ฝันที่เป็นจริง! “เอเลียส ดอเลาะ” กองหลังคนใหม่ทีมชาติไทย

ฝันที่เป็นจริง! “เอเลียส ดอเลาะ” กองหลังคนใหม่ทีมชาติไทย

แวดวงลูกหนังไทยในช่วง 6-7 ปี มีเทรนด์อย่างหนึ่งที่หลายสโมสรในไทยลีกนิยมชมชอบ คือการเฟ้นหาเหล่าบรรดาลูกครึ่งไทย ที่ซุกซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก ให้มาค้าแข้งบนแผ่นดินสยาม

ในช่วงเวลาที่ไทยลีกตั้งไข่ใหม่ๆ  ปีเตอร์ แลง แข้งไทย-สวิตฯ คือแข้งลูกครึ่งคนแรกๆที่มาสู่สัมผัสประสบการณ์ลูกหนังแดนสยาม ภายใต้ชายคาบางกอกกล๊าส ในปี2010 และติดทีมชาติในช่วงสั้นๆยุคของปีเตอร์ รีดส์

หลังจากนั้นบรรดาลูกครึ่งตาน้ำข้าว ต่างเริ่มให้ความสนใจและทยอยกันตบเท้าอพยพตัวเองมาเล่นในเมืองไทยกันไม่ขาดสาย ที่มีชื่อเสียงและถูกพูดถึง อาทิเช่น แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์ แข้งอเมริกัน-ไทย เมื่อช่วงกลางปี 2012 กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ตามด้วย พ่อเทพบุตรสุดหล่อจากสวิตเซอร์แลนด์ อย่าง ชาริล ชัปปุยส์ ในปีต่อมา ที่ฮอตฮิตติดลมบนจนทำให้ผู้หญิงไทยต่างตกเป็นติ่งพี่แกอย่างบ้าคลั่งในเวลานั้น จากผลงานอันยอดเยี่ยมกับทีมชาติไทยชุดที่คว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ2014

ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังมันเลยทำให้แข้งลูกครึ่งต่างมองถึงโอกาสติดทีมชาติไทย ซึ่งดูแล้วมีความเป็นไปได้มากที่สุด หากเกิดโชว์ฟอร์มการเล่นให้มีความสม่ำเสมอ อิทธิพลและความสำเร็จของชัปปุยส์ในเวลานั้น

ส่งผลให้ไอ้หนุ่มลูกครึ่งไทยสวีเดน ที่มีนามว่า เอเลียส ดอเลาะ อยากลิ้มลองโอกาสในการมาเล่นในเมืองไทยกับเขาดูบ้าง
เอเลียสมีพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายมาเลย์จากจังหวัดนราธิวาส แต่ไปเติบโตที่เมืองดอลบี้ เมืองเล็กๆทางตอนใต้ ของประเทศสวีเดน แม้จะไปโตที่เมืองนอก แต่ดินแดนไวกิ้งกีฬาลูกหนังไม่ได้เป็นที่โปรดปรานสำหรับผู้คนชาวสแกนดิเนเวียและเมืองที่เขาอาศัยอยู่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนกีฬาอย่างจริงจัง

สุดท้าย เอเลียสจึงต้องเรียนหนังสือเป็นหลัก โดยอาศัยเวลาว่างมาฝึกฟุตบอลเอง ซึ่งก็มาเริ่มจริงจังอายุ 16 ปี ช่วงรอยต่อปี 2009 และ 2010 จนไปเข้าตาสโมสรลุนด์ (Lunds BK) ซึ่งในแง่ของชั้นเชิงลูกหนังถือว่าเป็นออกสตาร์ทที่โคตรช้า

แต่ด้วยความที่ใจรักในกีฬาลูกหนังและมีซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นไอดอล มันคือแรงผลักดันที่ทำให้ เอเลียส มาเป็นนักบอล เขาเล่นบอลกับทีมลุนด์ สองปี จากนั้นปี 2014 พี่แกมาเยี่ยมญาติที่นราธิวาส ด้วยความที่ว่างจัดและอยากรักษาสภาพความฟิตของร่างกาย
จึงหิ้วสตั๊ดไปขอทดสอบฝีเท้าเป็นเวลา หนึ่งสัปดาห์ แต่หลังจากที่เคว้งและหาสโมสรใหม่ไม่ได้ในเวลานั้น เขาตัดสินใจรับข้อเสนอจากทางวัวชนแดนใต้ทันที และกลับไปเคลียร์ข้าวของที่สวีเดน และถูกส่งชื่อลงเล่นบอลดิวิชั่นหนึ่งในซีซั่น 2015 ภายใต้การคุมทีมโดย มาซาโตะ ฮายาชิ กุนซือญี่ปุ่น

