5 กุนซือดังที่บุกมาแพ้ทีมชาติไทย

ไม่ใช่เรื่องยากเกินความเป็นจริงที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะสามารถล้มยักษ์ใหญ่ต่อกรกับทีมชั้นนำของเอเชีย ซึ่งการดับซ่ายูเออีก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว คุณภาพผู้เล่นไทยต่อสามารถสู้รบปรบมือได้ ถ้าหากวางแผนและเลือกใช้ผู้เล่นตามกลยุทธ์ของโค้ช

แน่อนว่าแม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับชัยชนะกับทีมจากอาเซียน แต่รู้หรือไม่ว่ามีกุนซือคนดังที่คุมทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชีย บุกมาปราชัยต่อทีมช้างศึก และเราก็หยิบ 5 โค้ชจากชาติยักษ์ใหญ่มานำเสนอให้คอบอลได้ซึมซับข้อมูลเรื่องราวเก่าๆกัน

1.เบิร์ต ฟาน มาร์ ไวก์

แม้จะมีดีกรีรองแชมป์โลกกับทีมชาติฮอลแลนด์ในปี 2010 แถมจัดการสอนมวยทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก 2018 ยุคซิโก้ ทั้งไปและกลับด้วยสกอร์รวม 4-0 2 เกม ชื่อเสียงและโปรไฟล์ที่สั่งสมมาในชีวิตก็ดึงดูดให้ยูเออี ตั้งเป็นกุนซือใหญ่ทำทีมชาติในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2019 โจทย์ใหญ่คือการพาทีมไปบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ พ่อตามาร์ค ฟาน บอมเมล เลยจัดการถ่ายสายเลือดใหม่ทีมชาติ ใครที่ไม่เข้าสเปกจะไม่ถูกเรียกติดทีมชาติยูเออีอีกต่อไป การมาเยือนทีมชาติไทยในเกมคัดบอลโลก

โดยมีกุนซือเบิร์ต ฟาน มาร์ก ไวส์ จึงข่มขวัญทีมชาติไทยได้พอสมควร ก่อนลงสนามเป็นต่อ แต่พอแข่งขันจริง กลับกลายเป็นช้างศึกที่เดินหน้าบดขยี้ไม่มีชิ้นดี ตามแท็คติกของอากิระ นิชิโนะ จนโอมาร์ อับดุลราห์มาน ต้องหลุดตำแหน่งลงมาทำเกมแทนมิดฟิลด์ตัวกลาง
และกุนซือชาวดัตซ์ก็มาเสียท่าให้เด็กหนุ่มที่ชื่อเอกนิษฐ์ ปัญญา เมื่อยิง 1 จ่าย 1 ช่วยให้ทีมไทยดับซ่าเดอะ ไวท์แห่งอาหรับเป็นหนแรกในรอบ 15 ปี

2.ปอล เลอ กูเอน

เทรนเนอร์สโมสรเลอ อาฟส์ทีมในลีกเอิง 2 ของฝรั่งเศส ผู้ที่เคยสร้างชื่อทำโอลิมปิก ลียง จนได้ฉายาลียง ลงเป็นยิง ผงาดเป็นแชมป์ลีก เอิงของฝรั่งเศส 3 สมัย ระหว่างปี 2002ถึง 2005 แถมยังเคยคุมแคเมอรูนไปรอบสุดท้ายบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้มาแล้ว
จนได้จ็อบทำทีมชาติโอมาน ในปี 2011 และมาเผชิญหน้ากับทีมชาติไทย ในเกมคัดบอลโลก 2014 รอบ 2 เวลานั้นไทยมีวินฟรีด เชเฟอร์ คุมทีม เวลานั้น ธีรศิลป์ แดงดา และดัสกร ทองเหลา ยิ่งเล่นยิ่งเข้าขารู้ใจกันในทัพช้างศึก และเป็นแข้งธงไตรรงค์ที่เดินหน้าตอกฝาโลงโอมานแบบยับเยิน3-0 จากการยิงประตูของสมปอง สอเหลบ, ธีรศิลป์ และอีก 1 ประตูจากการผิดพลาดทำเข้าประตูตัวเองของโอมาน เรียกได้ว่าเป็นชัยชนะที่น่าประทับใจและสอนบอลโค้ชชื่อดังอย่าง เลอ กูเอนไปเลย

