เกมชี้ชะตา “แชมป์” ไม่มีคำว่า “ง่าย” แน่นอน!!!

“ไทยลีก 2019” ความเข้มข้นการลุ้นแชมป์ที่ต้องมาวัดกัน “นัดสุดท้าย” เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นพอสมควร เพราะจากสถิติที่ผ่านมาหลายๆ ปีไทยลีกไม่มีอารมณ์แบบนี้แล้ว

โดยเป็ยการวัดกันของ 2 ทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ไทยลีก 2 สมัยหลังสุด และ สิงห์ เชียงราย เจ้าของดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยเมื่อปีที่ผ่านมา

และขึ้นชื่อว่า “เกมตัดสินแชมป์” นั่นหมายความว่าจบเกมนั้นบทสรุป “ทีมเป็นแชมป์” จะทราบทันที …

แน่นอนว่า “ความสำคัญ” ของเกมนี้มันจะแปรเปลี่ยนเป็น “ความกดดัน” และความกดดันตรงนี้นี่แหละที่จะทำให้เกมนี้ไม่ง่ายเลยสำหรับทั้ง “ปราสาทสายฟ้า” และ “กว่างโซ้งมหาภัย”

 

บุรีรัมย์ ในเลกแรกจัดการ เชียงใหม่ ไป 4-0
เชียงราย เลกแรกเชือด สุพรรณบุรี ไป 3-1

แต่ “ความหมาย” ในเกมนี้จะต่างจากใน “เลกแรก” ที่ทั้งสองทีมเคยผ่านมาแบบง่ายๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเกมนี้สถานการณ์ของ “คู่แข่ง” ก็ต่างออกจากเดิมด้วยเช่นกัน

 

บุรีรัมย์ จะเจอกับ เชียงใหม่ เอฟซี ใน เวอร์ชั่นที่ตกชั้นไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เชียงใหม่ จะได้กลับมาเล่นในบ้าน (สมโภช 700 ปี) ในรอบหลายเดือน ซึ่งนี่คือสิ่งที่แฟน พยัคฆ์ล้านนา รอคอย และเอาจริงๆ เกมนี้คือ นัดสุดท้าย และ นัดส่งท้าย ไทยลีกของพวกเขาด้วย พร้อมกับการเป็นทีมเมืองเหนือเหมือน เชียงราย ดังนั้นเกมนี้พวกเขาต้องสู้เพื่อศักดิ์ทีมเมืองเหนือด้วยกันแน่นอน ทำให้สกอร์ขาดลอยแบบในเลกแรกแฟนๆ สายฟ้า ลืมไปก่อนได้เลย เพราะเกมนี้ไม่ง่ายแน่นอน !!!! 

 

สิงห์ เชียงราย จะเจอกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมที่กำลังมีเอี่ยวหนีตายอยู่ในตอนนี้ ซึ่งเขาว่ากันว่าการเจอทีมกำลังหนีตายช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้ความยากมักจะคูณสองทันที เพราะทีมเหล่านี้เหมือนมีพลังวิเศษที่พร้อมควักออกมาสู้เพื่อความอยู่รอดได้ตลอด ทั้ง 90 นาที ดังนั้นสกอร์ที่ชนะแบบสบายในเลกแรกแฟน กว่าง ลืมไปได้เลย และยิ่งเกมนี้มีความหมายกับ สุพรรณบุรี ด้วยทำให้งานของ เชียงราย ยากขึ้นกว่าเดิมอีก !!!!

นี่ยังไม่บวกกับ “ความกดดัน” ของทั้ง เชียงราย ที่เพิ่งได้ลุ้นแชมป์ลีกเป็นครั้งแรก

เช่นเดียวกับ บุรีรัมย์ ในเวอร์ชั่นยังบลัดที่เด็กหลายคนแบกทีมขึ้นมาลุ้นแชมป์ในปีนี้ …

ดังนั้นเกมวันที่ 26 ต.ค.นี้ อยู่ที่ บุรีรัมย์ และ เชียงราย แล้วล่ะว่า ใครจะแบกความกดดัน และ รับมือกับเกมสำคัญระดับนี้ ได้มากกว่ากัน …

ถ้าทีมไหนทำได้ก็รับไปเลย “แชมป์ โตโยต้า ไทยลีก 2019” 

 

 

 

บทความโดย : เจษดาพร ศรีสรง (บอลกูรู)

RELATED NEWS