สดุดีมหาเทพ! วีรกรรมสุดเด่นของ ลินการ์ด ในสีเสื้อของ เวสต์แฮม

สดุดีมหาเทพ! วีรกรรมสุดเด่นของ ลินการ์ด ในสีเสื้อของ เวสต์แฮม

เจสซี่ ลินการ์ด - เวสต์แฮม

ต้องยอมรับเลยว่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานักเตะที่ถูกแฟนบอลหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น เจสซี่ ลินการ์ด แข้งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่โชว์ผลงานสุดสะเด่าเหลือเกินนับตั้งแต่ย้ายมาสวมใส่เครื่องแบบตรา “ขุนค้อน”

เพราะจะว่าไปตลอดผลงานของ ลินการ์ด กับ แมนฯ ยูไนเต็ด สิ่งที่ถูกนึกถึงส่วนใหญ่คือวีรกรรมนอกสนาม โดยเฉพาะคลิปสร้างชื่อ “บีนส์ บีนส์ บีนส์” ที่กระหน่ำโซเชียลจนเจ้าตัวโดนเสียงวิจารณ์เป็นอย่างมากว่ากับฟุตบอลทำไมไม่โฟกัส และใส่ใจเหมือนชีวิตนอกสนามบ้าง จนกระทั่งมีกระแสข่าวว่าทัพ “ปีศาจแดง” เตรียมปล่อยแข้งส่วนเกินรายนี้ออกจากทีม แต่ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับต้องย้อนไปหาคนที่พ่นออกมาจากลมปากเมื่อได้ยลโฉมร่างใหม่ในตัวของ ลินการ์ด 

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปดูวีรกรมมของเจ้าหนุ่มวัย 28 ปี รายนี้กันหน่อยว่านับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ เวสต์แฮม ได้รังสรรค์ผลงานอะไรไปบ้างแล้ว แม้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม

ประเดิมเปิดซิงด้วย 2 ตุง

ภายหลังย้ายมาร่วมทัพ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่นานเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสจากอดีตนายใหญ่ที่หวนกลับมาร่วมงานอีกครั้งอย่าง เดวิด มอยส์ ในทันที ซึ่งเกิดขึ้นในเกมที่ทัพ “ขุนค้อน” ต้องยกพลออกไปเยือน แอสตัน วิลล่า อีกหนึ่งทีมฟอร์มแรง ที่ผลงานยามลงเล่นในบ้านนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่ง ลินการ์ด ได้โอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง ก่อนที่จะเหมาคนเดียว 2 ประตู ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นประตูสุดสวยเลยทีเดียว เริ่มจากซัดด้วยอีซ้ายอย่างสุดสวย ก่อนปิดท้ายด้วยการใช้เท้าขวาซัดแบบสุดแรง ถึงขนาดที่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านของ “สิงห์ผงาด” ยังไม่อาจปัดให้พ้นปากประตูไปได้

แน่นอนนี้คือเพอร์เฟคสตาร์ทในฝันของใครหลายคนในการประเดิมสนามกับต้นสังกัดใหม่ และ ลินการ์ด ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั้นนี่ยังถือว่าเป็นสถิติที่ยิงประตูได้มากกว่าทั้งซีซั่นที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2019-20 ที่ทั้งซีซั่นนั้นเจ้าตัวพาบอลไปกระทบตาข่ายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จากโอกาสลงสนามทั้งหมด 22 เกมในพรีเมียร์ลีก

ส่วนเติมเต็มแห่งทัพ “ขุนค้อน”

ย้อนกลับไปดูผลงานของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนการก้าวเข้ามาของ ลินการ์ด ก็ต้องบอกว่าพวกเขามีผลงานที่เข้าขั้นยอดเยี่ยมพอสมควร แต่ทว่าเมื่อถึงการเข้ามาของบุรุษผู้นี้เหมือนกับการเติมเต็มเกมรุกของทีมให้มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวะการจบสกอร์

นับตั้งแต่เกมแรกที่ ลินการ์ด ลงสนามให้ทัพ “ขุนค้อน” เจ้าตัวมีส่วนร่วมกับประตูของทีมมากถึง 9 ประตู จากจำนวนลงสนาม 8 เกม และจากจำนวนดังกล่าวเกิดความพ่ายแพ้ขึ้นเพียงเกมเดียวเท่านั้นในแมตช์ที่บุกไปพ่าย แมนฯ ซิตี้ 2-1 ซึ่งเกมในวันนั้น ลินการ์ด ก็ทำได้ 1 แอสซิสต์ด้วย

อย่างที่กล่าวไปว่า ลินการ์ด สามารถเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์คนสำคัญของทีมได้ในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ ที่สร้างสรรค์เกมรุกอยู่หลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง มิคาเอล อันโตนิโอ ซึ่งจะว่าไปทั้งคู่ก็ต่างปรับตัวเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว สอดประสานช่วยกันผลิตสกอร์กันหลายครั้ง หรืออย่างในเกมล่าสุดกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน ที่ ลินการ์ด บอกว่าจังหวะโซโล่เดี่ยวนั้นเป็นการซ้อมกับ อันโตนิโอ ในเรื่องของการดึงตัวประกบ จนเกิดเป็นประตูที่สวยงาม

หรือการเล่นร่วมกับแผงมิดฟิลด์คนอื่นอย่าง โทมัส ซูเช็ค หรือ จาร็อด โบเว่น ก็ทำได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือตัว เดวิด มอยส์ กุนซือของทีมที่ให้อิสระแกเขาอย่างเต็มที่ ทำให้เมื่อลงไปในสนาม ลินการ์ด เลยไม่ต้องมาค่อยกังวลว่าจะต้องเล่นตามแบบแผนที่ถูกใส่สมองมาก่อนลงสนาม 

