แจ้งเกิดเด็กระเบิดล้านนา “เดอะบุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา

แจ้งเกิดเด็กระเบิดล้านนา “เดอะบุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา

นานมากแล้วเกือบ 15 ปีที่ทีมชาติไทยไม่ได้ลิ้มรสชัยชนะเหนือยูเออี เพราะนับตั้งแต่ซิกกี้ เฮลด์ พาไทยดับเดอะ ไวท์แห่งแดนอาหรับ ทีมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่เคยสะกดคำว่าชัยชนะได้เลย

กระทั่ง 15 ตุลาคมที่ผ่านมา อากิระ นิชิโนะ ได้จารึกชื่อตัวเองนำช้างศึกเชือกนี้ดับยูเออี ที่มีกุนซือดีกรีรองแชมป์โลกอย่างเบิร์ต ฟาน มาร์ก ไวส์ 2-1 บอลเกมรุกวิ่งบดผู้มาเยือนจากดูไบ โดยปราศจากศักดิ์ศรีผู้มาเยือนที่ไทยมักจะแพ้ทางอยู่เป็นประจำในช่วงหลัง โดยพระเอกในเกมนัดดังกล่าว คือชายหนุ่มที่ชื่อว่า เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่หาญกล้าแบกอายุ 19 ปีย่าง 20 ปี ขึ้นมาเล่นเป็นแนวรุกหมายเลข 8 แทนที่ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เมื่อทำ 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ในการเปิดบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา โหม่งประตูขึ้นนำ พร้อมกับหยิบรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตซ์ไปครอง
คอบอลไทยคงได้ยินกิตติศัพท์ของเด็กระเบิดจากพญาเม็งราย แต่ๆหลายคนยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเขาเป็นมาอย่างไรกว่าจะขยับตัวเองขึ้นมาเล่นทีมชาติชุดใหญ่ได้

เอกนิษฐ์ เกิดในครอบครัวค้าขาย มีพ่อแม่ทำกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวในตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย คุณพ่อเป็นนักบอลชื่อดังในอำเภอ แม้จะไม่ได้มีดีกรีเป็นตัวจังหวัดหรือลงเล่นไทยลีก
ด้วยความที่เห็นพ่อเตะบอลแข่งเดินสายในบ้านเกิดและละแวกล้านนา เขาซึมซับกลิ่นสาปลูกหนัง จนในที่สุดเขาตัดสินใจเริ่มจากการเดาะบอล ซึ่งมันคือเบสิคขั้นแผ่นฐานในการควบคุมลูกและมันทำให้เขาครอบครองบอลได้เชื่องเท้า ช่วงอายุ 8-9 ขวบและต่อยอดจนแบกอายุไปแข่งขันกับเด็กที่โตกว่าในหลายรายการ

หลังเรียนรู้กับฟุตบอลมากขึ้นช่วงปี 2009 เด็กหนุ่มที่ชื่อบุ๊คค้นพบไอดอลตัวเองทั้งนักเตะไทยและต่างชาติที่ยกให้เป็นแบบอย่าง คือ อันเดรส อิเนียสต้า ส่วนคนไทยคำว่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่อ พ่อของบุ๊คพาลูกชายไปนั่งดูบอล
เกมลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ปี 2009 ณ สนามอบจ.เชียงราย ซึ่งเวลานั้นเชียงราย ยูไนเต็ด ส่งทีมแข่งเป็นปีแรก ทำให้บุ๊คได้เจอสตาร์เจียงฮายในดวงใจ คือ “เบิร์ด” วัชรกร ไกลถิ่น แข้งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะลูกหนังไทย
เนื่องจากแข้งรายนี้หาญกล้าได้ลงเล่นให้บีอีซี เทโรศาสน ในขณะที่อายุ16 ปีเท่านั้น และคนที่เตะบอลในเชียงราย ต่างพากันสรรเสริญวัชรกร กันเป็นแถว จึงทำให้เอกนิษฐ์ ขีดเส้นทางให้ตัวเองต้องเจริญรอยตามให้ได้

ช่วงปี2011 เอกนิษฐ์ อายุ12 ขวบ ปีนั้นคือปีแรกที่เชียงราย ยูไนเต็ด ผงาดขึ้นไปเล่นในไทยลีก กระแสบอลคลั่งไคล้ของผู้คนในจังหวัดและบุ๊คเองก็เป็น1 ในนั้น เขาได้ใกล้ชิดกับนักบอลดังทั้ง วสันต์ นาทะสัน,ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น, เลอันโดร อัสสัมเซา ที่เป็นคีย์แมน มันยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้หนุ่มน้อยรายนี้มากขึ้นจากที่ได้ลายเซ็นในที่สุด

ปี2013 เอกนิษฐ์เปลี่ยนสถานะจากแฟนบอลสู่เด็กฝึกหัดกว่างโซ้งมหาภัย เมื่อผ่านการคัดตัวเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรในรุ่น14 ปีและถูกส่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอบจ.เชียงราย เมื่อไหร่ก็ตามมีแมตซ์แข่งเขาจะมีหน้าที่ไปเก็บบอลในสนามสิงห์ สเตเดี้ยม

