‘เดอะ ค็อป’ เป่าปาก!ตัดเกรดแข้ง ‘หงส์’ รอดตัว บุกเฉือนหวิว พาเลซ

‘เดอะ ค็อป’ เป่าปาก!ตัดเกรดแข้ง ‘หงส์’ รอดตัว บุกเฉือนหวิว พาเลซ

สาวก “หงส์แดง” รอดตัวไปอย่างหวุดหวิด เมื่อพลิกกลับมาแซงเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้แบบหวุดหวิด 2-1 โอกาสติดท็อปโฟร์มีโอกาสสูง ดังนั้นก่อนจะไปฉลอง ไปดูคะแนนของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ล่ะคนกันว่า เกมนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ลิเวอร์พูล

ลอริส คาริอุส – 6
จริงๆวันนี้ ถ้าไม่นับจังหวะที่ออกมาปะทะกับ วิลเฟร็ด ซาฮา แล้วเสียจุดโทษ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเขา นับว่าโชว์ฟอร์มใช้ได้ เพราะ น้องอู๊ด สามารถป้องกันลูกยากๆได้เกือบหมด โดยเฉพาะฟรีคิก ตอนเสมอกันอยู่ 1-1

เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ – 5
อาร์โนลด์ แทบจะโดนบทเรียนชิ้นเดิม จากเกมที่เคยแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะลูกแรกที่เสียให้กับ พาเลซ ก็มาจากทางฝั่งขวาตำแหน่งของเขาเช่นกัน ถึงแม้เกมรุกจะเติมสวยๆหลายครั้ง แต่โดยรวมแล้วเขาคือแนวรับ และยังทำได้ไม่ดีเสียเลย

แอนดรู โรเบิร์ตสัน 7.5
ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เกมรับแทบไม่มีจังหวะเสียให้เห็น แถมเกมบุกยังเติมสวยๆ และเปิดจากเส้นข้างได้ลุ้นหลายครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวมาสัมฤทธิ์ผล เมื่อเป็นคนแอสซิสต์ให้กับ ซาลาห์ ทำประตูชัย ได้อีกครั้ง

เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค – 6.5
ครึ่งหลังนึกว่าเป็นคนล่ะคนกับเกมครึ่งแรก ครึ่งแรกเล่นได้อยู่หมัด ปิดจังหวะเกมรุกของ คริสติยอง เบนเตเก้ ได้สบายๆ แต่ครึ่งหลัก จู่ๆก็อยากไปเที่ยว ออกทะเลซะงั้น ทำเสียหลายครั้ง แต่ยังโชคดีที่ พาเลซ ไม่คมกันเอง

โจเอล มาติป – 5
ครึ่งแรก มาติป กลายเป็นเหยื่อชั้นดีของ เบนเตเก้ หากเปรียบเป็น Rov มาติป คือแครี่ บางๆตัวหนึ่ง ที่ไม่สามารถชนตัวแทงค์อย่าง เบนเตเก้ ได้ จนต้องให้ ฟาน ไดจ์ค มาเป็นตัวชนแทน แถมยังเป็นตัวซับพอร์ทที่ช่วยอะไร อาร์โนลด์ ไม่ได้เลย

เจมส์ มิลเนอร์ – 5.5
เกมวันนี้เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะจังหวะเปิดบอลที่เคยทำได้ดี กลับหายไป แล้วดันจ่ายเสีย จนต้องลำบากเพื่อนมาคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ ที่ให้มาอีก 0.5 คะแนน เพราะเห็นความดีความชอบในการแอสซิสต์ให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ยิงตีเสมอ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – 6
ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริงเสียงจริง สำหรับ “เฮนโด้” เพราะเขาอาจไม่โดดเด่น จนสปอร์ตไลท์ต้องฉายมา การจ่ายบอลไม่โดดเด่น แต่ถ้าหากดูภาพรวมแล้วนั้นจังหวะการช่วยเกมรับ ตัดสกัดจังหวะอันตราย ยังพอมีให้เห็น รวมถึงการออกบอลที่เล่นง่าย มีส่วนให้เกมรุก “หงส์แดง” ต่อเนื่องขึ้น

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – 5
เอาจริงๆเลยคือ “จีนี่” ยังไม่ค่อยสามารถช่วยให้เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ดูหวือหวาได้ ยิ่งเป็นเกมเยือนที่เขาแทบไม่มีสถิติยิงประตูให้เห็นเลย เกมนี้ก็เลยไปกันใหญ่ ไม่มีส่วนร่วมกับเกม

ซาดิโอ มาเน่ – 7
เกือบจะเป็นฮีโร่ และ ผู้ร้ายในเวลาเดียวกัน เพราะถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ขยัน มีโอกาสทำประตูตีเสมอก่อนหน้านั้น เพียงแค่ะล้ำหน้า รวมถึงยิงจ่อๆตีเสมอได้สำเร็จ แต่ทว่าก็เกือบโดนใบแดงไล่ออก จากการไปใช้มือโอบมาเล่นบอล ทั้งที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว เลยต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 7
เป็นอีกเกมที่ค่อนข้างจะเงียบๆ เพราะโดนตามประกบ พยายามชงเอง กินเอง หลายครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูคู่แข่ง จนกระทั่ง ซาลาห์ ยังคงความเป็น “เดอะ แบก” ของ ลิเวอร์พูล เมื่อเขาโชว์ความนิ่ง ดึงจังหวะหลอก มามาดู ซาโก้ ก่อนจะซัดด้วยเท้าขวายิงเข้าไป

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ – 6.5
ยังคงเป็นนักเตะที่ขยันวิ่งทั้งหาช่องเกมรุก และช่วยกดดันตั้งแต่แดนหน้า จริงๆเขาหาพื้นที่ดีๆหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้าย ก็ดันถูกสกัดไว้ได้ก่อนที่บอลจะมาถึง

สำรอง

อดัม ลัลลาน่า – N/A
โชคร้ายเหลือเกิน ลงสนามมาเป็นตัวสำรองได้เพียงแค่ 5 นาที ก็ดันเจ็บ ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามทันที

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน – 6
เมื่อเขาลงสนามมา ทำให้เกมรุก “หงส์แดง” ดูหวือหวาขึ้น และเขาเป็นผู้แรกเริ่ม เลี้ยงกินแดนหนีผู้เล่น พาเลซ ก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้กับ โรเบิร์ตสัน ตวัดเข้าให้ ซาลาห์ ยิงประตูชัยชนะไป 2-1

เดยัน ลอฟเรน – 5.5
เป็นสำรองของสำรอง หลังลงแทน ลัลลาน่า ทำให้ ลิเวอร์พูล ปรับมาเล่นเป็นกองหลัง 3 คน และเขาก็ใช้หัวโหม่งทิ้งจังหวะอันตรายได้

RELATED NEWS