10 โมเม้นต์เด่น ในอาชีพของ แอชลี่ย์ โคล

10 โมเม้นต์เด่น ในอาชีพของ แอชลี่ย์ โคล

แอชลี่ย์ โคล อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ ประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวัย 38 ปี ปิดฉาก 20 ปีในฐานะพ่อค้าแข้ง โดยต่อจากนี้หวังจะผันตัวไปเป็นโค้ช ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเข้าคอร์สฝึกอบรบอยู่ วันนี้ขอสนามจะพาทุกท่านไปย้อนร้อย 10 โมเม้นต์เด่นในอาชีพขค้าแข้งของหนึ่งในแบ็คซ้านระดับท็อปของโลกรายนี้

1. เริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง

แอชลี่ย์ โคล เกิดในวันที่ 20 ธันวาคม 1980 เมืองสเตปนีย์ กรุงลอนดอน ที่ประเทศอังกฤษ สัญชาติอังกฤษ เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดท้องถิ่นของสโมสร อาร์เซน่อล ในปี 1997 ก่อนได้เลื่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ อาร์เซน่อล ในปี 1999 เจ้าตัวถูกส่งลงสนามเกมแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1999 ในศึกลีกคัพ อังกฤษ เกมพบ มิดเดิ้ลสโบรช์ แต่ผลการแข่งขันไม่สวยนัก อาร์เซน่อล แพ้จุดโทษ 1-3 หลังเสมอในช่วง 90 นาทีและต่อเวลาพิเศษ 2-2 แม้ว่าผลการแข่งขันในเกมแรกไม่เป็นใจนักแต่ฝีเท้าของนักเตะดาวรุ่งรายนี้ในตอนนั้นก็เพียงพอให้ อาร์เซน่อล ตัดสินใจเซ็นสัญญาอาชีพกับเขาเดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 และในช่วงฤดูกาล 1999/2000 นั้นเองเขาก็ถูกส่งไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ คริสตัล พาเลซ แบบยืมตัว 3 เดือน

2. พรีเมียร์ลีกเกมแรก

อาร์แวน เวนเกอร์ ตัดสินใจส่ง แอชลี่ย์ โคล วัย 19 ปี ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก พบ นิวคาสเซิ่ล เมื่อพฤษภาคม ปี 2000 ซึ่งเป็นเกมพรีเมียร์ลีก ส่งท้ายฤดูกาล 1999/2000 ของ อาร์เซน่อล แต่ผลการประเดิมสนามของ แอชลี่ย์ โคล กับ อาร์เซน่อล ไม่สวยหรูนัก เมื่อทีมบุกไปแพ้ สาลิกาดง 2-4 แต่ทว่าหลังจากนั้นเขาก็กลายมาเป็นตัวหลักให้กับ อาร์เซน่อล พาทีมสร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่

3. แชมป์ไร้พ่ายกับ อาร์เซน่อล

ฤดูกาล 2000/2001 แอชลี่ย์ โคล ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับ อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก่อนช่วย อาร์เซน่อล สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในฤดูกาลนั้น ได้แก่ แชมป์พรีเมียร์ลีก ชุดไร้พ่าย และ แชมป์ เอฟเอ คัพ ซึ่งที่ถูกพูดถึงและยังคงเป็นที่ถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์นั่นคือเขาเป็นหนึ่งในขุนพลแชมป์พรีเมียร์ลีกชุดไร้พ่ายนั่นเอง แอชลี่ย์ โคล คือตัวหลักคนสำคัญ ช่วยพาทีม อาร์เซน่อล ชุดนั้นสามารถเป็นแชมป์โดยที่ไม่แพ้ใครตลอดฤดูกาล