เข้าสู่ปี 2015 “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กลายเป็นกุนซือตัดสินใจให้เอกนิษฐ์ขึ้นมาฝึกซ้อมในทีมชุดใหญ่
ทั้งที่อายุแค่15 ปีเท่านั้น เรียนอยู่ม3 เพึ่งมีโอกาสได้ทำบัตรประชาชนแท้ แต่กลับได้สวมสตั๊ดลงเล่นบอลอาชีพก่อนหมดเวลา 5 นาที ในเกมที่เชียงราย พบศรีสะเกษ เวลานั้นทำให้เขาจารึกชื่อเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ลงเล่นไทยลีก ด้วยวัย 15 ปี 11 เดือน

จากนั้นชื่อของเอกนิษฐ์ เริ่มเป็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อดันหาญกล้า ซัลโวประตูใส่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ได้ แม้เชียงราย จะบุกแพ้เมืองทอง1-4 แต่เกมนัดดังกล่าวขีดเขียนให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก
ที่ยิงประตูได้ด้วยวัย 15 ปี 11 เดือน 28 วัน ก่อนที่จะถูก ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำลายในเวลาต่อมา สื่อมวลชนสายบอลไทยต่างยกให้หมอนี่เป็นวันเดอร์คิดส์วงการบอลไทยคงต่อไปทันที

แต่หลังการเปลี่ยนแปลงกุนซือจากโค้ชโจไปเป็นอเล็กซานเดร กาม่า บอร์ดบริหารรู้ดีว่าเอกนิษฐ์ดีไม่พอจะไปเบียดแข่งตำแหน่งตัวจริง จึงส่งไอ้หนูรายนี้ไปลงเล่นไทยลีก4 กับเชียงราย ซิตี้ ในปี2017 โดยในช่วงเวลานั้นเอกนิษฐ์ก็ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุด19 ปี

เมื่อกลับสู่ทีมแม่อีกครั้ง “บุ๊ค” ถูกปล่อยตัวไปให้เชียงใหม่ เอฟซี ในช่วงต้นปี2018 ซึ่งเวลานั้นกำลังทีมกำลังโลดแล่นไทยลีก 2 มีเป้าหมายคือเลื่อนชั้นขึ้นไทยลีก เขาได้มีโอกาสลงเล่นกับพิชิตพงษ์ เฉยฉิว มิดฟิลด์อเนกประสงค์คน1ของวงการลูกหนังแดนสยาม
บุ๊คได้ฝึกซ้อมและเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังมาพอสมควร ทั้งเรื่องการผ่านบอล การยิงไกลจากแถวสอง การเคลื่อนที่ยาวไม่มีบอล และการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมที่อาวุโสกว่า 18 เดือนเต็มที่อยู่เชียงใหม่ ช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้แล้ว ยังกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลที่นั้นไปอีกด้วย

เมื่อสั่งสมประสบการณ์ลูกหนังไทยลีกมาพอแล้ว แถมยังเก็บเกี่ยววิชาจากการรับใช้ทีมชาติชุด19 ปี ที่ตกรอบ8 ทีมยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย และทีม23 ปีเอเชียนเกมส์ กว่างโซ้งมหาภัยจึงดึง เอกนิษฐ์ กลับสู่ทีมอีกครั้งในรอบ 2 ปีครึ่ง แม้ในตอนแรกหลายๆคนจะมองว่า บุ๊ค คงทำได้แค่เป็นตัวสำรอง แต่ใครจะไปคาดคิดละว่า พี่แกแม่งเด็กระเบิดของจริง

เขากลับมาแข็งแกร่ง มีความมั่นใจมากขึ้น กล้าเลี้ยงบอล ผ่านบอลได้แม่นยำ กล้ายิงประตู ไม่กลัวคู่แข่งต่างชาติต่างสโมสรในไทยลีก วัยวุฒิที่กำลังห้าวเป้งฟอร์มกำลังขึ้นหม้อกับสโมสร 8 ประตู และ 4 แอสซิสต์ในไทยลีก 2019 ทำให้อากิระ นิชิโนะ ใส่เขาเป็นขุนพลทีมชาติไทยชุดใหญ่คัดบอลโลก แถมในเวลานี้บุ๊ค ปาดหน้าศิวกรณ์ เตียตระกูล รุ่นพี่ในทีมเชียงราย เข้ามาเป็นตัวหลักทีมชาติไทยเรียบร้อยแล้ว

จากเด็กภูธรที่อยู่ในจังหวัดเหนือสุดของประเทศ ผู้ที่ไม่คิดฝันว่าตัวเองจะได้ลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่มาวันนี้วันที่ไร้เงา ชนาธิป สรงกระสินธ์ สตาร์จากเจลีก เขากลับแจ้งเกิดได้แบบงดงามพร้อมคำสรรเสริญทั่วสารทิศ อย่างไรก็ดีแม้สื่อจะอวยเขามากมายแค่ไหน แต่เขาคือชายหนุ่มที่สมณะไม่ได้ไปหลงระเริงกับคำยกยอปอปั้นให้แก่ใครและยังคงมุ่งมั่นตั้งหน้าฝึกซ้อมฟุตบอล เพื่อพัฒนาตัวเองให้ได้ไปเล่นบอลอาชีพในลีกที่สูงขึ้นกว่านี้

เราก็ได้แต่หวังว่าบุ๊ค จะได้เจริญรอยตามบอยเเรมโบ พิชิตพล อุทัยกุล อดีตนักเตะทีมชาติไทยยุค90 ของทีมทหารอากาศ ที่เป็นนักบอลจากเชียงรายคนสุดท้ายที่ได้ไปสัมผัสการลงเล่นบอลอาชีพในญี่ปุ่น กับสโมสรคอสโม่ ออยส์

เอ็มเร่

[email protected]

RELATED NEWS