พักรบ “ไทยลีก” รวมใจเชียร์ “ทีมชาติไทย”

ฟุตบอลไทยปรับโฟกัสเข้าสู่ช่วง “ฟีฟ่าเดย์” ทั้งลีกสูงสุด “ไทยลีก” และลีกรอง “ไทยลีก 2” หยุดพัก 2 สัปดาห์ให้ทีมชาติไทยไปเตะ “ฟุตบอลโลก 2022” รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

“ไทยลีก” มีโปรแกรมกลับมาเตะอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. ช่วงนี้ถือเป็นการ “พักรบ” ทั้งคนเล่นและคนดู

โดยเฉพาะสโมสรมีเวลาจัดทัพปรับปรุงทีมกันใหม่เพื่อกลับมาลุยในช่วง “โค้งสุดท้าย” ของฤดูกาลที่เหลืออีก 5 นัด

สถานการณ์ถึงตรงนี้ยังลุ้นกันสนุก ทั้ง “ลุ้นแชมป์” และ “หนีตกชั้น” ที่เดาไม่ออกบอกไม่ถูกว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร

ข้างบนตารางคะแนน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูงที่ 48 แต้มแบบยังมีลุ้น 3 แชมป์” หลัง เข้ารอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย “เอฟเอคัพ” และ “ลีกคัพ” ไปก่อนแล้ว

น่าสนใจตรงนี้ละว่าที่สุดแล้วฤดูกาลนี้ “ปราสาทสายฟ้า” จะคว้าไปได้กี่แชมป์ ?

ที่แน่ๆ ใน “ไทยลีก” คงลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลแน่ เพราะทีมที่ไล่ตามมา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำแต้มหายใจรดต้นคอจี้มาห่างแค่ 1 คะแนน

“กว่างโซ้ง” เคยมีลุ้น 3 แชมป์เหมือนกัน แต่ไปๆมาๆ เหลือลุ้นแค่ “ไทยลีก” รายการเดียว ดังนั้นพวกเขาไม่ยอมถอดใจยกธงขาวง่ายๆ

ทีมที่ตามมาอันดับ 3 การท่าเรือ ที่มี 43 แต้มและ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มี 41 แต้มแม้จะดูห่าง แต่ใช่ว่ายังไม่โอกาส เพราะฉะนั้นยังลุ้นกันสนุก 4 ทีมแน่นอน

ส่วนการหนีตกชั้นน่าสนใจตรงเกมตกค้างที่มีคิวเตะกันวันที่ 29 ส.ค.นี้ เชียงใหม่ ที่เพิ่งมีเพิ่ม 24 แต้มขยับขึ้นรองบ๊วยจะเจอ สุพรรณบุรี ทีมบ๊วยที่มี 22 แต้ม

ถ้า “พยัคฆ์ล้านนา” คว้า 3 คะแนนได้จะทำให้สถานการณ์ท้ายตารางคะแนนลุกเป็นไฟ ทีมในโซนปลอดภัยทั้ง สุโขทัย ที่มี 27 แต้ม นครราชสีมา มาสด้า ที่มี 28 แต้มเดือดร้อนแน่

รวมถึง พีที ประจวบ และ พีทีที ระยอง ที่มี 31 แต้มเท่ากันคงต้องเครียดกว่าเดิม ดีไม่ดี ราชบุรี มิตรผล ที่มี 32 แต้ม และ ชลบุรี กับ ตราด ที่มี 33 แต้มเท่ากันก็ประมาทไม่ได้เลย

สถานการณ์ของ “ไทยลีก” ใน 5 เกมที่เหลืออยู่จึงถือว่าน่าสนใจไม่เบา และน่าสนใจด้วยว่ารางวัล ‘Thai Strike Back’ จะแตกหรือเปล่า ?