4. ประสบการณ์ทีมชาติ

ช่วงเวลาหนึ่ง เขาได้รับเสียงโห่อย่างหนักจากแฟนบอลอังกฤษ หลังทำผิดพลาดจนทำให้ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ต้องเสียประตูง่ายๆ ให้กับ คาซัคสถาน ในปี 2008 หลังจากผ่านไป 2 ปี โคล กลับมาได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลอังกฤษอีกครั้ง หลังสร้างผลงานส่วนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ทีมชาติอังกฤษจะมีฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังในฟุตบอลโลก 2010 ก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของอังกฤษ ประจำปี 2010 และเป็นกองหลังคนแรกที่ได้รางวัลนี้ นอกจากนี้ โคล กลายเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษคนที่ 7 ที่ลงสนามเป็นนัดที่ 100 ในเกมที่ อังกฤษ เอาชนะ บราซิล 2-1 เมื่อปี 2013 ต่อจาก ปีเตอร์ ชิลตัน, เดวิด เบ็คแฮม, บ็อบบี้ มัวร์, เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, บิลลี่ ไรท์ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และพิเศษที่สุดในนัดนี้ยังเป็นนัดที่ อังกฤษ ฉลองครบรอบ 150 ปี ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ด้วยการชนะ แชมป์โลก 5 สมัย อย่างบราซิล ไป 2 ประตูต่อ 1 และถือเป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบ 23 ปี ก่อนที่แบ็คซ้ายจอมเก๋า จะยุติการรับใช้ทีมชาติไว้ที่ 107 เกม และทำสถิติเป็นผู้เล่นสัญชาติอังกฤษที่รับใช้ชาติมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเมืองผู้ดี

5. แชมป์ยุโรป

หลังจากเฝ้ารอคอยมากว่าร้อยปี ในที่สุด เชลซี ก็สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ ในฤดูกาล 2011/2012 ท่ามกลางประจักษ์พยานนับร้อยล้านชีวิตทั้งในสนามและที่ชมเกมผ่านทางการถ่ายทอดสด และหนึ่งในกองกำลังสำคัญที่พา เชลซี ภายใต้กุนซือขัดตราทัพอย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ แม้กองหน้าอย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา จะกลายเป็นฮีโร่ผู้พลิกชะตา เชลซี ในปีนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าศักยภาพแบ็คซ้ายระดับท็อปของโลก อย่าง แอชลี่ย์ โคล มีส่วนช่วยให้ เชลซี คว้าแชมป์ยุโรปใบแรกมาครองได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในรอบรองชนะเลิศการพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า และรองชิงชนะเลิศเผชิญหน้ากับทีมที่เพียบพร้อมไปด้วยนักเตะระดับท็อปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

6. จอมประกบสตาร์

แม้ว่าจะเป็นเป็นแบ็คขาลุย แต่เกมรับก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง โคล สร้างชื่อเป็นอีกหนึ่งแบ็คซ้ายที่คู่แข่งยอมรับว่ารับมือยากที่สุดเท่าที่เคยเจอ ขนาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์จอมพังประตูชื่อดังระดับโลก ยังยกให้เขาเป็นคู่แข่งที่รับมือยากที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา โรนัลโด้ เคยต่อกรกับ โคล มานมนานเมื่อสมัยค้าแข้งอยู่ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 ปีตั้งแต่ 2003-09 อีกทั้งยังเจอกันในระดับนานาชาติด้วยเมื่อคราวที่ทีมชาติ โปรตุเกส พบกับ อังกฤษ ซึ่งทางด้าน CR7 ให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นเวลาหลายปีที่ผมต้องต่อกรกับ แอชลี่ย์ โคล เขาแทบไม่ปล่อยโอกาสให้คุณหยุดหายใจเลย เขาเป็นผู้เล่นที่มีเทคนิคยอดเยี่ยมเมื่อตัวเขาอยู่ในจุดพีค เขามีความเร็ว และมันยากมากในการเบียดปะทะกับเขา เมื่อใดที่เจอกับเขามันไม่ใช่เกมที่ง่ายเลย”

