ไทย vs ยูเออี…เกมที่จำเป็นต้องมี 3 แต้ม !!!  

ไทย vs ยูเออี…เกมที่จำเป็นต้องมี 3 แต้ม !!!  

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม จี นัดที่ 3 วันที่ 15 ต.ค.นี้ถือเป็น “นัดสำคัญ” ของไทย เพราะผู้มาเยือนคือทีมจาก “โถ 1” เมื่อตอนจับสลากแบ่งสายอย่าง “ยูเออี”

ตามอันดับโลก “ฟีฟ่า” ทีมจากโถ 1 คือทีมอันดับที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม ล่าสุด ยูเออี อยู่อันดับ 64 โลกและอันดับ 6 เอเชีย ส่วน ไทย อันดับ 114 โลกและอันดับ 21 เอเชีย

ไม่ใช่แค่อันดับโลกเท่านั้นที่รับประกันคุณภาพว่า ยูเออี ไม่ธรรมดา ผลงานที่ผ่านมา 2 นัดใน ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ทีมดังจากตะวันออกกลางยังสะกดเป็นแต่คำว่า “ชนะ”

นัดแรก ยูเออี บุกไปคว้าชัยที่ มาเลเชีย ด้วยสกอร์ 1-2 และล่าสุดเล่นในบ้านถล่ม อินโดนีเซีย 5-0 เก็บไป 6 แต้มเต็มขึ้นนำ “จ่าฝูง” กลุ่ม จี

ดังนั้นเกมนัดต่อไปของ ไทย จึงถือเป็นการเจอคู่ต่อกรที่หนักที่สุดในกลุ่มแล้ว !!!

เป้าหมายเกมนี้อย่างน้อยที่สุดต้องมีแต้มในบ้าน แต่หากอยากลุ้นเข้ารอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย แบบ “ได้ลุ้น” จริงๆ นักเตะไทยจำเป็นต้องลุ้นให้ได้ถึง 3 แต้ม

สถานการณ์บนตารางคะแนนกลุ่ม จี ถือว่าเข้มข้นมาก ยังไม่แพ้ถึง 3 ทีม แต่ ไทย ถือว่า “ขาดทุน !!!” เพราะเกมแรกในบ้านเจ๊า เวียดนาม  0-0 เก็บได้แค่ 1 แต้ม ไม่ใช่ 3 แต้มอย่างที่หวัง

แม้นัดที่ 2 จะแก้ตัวบุกไปคว้า 3 แต้มที่ อินโดนีเซีย ด้วยสกอร์สวยงาม 0-3 ทำให้มี 4 แต้มจาก 2 นัด แต่คู่แข่งสำคัญอย่างทีม เวียดนาม มี 4 แต้มเหมือนกัน

ที่ต่างกันคือทีม “ดาวทอง” ถือว่าทำผลงานได้ตามเป้าหมายมากกว่าใน 2 นัดที่ผ่านมา นัดแรกบุกมาได้แต้มสำคัญที่ ไทย 0-0 นัดที่ 2 กลับไปเล่นที่ฮานอยชนะ มาเลเชีย 1-0 ตามเป้า

ทั้ง ยูเออี และ เวียดนาม ต่างเก็บชัยในบ้านได้กันหมดแล้ว ดังนั้น ไทย จำเป็นต้องเก็บ 3 แต้มในบ้านให้ได้เช่นกัน ไม่งั้นโอกาสลุ้นเข้ารอบคงยากถ้าผ่าน 2 นัดในบ้านยังชนะไม่เป็น !!!

ที่สำคัญนี่จะเป็นเกมเหย้านัดสุดท้ายในปีนี้ หลังจากนั้นอีก 2 เกมต้องออกไปเยือน มาเลเซีย วันที่ 14 พ.ย.และบุก เวียดนาม วันที่ 19 พ.ย.

เกมเยือนทั้ง 2 นัดคาดเดาลำบากมากว่าจะได้กี่แต้มกลับมา เพราะไม่ใช่งานง่ายเลยสักนิด ดังนั้นควรมี 3 แต้มในบ้านให้ได้ก่อนออกไปลุยเกมเยือนที่รออยู่ 2 นัดติดต่อกัน

ถามว่าโอกาสของ ไทย มีมากน้อยแค่ไหนในการเจอกับ ยูเออี ก็ต้องบอกว่าผลออกได้ 3 หน้าทั้งชนะ เสมอ แพ้

สถิติที่ผ่านมา ยูเออี เหนือกว่าแน่อยู่แล้ว จากที่ “ฟีฟ่า” บันทึกไว้ 10 นัด ยูเออี ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 แต่ใช่ว่ามาตรฐานจะห่างกันมาก ถือว่า “เล่นกันได้” และสกอร์ไม่ห่าง