ที่ผ่านมามีเพียงพลพรรค “สิงห์เจ้าท่า” เท่านั้นที่ทุบรางวัลแตกในรอบนัดที่ 6-10 ซิวเงินรางวัล 2 รอบรวมกันไป 1 ล้านบาท

แต่รอบล่าสุดนัดที่ 21-25 ไม่มีทีมสโมสรไหนที่มีนักเตะไทยยิงได้ถึง 8 ประตูอีกแล้ว ทำให้รางวัลนี้ไม่แตกมา 3 รอบแล้ว

เงินรางวัลรอบละ 5 แสนบาท รวม 3 รอบตั้งแต่นัดที่ 11-15, 16-20 และ 21-25 จึงถูกนำไปทบรวมในรอบสุดท้ายนัดที่ 26-30 เป็น 2 ล้านบาท”

ถ้าสโมสรไหนมีนักเตะไทยยิงถึง 8 ประตูก็รับรางวัลก้อนโตไปเลย แต่ถ้ามียิงได้มากกว่า 1 ทีมให้หารเงินรางวัลกันไป แต่ดูแล้วรางวัลนี้ไม่แตกง่ายๆ แน่นอน

แม้จะมีการตั้งรางวัลล่อใจให้แต่ละทีมส่งนักเตะไทยลงล่าตาข่ายเยอะๆ แต่ในความเป็นจริง “ไทยลีก” ยังเน้นบริการผู้เล่นนำเข้าเพื่อสังหารประตูทั้งนั้น

เอาแค่ลูก “จุดโทษ” ที่มีโอกาสได้ประตูแน่ๆหลายๆ ทีมยังวางตัวต่างชาติเป็นเพชฌฆาต ดังนั้นโอกาสที่นักเตะไทยจะมีชื่อขึ้นเป็นคนทำสกอร์จึงถือว่าน้อยนิด

ตรงนี้กระทบชิ่งถึงทีมชาติไทยแบบปฏิเสธไม่ได้จนเป็นคำถามอยู่บ่อยๆ ว่า “ทีมชาติไทยจะเอาใครไปยิงประตู ?”

ประเด็นนี้กลายเป็น “ดราม่า” อีก เมื่อ อากีระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นเลือกกองหน้าแค่ 2 คนมาติดโผเตะกับ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย ในเกมคัดฟุตบอลโลก 2 นัดแรก

ไม่มีใครรู้ได้ว่า “นิชิโนะ” คิดวางแผนอะไรเอาไว้ เสียงวิพากษ์จึงมีมากมายตามมา ไม่ใช่แค่เรื่องกองหน้า แต่ยังเป็นตัวผู้เล่นอีกหลายคนที่มีคำวิจารณ์มากมาย

ตรงนี้ถือว่าแล้วแต่มุมมองที่มีทั้งถูกใจและไม่ถูก แต่ที่สุดแล้ว “นิชิโนะ” ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่เป็นคนเลือกมาต้องรับผิดชอบผลงานอยู่แล้ว

อย่าไปคิดเลยเถิดถึงขั้นว่า “นิชิโนะ” ไม่ได้เลือกตัวนักเตะเองหรือมีคนเลือกให้ ต้องเข้าใจว่านี่คือการทำงานเป็นแบบทีมเพื่อช่วยกุนซือใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งมารับงานไม่นาน

ทีมงานผู้ช่วยผู้ฝึกสอนคนไทยไม่ได้มีหน้าที่แค่เข้าไปตั้งกรวยฝึกซ้อม แต่ต้องให้ข้อมูล “นิชิโนะ” เพื่อตัดสินใจในลำดับสุดท้ายว่าจะเลือกใครมาติดทีมชาติไทยบ้าง

ที่สำคัญคือการเตรียมทีมครั้งนี้เป็นการรวบเอานักเตะระดับ “ยู 23” เข้ามาด้วยบางคน โผรายชื่อจึงมีบ้างที่เห็นแล้วค่อนข้างคาใจว่าติดมาได้ไง ทั้งที่บางคนเพื่อเตรียมทีมยู-23 เท่านั้น

เรื่องนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ไม่ได้สร้างความเข้าใจกับแฟนบอล ตั้งแต่ประกาศรายชื่อออกมาไม่เคยเห็นข่าวที่ว่า “เป็นทางการ” จากปาก “นิชิโนะ” เลย

แต่เอาเถอะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะต่อว่ากัน ควรให้กำลังใจทุกคนเพื่อทีมชาติไทยมากกว่า รบกันเอง ด่ากันเอง ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา บั่นทอนกำลังใจกันเสียอีก

รวมใจไทยทั้งชาติดีกว่า ถอดเสื้อแต่ละสโมสรเก็บเข้าตู้ไปก่อน ถึงเวลารวมพลังเชียร์ทีมชาติไทยเพียงหนึ่งเดียว….ไทยแลนด์ สู้ๆ 

“บับเบิ้ล”

 

RELATED NEWS