7. เจ้าพ่อบอลถ้วย เอฟเอ คัพ

แอชลี่ย์ โคล สร้างชื่อเสียงของตัวเองให้วงการลูกหนังได้จดจำในฐานะ “เจ้าพ่อบอล เอฟเอคัพ” เมื่อสร้างสถิติกลายเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 120 ปี ที่ได้ชูถ้วยนี้มากครั้งที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังช่วยทัพ “สิงห์บลูส์” เอาชนะ พอร์ทสมัธ ไป 1-0 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศปี 2010 เขากลายเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 120 ปี ที่คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ไปครองได้ถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศึกลูกหนังที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยก่อนหน้านี้ โคล เคยพา อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัด คว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึง 3 สมัย (2002, 2003 และ 2005) ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์ และช่วยให้ เชลซี ชูถ้วย เอฟเอคัพ อีก 3 หน (2007, 2009 และ 2010) จากความสำเร็จดังกล่าวของ แอชลี่ย์ โคล ทำให้เจ้าตัว ทุบสถิติคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 5 สมัยของ ชาร์ล วอลลาสตัน, อาเธอร์ คินนาร์ด และ เจมส์ ฟอร์เรสต์ ซึ่งดาวเตะ ทั้ง 3 ราย ต่างก็เป็นนักเตะในสมัยปลายศตวรรษที่ 18

8. รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล

แอชลี่ย์ โคล อาจไม่ใช่ที่ถูกจดจำในฐานะแบ็คจอมทำประตูมากนัก โดยทำสถิติยิงไป 21 ประตู จากการลงเล่น 702 เกม อย่างไรก็ตามหนึ่งในโมเม้นต์การทำประตูอันน่าจดจำของเขาคือการสร้างฝันร้ายให้กับ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ด้วยการดูดบอลลงอย่างสุดสวยก่อนตะลุยเลี้ยงเดี่ยวหลบกองหลังเข้าไปยิงใส่ ซันเดอร์แลนด์ ก่อนจบด้วย เชลซี ชนะ 7-2 ซึ่งประตูนั้นของเขาได้รับการโหวตให้รับรางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2009/2010

9. อายุเป็นเพียงตัวเลข

แอชลี่ย์ โคล สร้างชื่อให้กับตัวเองอีกครั้งในวัย 37 ปี หลังโชว์สกิลลูกหนังพลิกหลบคู่แข่ง ก่อนแหวกไปซัดแสกหน้าให้กับ แอลเอ แกแล็กซี่ สโมสรชั้นนำในศึก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา นัดเสมอกับ โคโลราโด ราปิดส์ 2-2 เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 15 สิงหาคม ปี 2018 อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ย้ายมาโลดแล่นใน เมเจอร์ลีก เป็นฤดูกาล 3 ถึงแม้อายุจะปาเข้าไปถึงวัย 37 กะรัต แต่ล่าสุด โคล ก็ทำให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข หลังได้โชว์สกิลพลิกบอลหลบกองหลัง โคโลราโด ก่อนจะแหวกต่ออีกชั้น และ ยิงแสกหน้าใส่ ทิม โฮเวิร์ด อดีตผู้รักษาประตู เอฟเวอร์ตัน เข้าไปอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ แอชลี่ย์ โคล ไม่สามารถช่วย แอลเอ แกแล็กซี่ เก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ หลังโดน โคโลราโด ราปิดส์ ไล่ตามตีเสมอถึง 2 ครั้ง 2 ครา และเก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนน เท่านั้น แต่ผลงานของเขากลายเป็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในโลกโซเชี่ยล

10. แบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกแห่งยุค

แม้จะต้องพบเจอกับข่าวฉาวมาในช่วงค้าแข้ง การย้ายทีมไปคู่อริ ถูกต่อว่าด่าทอมากันอย่างยกใหญ่ว่าเขาเห็นแก่เงิน ที่ทำเอาแฟนบอลลืมไม่ลงทั้งรักและทั้งเกลียด แต่ฝีเท้าของเขาไม่เคยตก แอชลี่ย์ โคล เป็นแบ็คซ้ายที่มีความเร็วที่เฉียบคม ทั้งด้วยเรื่องความแข็งแกร่ง เติมเกมส์บุกดี และการที่เขามาอยู่ในทีมสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี มันทำให้เขาได้ก้าวขึ้นแห่งความสำเร็จอีกขั้น ตลอดเส้นทางการค้าแข้งของเขา โคล ผ่านการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 7 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรป้าลีกอีกอย่างละสมัย ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกในยุคนั้น

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS