เหตุไฉน “ธีรศิลป์ แดงดา” จึงยังสำคัญกับช้างศึก

หลังจากที่ ทีมชาติไทย ประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้ายในชุดที่จะเล่น 2 เกมช่วงฟีฟ่าเดย์กลางเดือนตุลาคมนี้ โดยเกมแรกอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติคองโก ทีมอันดับ 90 ของโลก

และเกมที่สอง คือนัดสำคัญ ที่ “ช้างศึก” จะเปิดบ้านพบกับ “ทีมชาติยูเออี” ในเกมคัดบอลโลก 2022 นัดที่ 3 ของรอบแบ่งกลุ่ม

หลายคนค่อนข้างถูกใจใช่เลยกับการมีชื่อ “ธีรศิลป์ แดงดา” กลับสู่ทีมอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เกมในศึกคัดบอลโลกที่ผ่านมา “เทพมุ้ย” มีปัญหาอาการบาดเจ็บและไม่มีชื่อ

แม้ว่าก่อนหน้านี้หลายคนจะเคยค่อนขอดว่าหมดยุคของ ศูนย์หน้าหมายเลข 10 ผู้นี้ไปแล้ว แต่วันนี้ทำไมพอมีชื่อของ ธีรศิลป์ ในทัพช้างศึกหลายคนกลับแฮปปี้และมั่นใจว่ากองหน้าวัย 31 ปีรายนี้จะช่วยให้ ทีมชาติไทย สมบูรณ์แบบ มากขึ้น

วันนี้ “ขอบสนาม” จะวิเคราะห์ และหาเหตุและผลร่วมกันว่าที่ว่าทำไม “ธีรศิลป์ ในวันที่โรยราไปแล้ว” ยังสำคัญกับ “ทีมชาติไทย”

 

ข้อ 1 เพราะสองเกมแรกไร้มุ้ยคือเครื่องพิสูจน์
เพราะรูปแบบการเล่นใน 2 เกมแรกที่เราเล่นกับ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย คือความจริงที่แท้ทรู ที่แฟนบอลไทยหลายคนต่างลงความเห็นคล้ายๆ กันว่า เกมรุกคือปัญหาใหญ่ของเรา ถึงแม้ว่าจะจบด้วยการเสมอ 1 นัด และชนะ 1 เกม พร้อมกับยิงได้ถึง 3 ประตู แต่กว่าจะได้ลูกแรก และไหลไปเป็น 3 – 0 ในเกมกับ อิเหนา ช้างศึกมีอาการปืนฝืดเหลือเกิน เพราะภาพรวมการมีผู้เล่นแดนหน้าที่มีแต่ดาวรุ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถดีต่อเนื่องได้ทั้งเกม สุภโชค สารชาติ และ ศุภชัย ใจเด็ด ดีในระดับนึง แต่ยังต้องพึ่งพาพวกรุ่นพี่ ซึ่ง 2 เกมแรกไม่มีใครให้พึ่งพอที่จะยกระดับให้เกมรุกของเราดีกว่านี้ได้

 

ข้อ 2 เพราะมุ้ยไม่ใช่กองหน้าที่เก่งแต่เรื่องยิง
เรื่องนี้ก็คือเรื่องจริงที่ ธีรศิลป์ แดงดา ในตอนนี้ไม่ใช่กองหน้าสไตล์ที่ยิงโป้งปิดบัญชีอีกแล้ว เพราะด้วยอายุที่มากขึ้น ประกอบกับการมีน้องๆ ขึ้นมาช่วยในเรื่องของการยิงประตู เราจะเห็นได้ว่าทั้งในสโมสร และ ในทีมชาติ บางเกม ธีรศิลป์ มักจะดึวตัวเองลงมาต่ำ เหมือนจะเป็นตัวปั้นเกมเลยก็ว่าได้ แต่นั่นคือข้อดีของ เอลแดงดา ที่แตกต่างจากกองหน้าคนอื่นๆ ของเรา เพราะมุ้ยสามารถบังบอลและเก็บบอลได้ เพราะมุ้ยทำทางให้เพื่อนยิงประตูได้ เพราะมุ้ยสามารถเล่นเป็นกองหน้า “ฟอลส์ ไนน์” (false 9) ระบบที่ นิชิโนะ เคยใช้ได้ และที่สำคัญมุ้ยยิงเองก็ได้เช่นเดียว

 

ข้อ 3 เพราะมุ้ยจะทำให้ทีมชาติไทยสมบูรณ์แบบ
ข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่แฟนบอลไทยคิดถึง “มุ้ย” ที่สุด เพราะที่ผ่านมาเราเคยใช้กองหน้ามาแล้วหลายรายทั้ง อดิศักดิ์ ไกรษร, ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ หรือแม้แต่เด็ก 17 ขวบอย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ซึ่งดูเหมือนว่ายังไม่คลิกกันเท่าไหร่ และพอครั้งนี้มีชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา ที่มาในสภาพร่างกายสมบูรณ์ และพร้อมลงเล่นมากกว่าเมื่อครั้งที่ติดทีมชาติ ช่วง คิงส์ คัพ 2019 ทำให้เมื่อชายตามองไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มีทั้ง ศิวรักษ์ เฝ้าเสา, ธีราทร เล่นแบ็กซ้าย แดนกลางมี สารัช ผนึกกับ พิธิวัตต์ แถมด้วย ชนาธิป คอยปั้นเกม และแดนหน้ามี ธีรศิลป์ คอยเล่นเกมรุก ทำให้ทีมชาติไทยชุดนี้น่าจะมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

 

 

บทความโดย : บอลกูรู (เจษดาพร ศรีสรง)

RELATED NEWS