6 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าสู่ยุคมืดดิ่งลงเหว

6 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าสู่ยุคมืดดิ่งลงเหว

สำหรับผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน กลายเป็นทีมอันดับ 8 ไปของตารางพรีเมียร์ลีก ไปเสียแล้ว ล่าสุดในลีกบุกไปพ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มา 0-2 ส่วนผลงานในบอลถ้วยลีกคัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาหืดจับกว่าจะเอาชนะทีมจากลีกวันอย่าง รอชเดล ได้ ต้องถึงขั้นดวลจุดโทษ ทั้งที่เล่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งถึงแม้จะเป็นการจัดทีมแบบผสม แต่ก็ไม่น่าจะต้องหืดจับขนาดนี้ ทำเอาแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงกับกุมขมับเป่าปากพึมพำว่าเข้ารอบมาได้ก็บุญแล้ว วันนี้ขอบสนามมาเปิดเหตุผลว่าทำไม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงตกต่ำได้ขนาดนี้

1. นักเตะไร้ความกระหายชัยชนะ

เมื่อมองภาพรวมเหล่าแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน เตะบอลเหมือนขอไปที ให้จบ ๆ ขาดแรงจูงใจ ไร้ความกระหายในชัยชนะ เตะไปวันวัน ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะคว้าชัย อีกทั้งดูเหมือนขาดผู้นำคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม ทำให้ดูไร้พลังเตะบอลเหมือนเล่นขายของไปวัน ๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ผลดีต่อ ปีศาจแดง คงได้แต่หวังว่าพวกเขาจะตาสว่างและกลับมามีความกระหายให้สมกับชื่อ ปีศาจแดง ได้อีกครั้งหนึ่ง

2. แนวรุกสร้างสรรค์เกมไม่ได้

หลายเกมที่ผ่านมาแนวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้เลย บางเกมบทจะดีก็ดี บางเกมแย่คือแย่ไปเลย ยังไม่สามารถรักษาระดับมาตรฐานไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ผีเข้าผีออก นอกจากนี้เมื่อมีโอกาสพวกเขากลับไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ ปล่อยให้มันหลุดลอยไป กลายเป็นว่าขาย ลูกากู ออกไป แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหากองหน้าจบสกอร์มาแทนได้เลย การได้ แดเนี่ยล เจมส์ ดาวรุ่งอนาคตไกลมาเสริมในแนวรุกไม่ได้ยกระดับเกมรุกของพวกเขาหากยังขาดทีมเวิร์ค ซึ่งต้องชื่นชม เจมส์ เขาเป็นคนเดียวที่เล่นดีที่สุดในแนวรุกยามลงสนาม ด้วยความสามารถเฉพาะตัวล้วน ๆ เจ้าตัวสร้างสรรค์เกมรุกได้ดี แต่ก็ไม่ใช่พวกโป้งปิดบัญชีอยู่ดี

3. หลังบ้านยังรั่วเหมือนเดิม

แม้ว่าจะเสริม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เข้ามาช่วยยกระดับเกมรับในทีม แต่ทว่าหลังบ้านก็ยังรั่วเหมือนเดิม ฟอร์มจริง ๆ แม็กไกวร์ เองก้ไม่ได้เล่นแย่ แต่ทว่าคนคนเดียวคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพื่อนในทีมก็ต้องช่วยกันปั้นด้วย ความจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาตั้งแต่เกมรับในแดนกลางที่ทะลุทะลวงกลวงถึงหลัง กลางเก็บบอล ครองบอลไว้ไม่ค่อยได้ ซึ่งยังเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำการบ้านและหาทางออกกันต่อไป

4. ความเป็นสตาร์ดังของนักเตะ

ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหากับบรรดานักเตะที่มักทำตัวเป็นสตาร์ดัง นักเตะที่มีค่าเหนื่อยที่แพงแต่กลับสนใจกับเรื่องนอกสนามมากกว่าในสนาม โดยเฉพาะโลกโซเชี่ยล ซึ่งปัญหานี้ยังไม่สามารถแก้ได้ ถ้าหากพวกเขาเก่งได้เหมือนการแสดงออกทางโลกโซเชี่ยล หรือได้สักครึ่งหนึ่งแบบที่พวกเขาโพสต์ มันคงยกระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มากทีเดียว

5. ทรงบอลของ โซลชา

ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับ โซลชา ว่าใช่ของจริง จริงหรอ? เพราะด้วยผลงานนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โซลชา ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้เลยว่าคือ ปีศาจที่มาปลุกปีศาจ เรามักจะเห็น โซลชา นั่งอยู่ม้านั่งสำรอง ออกมาเดินเล่นข้างสนามบ้าน แต่ไม่เห็นการกระตุ้นลูกทีมที่ข้างสนามสักเท่าไหร่ เมื่อหันไปดูทีมคู่แข่งระดับหัวตาราง มักมีกุนซือระดับฮาร์ดคอร์ที่พร้อมจะไฝว้กับฝ่ายตรงข้าม หรือคอยกระตุ้นลูกทีมของเขาอยู่เสมอหากผลงานไม่ได้ดังใจ การจัดทัพหรือการแก้เกมยังคงดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทรงบอลดูแล้วเป็นทรงกลมแต่ไม่ใช่ทรงบอลที่ดี ข้อดีที่มีของเขาคือการให้โอกาสดาวรุ่งได้แจ้งเกิดเท่านั้น นอกจากนี้ก่อนหน้าเคยเชื่อว่า โซลชา เขารู้วิธีที่จะดึงศักยภาพ และ ได้รับความยำเกรงจากนักเตะอย่าง ปอล ป๊อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว

6. เอ็ด วู้ดเวิร์ด ไม่วิ่งเอาซะเลย

เอ็ด วู้ดเวิร์ด เข้ามารับงานดูแลเรื่องต่าง ๆ ภายในทีมต่อจาก เดวิด กิลล์ แต่เขาก็มักจะโดนด่ามากกว่าการได้รับคำชม ด้วยความเป็นนักธุรกิจที่คิดถึงแต่เชิงพาณิชย์เป็นหลัก แต่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องฟุตบอล เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ ปีศาจแดง เข้าสู่ยุคมืดหลัง เซอร์ อเล็กซ์ วางมือ สมัยก่อนเซอร์แค่คนเดียวก็สามารถจัดการกับปัญหาภายในทีมได้ เพราะเขาเป็นคนที่สนิทกับเหล่าลูกทีมอย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบันในฐานะบอร์ดบริหารเขากับนิ่งเฉยเมื่อมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นในทีม รวมไปถึงการบริหารทุกอย่างที่นอกเหนือจากเรื่องทำเงินดูเขายังขาดความรู้และความเข้าใจโดยเฉพาะการเสริมทัพ และการต่อสัญญาผู้เล่นคนสำคัญ จนแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องส่ายหน้าและหวังว่าจะมีผู้อำนวยการกีฬาเข้ามาทำหน้าที่จริง ๆ จัง ๆ เสียที

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS