“สารัช อยู่เย็น” ชายผู้กลับมาแจ้งเกิดกับทีมชาติไทย

“สารัช อยู่เย็น” ชายผู้กลับมาแจ้งเกิดกับทีมชาติไทย

นับถอยหลังก่อนที่พลพรรคทีมช้างศึก จะลงสนามนัดที่ 3 ของศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก พบ ยูเออี ในวันที่ 15 ต.ค.นี้

เรามาเช็กความพร้อมของขุนพลทีมชาติไทยกัน โดยวันนี้เราจะไปว่ากันถึงชายที่ชื่อ “สารัช อยู่เย็น” ผู้ที่ได้กลับมาแจ้งเกิดกับทีมชาติไทยอีกครั้ง

สำหรับชื่อของ “สารัช อยู่เย็น” แฟนบอลชาวไทยคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะถือเป็นนักเตะระดับซุปตาร์คนนึงของทัพช้างศึก และแจ้งเกิดเต็มตัวในนามทีมชาติไทยตั้งแต่สมัยของโค้ชซิโก้ ที่ก็ดังขึ้นมาพร้อมๆ กับดาวดังอย่าง ชาริล ชัปปุยส์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในตอนที่ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2014

และก็ต่อเนื่องมาถึงแชมป์ซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ ซึ่งครั้งนั้นเจ้าตัวได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมด้วย สุดท้ายก็มาคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ ปี 2016 ได้อีกสมัย

ในตอนนั้น สารัช ถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมชาติไทย ผลงานยอดเยี่ยมทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ ถือเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ได้รับคำชื่นชมล้นหลาม

แต่เส้นทางชีวิตของคนเราก็มักจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป สำหรับ สารัช ก็เช่นกัน เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2017 ของศึกไทยลีก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพระเอกเชือกวิเศษต้องมาได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า จนต้องพักยาวถึงครึ่งปี ส่งผลกระทบต่อทั้งกิเลนผยอง และทัพช้างศึก

และจากปัญหาอาการบาดเจ็บครั้งนี้เอง ก็ทำให้ชื่อของ สารัช อยู่เย็น หายไปจากทีมชาติไทย แม้เจ้าตัวจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ในฤดูกาล 2018 แต่ฟอร์มก็ไม่ได้ดีเหมือนก่อน ทำให้ถูกเมินจากทีมชาติไทยมาโดยตลอด และแฟนบอลก็เริ่มจะลืมๆ ชื่อของเขาไป

ในปี 2017-2018 สารัช แทบจะไม่ได้ถูกเรียกมาติดทีมชาติไทยเลย แม้จะมีชื่อเข้ามาซ้อมแต่สุดท้ายก็โดนตัดตัวออกไป ทำให้เขาพลาดทัวร์นาเม้นท์สำคัญไปหลายรายการอย่าง ซูซูกิ คัพ 2018 และเอเชียน คัพ 2019

จนกระทั่งเจ้าตัวได้กลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2019 ในการเตรียมทีมเพื่อลุยไชน่า คัพ ที่ประเทศจีน โดยตอนนั้นโค้ชทีมชาติไทยคือ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย

ซึ่งกองกลางวัย 27 ปี ก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงให้ทัพช้างศึก และก็ทำผลงานได้ดีพอสมควร แต่กระนั้นก็มักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอล ที่สงสัยว่า สารัช กลับมาติดทีมชาติได้ยังไง เพราะฟอร์มกับต้นสังกัดเอสซีจี เมืองทองฯ นั้นไม่โสภาเอาซะเลย

จนมาถึงฟุตบอลคิงส์ คัพ 2019 ที่บุรีรัมย์ “เจ้าตังค์” ก็ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก “โค้ชโต่ย” ให้เป็นหนึ่งใน 23 ขุนพลทีมช้างศึก ท่ามกลางกระแสจากโลกโซเชี่ยลที่ไม่เห็นด้วยกับการมีชื่อ สารัช อยู่เย็น ในทีมชาติไทยชุดนี้

