สเกาท์แข้งไทย! EP.4 “กองหน้า” ใครฟอร์มดีสมควรติดทีมชาติ

สเกาท์แข้งไทย! EP.4 “กองหน้า” ใครฟอร์มดีสมควรติดทีมชาติ

วันพรุ่งนี้แล้ว (20 ส.ค.) ที่ อากิระ นิชิโนะ กุนซือช้างศึกคนใหม่จะทำการประกาศรายชื่อนักเตะชุดแรกออกมา 30 คน ในการเตรียมทีมลุยบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เกมพบกับเวียดนาม 5 ก.ย.นี้

และก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อออกมา เราขอมาปิดซีรีส์การสเกาท์ฟอร์มนักเตะทีมชาติไทย ในตำแหน่งสุดท้ายที่ “กองหน้า” หลังจากที่เราได้ว่ากันถึงสามตำแหน่งก่อนหน้านี้ไปแล้ว ใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิ๊กไปตามนี้เลยจร้า

ผู้รักษาประตู https://www.khobsanam.com/column/91718

กองหลัง https://www.khobsanam.com/column/92766

กองกลาง https://www.khobsanam.com/column/92997

และก่อนจะไปสเกาท์ฟอร์มกัน ก็ขออธิบายอีกครั้งว่าเราจะแบ่งนักเตะออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มขาประจำ ที่มีโอกาสติดสูง 2.และกลุ่มที่เคยติดทีมชาตินานแล้ว และกลับมาฟอร์มดีตอนนี้ และกลุ่มสุดท้าย 3.นักเตะหน้าใหม่ แต่ฟอร์มสุดยอด

กลุ่มแรก 1. ขาประจำ มีโอกาสติดสูง

1.ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง)

ในรายของ “เจ้ามุ้ย” อย่าเพิ่งดราม่ากันนะครับ เข้าใจว่าช่วงหลังมานี้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บ และไม่ได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดเลย ซึ่งดูแล้วก็น่าจะหมดโอกาสที่จะมีชื่อติดทีมมาครั้งนี้ เพราะ นิชิโนะ คงไม่ได้เห็นฟอร์ม และเจ้าตัวก็คงยังไม่ฟิต แต่ที่มีรายชื่อมาในลิสต์ของเรา ก็แค่บอกเฉยๆ ว่าอยู่ในข่าย เพราะถ้าเจ้าตัวฟิตสมบูรณ์ ก็คงจะมีชื่อติดมาในทีมด้วยแน่นอน

2.อดิศักดิ์ ไกรษร (เอสซีจี เมืองทอง)

เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง “เจ้ากอล์ฟ” รายนี้ก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานเช่นเดียวกัน และแทบไม่ได้ลงเล่นเลย ก็คงยากที่จะมีชื่อติดทีมในครั้งนี้ แต่ก็นั่นแหละเราก็ใส่ชื่อไว้ก่อน เพื่อว่าจะติดเข้ามา

3.ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ก่อนหน้านี้ “เจ้าอาร์ม” ถือเป็นกองหน้าอนาคตใหม่ของทีมช้างศึก หลังทำผลงานได้ดีในซูซูกิ คัพ และ เอเชี่ยน คัพ แต่ก็มาฟอร์มดับในทีมชาติ ชดยู 23 ซึ่งก็ลามมาถึงทีมชุดใหญ่ในคิงส์ คัพ หนล่าสุดด้วย ทำให้ผลงานในลีกก็ดร็อปลงไป แต่ช่วงหลังก็เริ่มกลับมา และน่าจะยังเป็นตัวเลือกในทีมชาติไทยชดนี้อยู่ เพราะกองหน้าไทยก็หายากซะเหลือเกิน

4.ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ในรายของเจ้าหนูมหัศจรรย์ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงกับปราสาทสายฟ้า ที่ได้มีโอกาสติดทีมชุดใหญ่ครั้งแรกมาแล้วในคิงส์ คัพ ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปีกว่าๆ เท่านั้น แต่เหมือนจะยังปรับตัวไม่ได้ตอนคิงส์ คัพ และอาจจะแบกอายุมากเกินไป แต่ถ้าพูดถึงฟอร์ม ยังไงก็ต้องเรียกมา

กลุ่มที่ 2.เคยติดทีมชาติ แล้วฟอร์มดี

1.ธีรเทพ วิโนทัย (ชลบุรี เอฟซี)

ลีซอ กลับมามีลุ้นติดทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังกลับไปแจ้งเกิดที่ชลบุรี เอฟซี โอเคละว่าได้ลงสนามต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมกับทีม แต่การผลิตสกอร์ก็ยังเป็นคำถามอยู่ว่าจะโอเคไหมกับการมาเป็นตัวความหวังให้ทีมชาติไทย แต่ถ้าถามถึงประสบการณ์ เอาไปเลยเต็มร้อย และถ้าเรียดว่าจริงก็ไม่น่าเกลียด

2.เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ชลบุรี เอฟซี)

เช่นเดียวกับ “เจ้าก้อง” ที่หลุดจากทีมชาติไปนาน ก็มีโอกาสเหมือนกันที่จะได้คัมแบ็คกลับมา แต่ก็ต้องรอดู เพราะตัวเลือกริมเส้นนั้นมีคู่ต่อสู้เยอะมาก

3.ชนานันท์ ป้อมบุบผา (ทรู แบงค็อก)

ในรายของ “เจ้าทู” บอกตามตรงว่าถ้าเอาที่ผลงาน คงยากที่จะติดทีมชาติ แต่อย่างที่บอกว่า การจะมองหน้ากองหน้าตัวเป้าสัญชาติไทยแท้ๆ ชั่วโมงนี้ มันหายากมากๆ ก็เลยต้องมีชื่อของ “ชนานันท์” เข้ามาด้วย

4.พิชา อุทรา (สมุทรปราการ ซิตี้)

ตัวริมเส้นอีกคนที่น่าสนใจก็คือ พิชา อุทรา ที่ก็ฟอร์มดีมาต่อเนื่อง และก็มีลุ้นเหมือนกันที่จะติดทีมชุดนี้ รอดูกัน

กลุ่มที่ 3.แข้งหน้าใหม่ (ไม่เคยติดชุดใหญ่) แต่ฟอร์มเข้าตา

1.อภิวัฒน์ เพ็งประโคน (พีทีที ระยอง)

พูดถึงหน้าใหม่ก็คิดออกแค่สองคนที่ควรเรียกมาทดลองดู ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในศึกไทยลีก หนึ่งคือ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ดาวยิงจากพลังเพลิง ที่ก่อนหน้านี้ก็มีชื่อติดทีมชาติมาแล้ว

2.ธีระพล เยาะเย้ย (สมุทรปราการ ซิตี้)

อีกหนึ่งคือ ธีระพล เยาะเย้ย ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างขึ้นมาในฤดูกาลนี้ ซึ่งก็สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งกองกลาง กองหน้าตัวต่ำ หรือจะเป็นหน้าเป้าจำเป็น ก็เล่นได้ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะมีโอกาสมีชื่อติด 30 คนแรกหรือไม่

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการสเกาท์ฟอร์มนักเตะไทย แบบพอสังเขป สำหรับนักเตะที่มีแนวโน้มที่จะมีชื่อติดเป็น 30 คนแรกทีมชาติไทย ซึ่งแน่นอนว่า บางทีเราก็อาจจะมีตกหล่นไบ้าง และมันก็ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานว่าทีมชาติไทยจะต้องออกมาตามนี้ 

ท้ายที่สุดแล้วเราก็รอลุ้นการประกาศรายชื่อในวันที่ 20 ส.ค.นี้ กันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง และสุดท้ายก็จะมีเพียง 23 คนเท่านั้นที่ได้มีชื่อในเกมพบกับเวียดนาม และมีเพียง 11 คนเท่านั้นที่จะได้เป็นตัวจริง และมีสำรองอีก 3 คนเท่านั้นที่อาจจะได้ลงสนาม

ดังนั้นสิ่งที่จะบอกก็คือเราคงไม่สามารถที่จะให้นักเตะที่เราคิดหรือเราชื่นชอบติดทีมชาติไทยได้ทุกคน ได้ลงเล่นตัวจริง หรือลงสนามได้ทุกคน ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของโค้ช ดังนั้นเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของโค้ชด้วย ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรผลการแข่งขันมันคือคำตอบ เพราะฉะนั้นเมื่อประกาศรายชื่อออกมา อย่าเพิ่งดราม่ากัน รอดูกันว่าผลงานในสนาม มันโอเคหรือไม่

 

RELATED NEWS