อีกประเด็นสำคัญเลยคือการได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องจนมันสามารถเรียกความมั่นใจของเขาให้กลับมาได้ดั่งเดิม เมื่อได้ลงสนามไป และสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี บวกกับความกดดัน และความคาดหวังที่ต่างจากสมัยสวมเสื้อของ “ปีศาจแดง” ทุกอย่างมันเลยกลายเป็นมวลรวมที่ช่วยเค้นศักยภาพในตัวของ ลินการ์ด ให้มันโดดเด่นออกมา และเป็นกำลังสำคัญในการพา เวสต์แฮม ก้าวขึ้นมายืนอยู่ในพื้นที่ท็อปโฟร์เรียบร้อยแล้ว และพร้อมกับการประกาศศักดาล่าตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

ด้วยฟอร์มที่ไฉไลโดดเด่นแบบนี้ทำให้เขากลับไปมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี แถมด้วยการพร้อมเป็นแคนดิเดตเบอร์ต้นในแดนกลางสำหรับการที่จะติดทีมไปลุยศึกยูโรในช่วงกลางปีนี้เรียบร้อยแล้ว

ลากโซโล่เดี่ยวครึ่งสนาม

นี่น่าจะเป็นช็อตที่ถูกพูดถึงไปอีกนานกับการโซโล่เดี่ยวกว่าครึ่งสนามเข้าไปซัดประตูใส่ วูลฟ์แฮมป์ตัน ในเกมลีกนัดล่าสุด 

ย้อนความจังหวะนั้นกันหน่อยเกิดขึ้นจากการเล่นสวนกลับของทัพ “ขุนค้อน” ลินการ์ด ได้บอลในแดนของตัวเองก่อนควบตะบึ้งมาคนเดียวเผชิญกับแนวรับคู่แข่งที่ยืนขวางอยู่ 3 ราย แต่ทว่าด้วยความเข้าใจกันกับ มิคาเอล อันโตนิโอ ก็จัดการวิ่งดึงตัวประกบเปิดทางให้ ลินการ์ด ลากเข้าไปก่อนซัดด้วยอีซ้ายผ่านมือ รุย ปาทริซิโอ เข้าไปอย่างสวยงาม

“จังหวะนั้นมันเป็นการวิ่งที่สมบูรณ์แบบของ มิคาเอล มันเป็นจังหวะ สองต่อสอง และเราทำงานกันในสนามฝึกซ้อม เขาวิ่งตัวประกบไปและผมเห็นช่องว่างที่ชัดเจนที่จะวิ่งเข้าไป มันเลยเหลือแค่เพียงผมกับผู้รักษาประตู” ลินการ์ด กล่าวถึงประตูนี้หลังจบเกม

ซึ่งจะว่าไปเราแทบไม่เคยเห็นความเฉียบขาด หรือจังหวะลากตะลุยแบบนี้ของเขามาก่อนเลยสมัยค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทว่าด้วยความมั่นใจอย่างที่กล่าวไป มันเลยช่วยส่งเสริมให้มีความกล้าที่จะลุย และความเยือกเย็นมากพอในการกระหน่ำลูกนี้เข้าไป เชื่อว่านี่น่าจะเป็นจังหวะที่ติดอยู่ในความทรงจำของเขา และแฟนบอลไปอีกนานอย่างแน่นอน

สถิติดีสุดเหนือกว่าทุกคน

ถ้าจะพูดถึงการมีส่วนร่วมกับประตูนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่คงนึกไปถึงดาวยิงดังๆ ไม่ว่าจะเป็น บรูโน่ แฟร์นานเดส, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ แฮร์รี่ เคน แต่ทว่าสิ่งที่คิดนั้นผิดมหันต์เพราะนับตั้งแต่ที่ ลินการ์ด เปิดซิงนัดแรกกับ เวสต์แฮม เขาคือนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในลีกเหนือกว่าทุกคน

การกระหน่ำซัดไป 6 ประตู พ่วงด้วย 3 แอสซิสต์ คือตัวเลขที่เขาทำได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมากับ เวสต์แฮม และไม่มีใครทำได้เหมือนเขาในห้วงเวลาดังกล่าว ซึ่งถ้าจะมีข้อผิดพลาดเพียงอย่างเดียวคือเจ้าตัวไม่ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมประจำเดือนเท่านั้นเอง

ถ้าพูดกันตามความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าผลงานของ ลินการ์ด ในช่วงเดือนที่ผ่านมามันโดดเด่นเกินกว่าคนอื่นๆ จริง และเหมือนเขาจะกลับมาสนุกกับการเล่นฟุตบอลอีกครั้ง พร้อมใช้สองเท้านั้นลบเสียงวิจารณ์ และภาพจำเก่าๆ ที่เคยโดนด่าเคยว่าเขาไว้ในอดีต

ต่อจากนี้เราไม่อาจรู้เลยว่าอนาคตของเขาเมื่อจบฤดูกาลจะเดินไปในทิศทางไหน แต่สิ่งที่รับรู้ได้ในตอนนี้ชื่อของ เจสซี่ ลินการ์ด กลับมายึดครองพื้นที่สื่ออีกครั้ง และเป็นการครอบครองในเรื่องของผลงานในสนามที่โคตรโดดเด่น และเต็มไปด้วยเสียงชื่นชมถึงความสามารถของดาวเตะผู้นี้

– เปา ขอบสนาม

RELATED NEWS