และความคิดของแฟนบอลก็เหมือนจะถูกซะด้วย เพราะผลงานในคิงส์ คัพ ครั้งนั้นถือว่าน่าผิดหวังมาก เราแพ้ต่อเวียดนาม ในนัดแรก และพ่ายอินเดีย ในเกมนัดชิงที่ 3 เรียกได้ว่าเป็นผลการแข่งขันที่ล้มเหลวสุดๆ

โค้ชและนักเตะทีมชาติไทย ชุดนั้นหลายคน ซึ่งก็รวมทั้ง สารัช อยู่เย็น ด้วยที่ยังคงโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ และก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของทีมชาติไทยกับกุนซือคนใหม่อย่าง อากิระ นิชิโนะ

หลายคนตื่นเต้นและตั้งหน้าตั้งตารอกับการประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทย ของกุนซือจากแดนอาทิตย์อุทัย แฟนบอลคาดหวังว่าจะได้เห็นรายชื่อนักเตะหน้าใหม่ ที่ผลงานดีในลีก และจะไม่ได้เห็นนักเตะหน้าเก่าๆ ที่ผลงานไม่ดีแล้วกลับมาติดทีมชาติ

แต่ทันทีที่ นิชิโนะ ประกาศรายชื่อออกมา คนนึงเลยที่ถูกตั้งเครื่องหมายคำถามนั่นก็คือ “สารัช อยู่เย็น” ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร ตอนนั้นแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่คิดว่า “เจ้าตังค์” จะกลับมาเล่นได้ดีกับทีมชาติไทยเหมือนก่อนแล้ว และจากฟอร์มล่าสุดก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาติดทีมชาติไทยในการลุยฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งนี้

ซึ่งไม่เพียงจะมีชื่อติดทีมช้างศึก ชุดแรก เท่านั้น สารัช ยังผ่านการตัดตัวเป็น 23 คนสุดท้าย และที่เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้นคือ ได้เป็น 11 คนแรกของ นิชิโนะ ในเกมนัดเปิดสนามกับเวียดนาม ด้วย โดยจับคู่กับ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ในแผงกลาง

ซึ่งแม้เกมกับเวียดนาม ทีมชาติไทยจะทำได้แค่เสมอ แต่สำหรับ สารัช อยู่เย็น กลับได้รับคำชื่นชมว่าเล่นได้ดี และคุมจังหวะให้ทีมชาติไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการพักบอล จ่ายบอล และเติมเกม ทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะการเล่นร่วมกับ พิธิวัต เป็นอะไรที่ลงตัวมาก

จนต่อเนื่องมาถึงเกมกับอินโดนิเซีย ที่ “เจ้าตังค์” โชว์ฟอร์มได้ดีสุดๆ จนกลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปจนหมดสิ้น แถมยังได้รับการยกย่องและชื่นชมอย่างล้นหลาม จนตอนนี้กลายเป็นกองกลางอันดับหนึ่งของทีมชาติไทยชุดนี้ไปแล้ว

นี่คือเรื่องราวของ “สารัช อยู่เย็น” ที่สุดท้ายเจ้าตัวก็สามารถกลับมาแจ้งเกิดกับทีมชาติ และลบเสียงวิจารณ์ของแฟนบอลไทยไปได้ด้วยผลงานในสนามอย่างแท้จริง บอกเลยว่ายังไงเกมวันที่ 15 ต.ค.นี้ ถ้าไม่เจ็บไม่ป่วย ยังไงก็ต้องมี สารัช อยู่เย็น อยู่ในสนามให้ทีมชาติไทย

อย่าลืม 15 ต.ค.นี้ ได้เวลาที่แฟนบอลช้างศึก จะต้องกลับมารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เชียร์ทีมช้างศึกของเราอีกครั้ง ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับยูเออี และหวังว่าเราจะเอาชนะทีมมหาเศรษฐีจากแดนอาหรับได้ ดังหวัง ไทยแลนด์ ปู้นๆๆๆ

มูซาชิ

RELATED NEWS