต่ถาพูดถึงโอกาสลงสนามให้ทีมชาติในฐานะตัวจริง ก็อาจจะยังยากอยู่ เพราะยังมี เมสซี่เจ ที่เป็นตัวเลือกแรก

กลุ่มที่ 2.เคยติดทีมชาติ แล้วฟร์มดี

1.ชาริล ชัปปุยส์ (เอสซีจี เมืองทอง)

ถือเป็นการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งสำหรับ ชัปปุยส์ ที่ตอนนี้กลายเป็นตัวหลักของเอสซีจี เมืองทอง และเล่นได้ดี อาจจะยังดีไม่เท่าเมื่อก่อน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเรียกมาติดทีมชาติครั้งนี้

2.ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี)

ตัวริมเส้นอีกคนที่มีโอกาสก็คือ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ที่ผลงานถือว่าน่าพอใจกับการท่าเรือ อาจจะไม่ได้ดีเวอร์ขนาดนั้น แต่ถ้าเลือกตัวริมเส้น มันก็ไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก ยังไง ปกรณ์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

3.ศิวกร จักขุประสาท (การท่าเรือ เอฟซี)

คนนี้สมควรที่จะติดมากๆ กับตำแหน่งกองกลางตัวรับ ถือเป็นนักเตะที่ฟอร์มดีมากๆ ในฤดูกาลนี้ กับการเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมการท่าเรือ ในคิงส์ คัพ ครั้งล่าสุดก็ติดไป แต่น่าเสียดายไม่ได้ลงสนาม

4.ศิวกรณ์ เตียตระกูล (สิงห์ เชียงราย)

คนนี้ฟอร์มดีมาหลายปีแล้ว ซึ่งก็มีชื่อติดบ้างไม่ติดบ้าง บางทีก็ติดไปซ้อมแต่สุดท้ายโดนตัดชื่อออก ถ้าพูดถึงฟอร์มก็มีโอกาสที่จะติดทีมชาติ เพราะทำผลงานได้ดี

5.จักรพันธ์ พรใส (ราชบุรี มิตรผล)

ในรายของ จักรพันธ์ พรใส ก็เป็นอีกคนที่เหมือนกลับมาเกิดใหม่กับราชันมังกร ทั้งยิง ทั้งจ่าย ถ้าพูดถึงฟอร์มแล้วก็มีโอกาส แต่ถ้าพูดถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาติดทีมชาติ อาจจะลุ้นเหนื่อยหน่อย

กลุ่มที่ 3.แข้งหน้าใหม่ (ไม่เคยติดชุดใหญ่) แต่ฟอร์มเข้าตา

1.เอกนิษฐ์ ปัญญา (สิงห์ เชียงราย)

เจ้าหนูวัย 19 ปี คือวันเดอร์คิดที่แจ้งเกิดของจริงในฤดูกาลนี้ คือเราได้ยินชื่อเขามาน่าจะสองฤดูกาลแล้ว แต่ปีนี้คือพีคสุดๆ เพราะได้เล่นต่อเนื่อง และเป็นตัวหลักของสิงห์ เชียงราย ตอนนี้ แถมยังยิงประตูได้เยอะด้วย เป้นดาวซัลโวคนไทยอยู่ตอนนี้ ถ้าดูที่ฟอร์มยังไงก็ต้องเรียกมา แต่การจะได้เป็นตัวจริงคงต้องรอโอกาสเช่นกัน แต่ในทีมยู 23 น่าจะเป็นตัวหลักแน่นอน

2.วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี)

มาที่ “เจ้ายิม” ก็เป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงมาในซีซั่นนี้ และเป็นตัวความหวังของทีมฉลามชล ก็อย่างที่บอก ถ้าจะลุ้นมีชื่อติดทีมชาติก็พอลุ้นได้ แต่จะลุ้นได้เป็น 23 คนสุดท้าย อาจจะยังยากหน่อย แต่สำหรับ ยู 23 ก็เป็นตัวหลักแน่นอน

3.พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล (สิงห์ เชียงราย)

คนนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะติดทีมชาติชุดใหญ่ สำหรับ “เจ้าเต้” ที่ปีนี้ฟอร์มดีมากๆ ในตำแหน่งตัวรับ ถ้าจะดันให้เป็นตัวจริงก็น่าจะได้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งก็ต้องรอดูกัน

4.รัตนากร ใหม่คามิ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ปิดท้ายที่ รัตนากร ใหม่คามิ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ ในช่วงเลกแรกผลงานดีมาก แต่เลกสองอาจจะดร็อปไปนิด โอกาสถูกเรียกมาก็พอมี แต่อาจจะลุ้นเหนื่อยกว่าคนอื่นๆ ยิ่งช่วงหลังก็ไม่ค่อยได้ลงเป็นตัวจริงเท่าไหร่

นี่เป็นกองกลางที่มีโอกาสจะมีชื่อเป็น 30 คนแรก ทีมชาติไทย ที่ “อากิระ นิชิโนะ” จะประกาศออกมาเร็วๆ นี้ ซึ่งก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าเป็นมุมมองของทีมงานขอบสนามบอลไทย แน่นอนว่าต้องมีนักเตะในนี้ติดบ้าง หรืออาจจะมีนักเตะนอกเหนือจากนี้ติดก็เป็นได้ 

เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาปิดท้ายกันที่ “กองหน้ากันบ้าง” ส่วนวันนี้ลาไปก่อนสวัสดี

RELATED NEWS