เกมล่าสุดที่เจอกันที่ไทยใน “ฟุตบอลโลก 2018” รอบคัดเลือก เมื่อปี 2017 เสมอกัน 1-1 และล่าสุดที่พบกันใน “เอเชียนคัพ 2019” ที่เมืองอัลไอน์ บ้านของ ยูเออี เมื่อต้นปีเสมอกัน 1-1

นัดนี้กลับมาเล่นที่เมืองไทยอีกครั้งก็ไม่เห็นต้องกลัว สถิติ 1 นัดที่ ไทย ชนะ ยูเออี คือเกมในบ้านนี่ละ ในยุคสมัยของ ซิคกี เฮลด์ กุนซือเยอรมันและนักเตะ “ยังบลัด” ที่ถล่มไป 3-0

สำหรับทีมชาติไทยชุดนี้ถือว่าพัฒนาขึ้นตามลำดับนับตั้งแต่ได้ อากีระ นิชิโนะ เข้ามาทำทีม สถิติกุนซือชาวญี่ปุ่นคุมทีมอย่างเป็นทางการ 3 นัดยังไม่แพ้ใคร ชนะ 1 เสมอ 2

3 นัดของ “นิชิโนะ” คือการเสมอกับ 2 ทีมที่อันดับโลกดีกว่า ทั้งเจ๊า เวียดนาม ในนัดประเดิมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก และเสมอ คองโก 1-1 ในนัดอุ่นเครื่อง “ฟีฟ่าเดย์”

ส่วนชัยชนะ 1 นัดได้จากการบุกไปถล่ม อินโดนีเซีย ที่มีอันดับโลกต่ำกว่า ถ้าวัดจากตรงนี้แล้วต้องถือว่ามาตรฐานโอเคสำหรับโค้ชที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่คุมทีมได้ไม่นาน

แต่สถานการณ์ล่าสุดถึงตรงนี้ “นิชิโนะ” มีเวลาเตรียมทีมที่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ นี่ไม่ใช่แคมป์ครั้งแรก แต่เป็นแคมป์ครั้งที่ 2 แล้ว ดังนั้นหลายๆอย่างน่าจะถูกยกระดับขึ้นมา

น่าเสียดายอย่างเดียวที่ตัวผู้เล่นกำลังสำคัญบางคนมีอาการบาดเจ็บจนไม่ติดทีมชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธิ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันนทร์ และ ทริสตอง โด

นี่อาจรวมถึงคนมีชื่อแต่ไม่รู้จะไหวหรือเปล่าอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ ด้วย แต่ที่ผ่านมา “นิชิโนะ” มีเวลาจัดการแก้ไขปัญหาตรงนี้มาพอสมควร

จากเกมอุ่นเครื่องพอจะเห็นว่า “นิชิโนะ” แก้ปัญหาตรงตำแหน่งที่หายไปได้บ้างแล้ว โดยเฉพาะแนวรับที่ถอย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ลงมายืนเซนเตอร์แบ็กเตรียมไว้

ตรงแบ็กขวา นิติพงษ์ เสลานนท์ ทำผลงานได้ดี ขณะที่ นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม หาจเจ็บมาเป็นตัวเลือกอีกคน ด้านฝั่งซ้าย ธีราทร บุญมาทัน ได้รับการยืนยันคัมแบ็กแน่

เกมรุกข้างบนได้ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก๋ากลับมาช่วยทีมได้เยอะ ส่วน สุภโชค สารชาติ ที่ฟอร์มเด่นจาก 2 นัดแรกสลัดอาการบาดเจ็บทิ้งไปแล้ว อยู่ที่ว่าจะลงตรงไหนเท่านั้น

ถึงตรงนี้เชื่อว่า “นิชิโนะ”  น่าจะได้ผู้เล่น 11 คนแรกที่สมบูรณ์ที่สุดเรียบร้อยแล้ว แต่จะวางเทคติกอย่างไรเพื่อลุ้นเอาแต้มจาก ยูเออี คงต้องลุ้นกันในสนาม

ขณะที่ ยูเออี ภายใต้การคุมทีมของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ระดมตัวหลักมาครบ นำโดย โอมาร์ อับดุลราห์มาน, อาเหม็ด คาลิล และ อาลี มับคุต ที่เพิ่งกดแฮตทริกในเกมล่าสุด

นี่คือเกมที่หนักที่สุดและยากที่สุดในบ้านของขุนพลนักเตะทีมชาติไทย แต่ถ้าอยากเข้ารอบคงมีทางเลือกอื่นไม่ได้จริงๆนอกจากต้องลุ้น 3 แต้มเท่านั้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอในเกมฟุตบอล ไทยแลนด์….สู้โว้ยยยยยยยย

 

“บับเบิ้ล”

 

RELATED NEWS