3.กาเบรียล กาเดรอน

มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดรองแชมป์โลกปี 1990 ชายที่เป็นนักบอลระดับตำนานของเปแอสเชในช่วงปลายยุค80 เมื่อผันตัวมาเป็นโค้ชอาชีพเขาตระเวณรับจ็อบมากมายในย่านอาหรับ ทั้งกาตาร์๋, ยูเออี, ซาอุดิอาระเบีย ปัจจุบันคุมเปอร์เซโปลิส ในลีกสูงสุดของอิหร่านอยู่
เขาคือคนที่ทำซาอุดิอาระเบียไปรอบสุดท้ายบอลโลกปี 2006 แต่ไม่ได้สานงานต่อในรอบสุดท้าย จังหวะประจวบเหมาะจึงถูกดึงตัวมาทำทีมชาติโอมาน ชุดลุยเอเชียน คัพ 2007
เวลานั้นพวกเขาอยู่สายเดียวกับไทยในกลุ่มเอ ปรากฏว่าโค้ชดังอาร์เจนไตน์ เจอบอลส่วนกลับของไทย ในยุคของโค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวินเล่นงาน 2 ครั้ง 2 ครา จนโดนพิพัฒน์ ต้นกันยา กระซวก2 ประตูใส่อาลี อัล ฮับซี่ ผู้รักษาประตูดีกรีพรีเมียร์ลีกที่เวลานั้นค้าแข้งกับโบลตัน วันเดอร์เลอร์ส ช่วยให้ไทยคว้าชัยชนะเป็นนัดแรกในการลงแข่งขันรอบสุดท้ายเอเชียน คัพ

4.ฮู จุง มู

ตำนานแข้งชาวโสมขาวผู้รับใช้ชาติมาร้อยกว่านัดและเคยไปผจญภัยกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาแล้ว คือคนที่คลุกคลีกับตำแหน่งกุนซืออารีดังไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง โค้ชดีกรียอดเยี่ยมของเอเอฟซี เมื่อปี 2009 ผู้นำเกาหลีใต้ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเวิล์ด คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ ก่อนจะปราชัยต่ออุรุกวัย 1-2 จากฝีตีนของหลุยส์ ซัวเรซ นี่คือเครดิตอันงดงาม

แต่วันที่14 ธันวาคม 1998 คงไม่ใช่วันที่น่าจดจำสำหรับ ฮู จุง มู ในฐานโค้ชโสมขาว ทีมที่ขึ้นชื่อรอบสุดท้ายเวิลด์ คัพ ฟรองซ์ 98 กลับมาเสียท่าให้แก่หมายเลข 1 แห่งย่านอาเซียน
ที่เหลือผู้เล่นแค่ 9 คน ในสนาม จากการโดนไล่ออกของวรวุธ ศรีมะฆะและสุรชัย จิระศิริโชติ แถมมาโดนประตูชัยช่วงโกลด์เด้นโกล จาก ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ทำให้ไทยพิชิตเกาหลีใต้ 2-1 ในฟุตบอลชายเอเชียน เกมส์ 1998 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไทยและนักเตะทีมชาติไทยชุดนั้น จวบจนถึงปัจจุบัน

5.ชู คาโมะ


โค้ชชาวญี่ปุ่นจากจังหวัดเฮียวโงะ ในภูมิภาคโกเบ ผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นบุคลากรผู้สร้างความดีความชอบให้แก่วงการลูกหนังญี่ปุ่น เมื่อปี 2017 แต่รู้หรือไม่ว่าชัยชนะของทีมชาติไทยหนสุดท้ายที่มาต่อลูกหลานซามูไรในเชิงลูกหนังมันทำให้เขาเกือบโดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติ และสัญญาติเตือนภัยมันมาเยือน ชู คาโมะ เมื่อตอนเขาพาลูกทีมนิปปอน ทั้งมาซามิ อิฮาร่า, โยชิคัตซึ คาวากูจิ, ฮิโรชิ นานามิ, โชจิ โจ คาซูโยชิ มิอูระ มาเตะอุ่นเครื่องลองทีมกับช้างศึก เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1997 หรือปีพ.ศ.2540 เกมนัดดังกล่าวญี่ปุ่นแค่ลองทีมเท่านั้น เจอกับไทยที่ตอนนั้นให้ โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน คุมทีม

ปรากฏว่าด้วยสภาพอากาศที่ลงเล่นกลางแดดแจ้งตอนบ่าย3 โมงที่สนามศุภชลาศัย ส่งผลให้ผู้เล่นซามูไรไม่คุ้นเคย และโดนทีมชาติไทยขยี้ไปด้วยสกอร์ 3-1 จากการเหมา 2 ประตู โดยซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ส่วนอีกประตูได้จากการซัลโวเต็มข้อโดยดุสิต เฉลิมแสน เรียกว่าเป็นการเฮเหนือญี่ปุ่นเป็นหนสุดท้าย และจากนั้น 6 เดือนต่อมา ชู งาโมะ ก็โดนไล่ออกจากตำแหน่งนายใหญ่ทีมซามูไร
หลังผลงานคัดบอลโลก 1998 ร่อแรกระท่อนกระแท่นและถูกแทนที่โดย ทาเกชิ โอคาดะ ผู้ที่เป็นผู้ช่วยขึ้นมาทำทีมสานฝันลูกหนังซามูไร บูลส์ไปฟร็องซ์ 1998 นั้นเอง

เอ็มเร่

[email protected]

 

RELATED NEWS