บุกรังเหงียน “ช้างศึก” ไม่อนุญาตให้แพ้อีกแล้ว

บุกรังเหงียน “ช้างศึก” ไม่อนุญาตให้แพ้อีกแล้ว

ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ผ่านไปแล้วครึ่งทาง สำหรับผลงานของทีมช้างศึก #เล่นไม่เลิก ของเรา 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 มีอยู่ 7 คะแนน เป็นรองจ่าฝูงกลุ่มจี ตามหลังเวียดนาม จ่าฝูง 3 คะแนน

และเกมสำคัญที่สุดอีกเกมมันก็คือนัดต่อไป ที่เราจะต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือนอีกครั้ง ด้วยการพบกับคู่รักคู่แค้นอย่าง “แข้งสกุลเหงียน” เวียดนาม ที่เป็นจ่าฝูงอยู่ตอนนี้ ซึ่งบอกเลยว่า “ทีมชาติไทยของเรา ไม่อนุญาตให้แพ้ อีกแล้ว” ถ้าต้องการจะเข้ารอบต่อไปในแถแนะ แฮร่!!! ไม่ใช่ ในฐานะแชมป์กลุ่มจี

เกมในวันที่ 19 พ.ย.นี้ จึงเป็นเกมที่สำคัญของทัพช้างศึก เป็นอย่างมาก หลังจากที่เราไปพลาดท่าแพ้ให้กับเมาเลเซีย 2-1 ทำให้เสียจ่าฝูงให้เวียดนาม แต่กระนั้นมันก็ยังไม่ถึงกับว่าเสียหายมากนัก

เพราะจ่าฝูงคือเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งรายต่อไปของเรา และทีมดาวทองเองก็มีอยู่ 10 แต้ม นำเราอยุ่สามแต้ม ดังนั้นถ้าเราบุกไปชนะได้ถึงหมีดิญ สเตเดี้ยม (มีดิ่ง สเตเดี้ยม) เราก็จะกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม

แต่นั่นแหละโอกาสเข้ารอบมันก็ยังไม่ง่ายอยู่ดี แถมโอกาสที่เราจะไปเอาสามแต้มในบ้านเวียดนาม ณ ชั่วโมงนี้บอกเลยว่าไม่ง่ายนะครับ ยูเออี ก็โดนมาแล้ว

ถ้านับย้อนกลับไปสัก 3-5 ปีที่แล้ว สำหรับเวียดนาม โดยเฉพาะชุดใหญ่ เจอกันที่ไหนเมื่อไหร่ บอกเลยขนมกรุบ แต่ปัจจุบันนี้พวกเขายกระดับตัวเองขึ้นมาได้ดีมาก เราเองก็เห็นๆ กันอยู่

ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเวียดนาม มันไม่ใช่ภาพลวงตา หากแต่เป็นการพัฒนายกระดับตัวเองขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ภายใต้การคุมทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้

ปัจจุบันนี้ถ้าเราไม่โกหกตัวเอง ว่าเราเหนือกว่าทุกทีม ก็ต้องยอมรับกันตามตรงนะครับว่าเวียดนาม คือทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน แต่เราก็มักจะบอกว่ายังไงๆ เราก็เหนือกว่า คือคิดเข้าข้างตัวเองมันก็คิดได้แหละครับ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นมันคือผลงานที่ออกมา

เหมือนกับว่าถ้าเราจะบอกว่าเราเป็นคนเก่ง เราก็บอกได้ แต่มันจะภูมิใจกว่าไหมถ้ามีคนมาบอกว่าเราเก่ง และผลงานของเรามันก็ทำให้ทุกคนเห็นว่าเป้นอย่างนั้น

เกมแรกที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เราก็เห็นอยู่แล้วว่าเราไม่ได้เหนือกว่า หรือจะเอาชนะเวียดนามได้ง่ายๆ และย้อนกลับไปที่เจอกันหลังสุด เราก็ไม่ชนะเขามาหลายเกมแล้ว

เกมในวันอังคารที่จะถึงนี้ มันคือเป็นเกมที่มีความหมายที่สุดสำหรับการพบกับเวียดนาม ก็ว่าได้ เพราะมันจะมีผลกับอนาคตของทีมช้างศึกของเราว่า จะมีโอกาสได้ไปต่อในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งนี้หรือไม่

เพราะอย่าลืมว่า ณ ตอนนี้ ที่แข่งไปแล้ว 4 เกม มันไม่ได้ลุ้นเข้ารอบอยู่แค่ไทย กับเวียดนาม มันยังมีทีมอย่างยูเออี และมาเลเซีย ที่ยังมีลุ้นอยู่ด้วย ซึ่งคะแนนก็ไล่เรี่ยกัน ดังนั้นหากเกมนี้เราพลาดท่าแพ้ให้เวียดนามขึ้นมาจริงๆ ละก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเป็นแบบไหน

เวียดนามจะทำแต้มหนีเราออกไปอีกเป็น 6 แต้ม แถมเรายังมีโอกาสที่จะโดนมาเลเซีย แซงขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง เพราะทีมเสือเหลืองนั้นเจออินโดฯ ซึ่งมีโอกาสชนะสูง

ส่วนยูเออี เราก็ยังประมาทไม่ได้ แม้เขาจะแพ้ไปแล้ว 2 เกม แต่ทีมอย่างยูเออี เราก็ไม่สามารถตัดชื่อเขาออกจากสารบบได้แน่นอน เชื่อว่าในโปรแกรมที่เหลือ ยูเออี คงต้องกลับมาเล่นอย่างบ้าคลั่งแน่ๆ และเราก็ยังเหลือเกมที่ต้องอกไปเยือนพวกเขาอีกนัด

ซึ่งถ้าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นแบบที่เราไม่อยากให้เป็นนั้น เวียดนาม จะกลายเป็นทีมที่มีโอกาสดีที่สุดในการจะเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม ที่เหลือก็ไปลุ้นอันดับสองที่ดีที่สุด 4 ทีมกันอีกครั้ง แล้วบอกเลยว่าการที่อันดับสองแต้มไล่เรี่ยกับอันดับสามและสี่ของกลุ่มแบบนี้ โอกาสจะติด 1 ใน 4 นั้นก็ยากขึ้นไปอีก เผลอๆ ในสายจีอาจจะเข้ารอบทีมเดียวก็คือแชมป์กลุ่มก็เป็นได้

ดังนั้นสำหรับทีมชาติไทย เราอย่าไปคิดถึงการลุ้นเป็นที่สองที่ดีที่สุด 4 ทีมเลยครับ มันลุ้นเหนื่อย และมีโอกาสไม่ได้ไปต่อสูง มันครึ่งต่อครึ่ง 8 ทีมเอาแค่ 4 ทีมเท่านั้น

เกมกับเวียดนาม ในวันอังคารที่จะถึงนี้ จึงกลายเป็นไฟท์บังคับโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ของทีมชาติไทย ยังไงก็ต้องสามแต้ม เพื่อกลับไปเป็นทีมที่มีภาษีดีที่สุดในการลุ้นแชมป์กลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย

แต่ถ้าทำได้แค่เสมอ หรือแพ้อีกละก็ อาจจะต้องกล่าวซาโยนาระ ตั้งแต่ปีนี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันเป็นไปได้หมด และทีมอย่างเวียดนาม ก็ไม่ใช่ลิเวอร์พูล ที่จะแพ้ไม่เป็น ถ้าเรารวมใจกัน เชื่อว่าเกมนี้เรามีโอกาสบุกไปดับซ่าแข้งสกุลเหงียนได้แน่นอน

RELATED NEWS