แม้ว่าจะเป็นลูกครึ่งที่โตอยู่เมืองนอก แต่ไม่ได้มีดีกรีมากมายไม่เคยติดเยาวชนทีมชาติสวีเดน แถมการไปเล่นบอลไกลถึงสงขลา เลยทำให้ เอเลียส ไม่ได้ถูกจับตามองและถูกนักข่าวพูดถึงมากมายในตอนนั้น ฟอร์มโดยรวมของเขาก็ไม่ได้แย่ แต่คุณภาพในแง่ของฝีเท้ายังไม่มีอะไรให้น่าจดจำ คือความชั่วไม่มีความดีไม่ปรากฏ

หลังหมดพันธะสัญญากับสงขลา เอเลียส อยากไปพิสูจน์ตัวเองในไทยลีกเวทีลูกหนังที่เขาใฝ่ฝันและไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาจึงยื่นข้อเสนอไปให้กับไทยฮอนด้า และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายปี 2016 แต่เงินที่เขาต้องการทั้ง 2 สโมสรให้เขาไม่ได้ กระทั่งเซร์คิโอ ซัวเรซ
อดีตเพื่อนร่วมทีมที่วัวชนแดนใต้ ย้ายมาร่วมทัพสิงห์เจ้าท่า จึงแนะนำให้เพื่อนเก่ามาทดสอบฝีเท้าที่การท่าเรือดูก่อน เขาใช้เวลาอยู่ 3-4 สัปดาห์ ผ่านการคัดตัว และถูกส่งชื่อขึ้นทะเบียนไทยลีกพร้อมยูนิฟอร์มหมายเลข 4 ในปี 2017

แม้จะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากกุนซือจเด็จ มีลาภ และ ประธานสโมสรมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซ่ำ ในการเป็นกองหลังตัวหลัก ประสานงานคู่กับ ดาบิด โรเชล่า ใช้ความสูงใหญ่ทางร่างกายพิทักษ์หลังบ้าน ว่าง่ายๆคือมีดีแค่รูปร่างสูงใหญ่เอาไว้โหม่งบอลและประกบคู่ต่อสู้แค่นั้น แต่จุดเด่นเรื่องอื่นไม่มี แถมยังเชื่องช้าไล่ประกบแนวรุกคู่แข่งผิดพลาด ส่งผลให้เอเลียส กลายเป็นบ่อน้ำมันโดนโจมตีเป็นว่าเล่น และหลายๆจังหวะเข้าบอลพลาดโฉ่งฉ่างตัดฟาวส์แบบไม่ฉลาด จนโดนแฟนบอลทีมตัวเองตำหนิด่าประจำ

อย่างไรก็ดีอุปสรรคมันมักจะมาทดสอบชีวิตในช่วงที่เราย่ำแย่ เอเลียส ต้องต่อสู้เพื่อลบคำสบประมาทเหล่านั้น เพราะเป้าหมายเดียวที่เขามาเล่นบอลในแดนสยาม คือการสวมยูนิฟอร์มรับใช้ทีมชาติไทย ปี 2019

พ่อเอเลียส ตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมหนักกว่าที่ผ่านๆมา และผลงานก็ค่อยๆเป็นที่ประจักษ์ 26 เกมไทยลีก ที่ลงเล่น เอเลียส ทำไป 2 ประตู เสีย 9 ใบเหลือง และรักษา 8 คลีนชีต ซึ่งเป็นสถิติดีสุดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นบอลอาชีพในเมืองไทย

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ผลพ่วงแห่งความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อส่งผลให้เขาบรรลุความฝันตัวเอง ถูก อากิระ นิชิโนะ ใส่ชื่อเป็น 23 ขุนพลทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก 2022 ที่จะพบกับยูเออี ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

เอ็มเร่

[email protected]

RELATED NEWS