น้ำตาซึม! เล่าเรื่องราว 4 อดีตแข้งผี ที่จากทีมมาแบบดราม่า

น้ำตาซึม! เล่าเรื่องราว 4 อดีตแข้งผี ที่จากทีมมาแบบดราม่า

ยุคสมัยนี้ชื่อของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” อาจจะไม่ได้ดึงดูดนักเตะให้หลงไหลอยากย้ายเข้ามาร่วมทีมได้เท่าสมัยก่อน แต่หากย้อนไป 10-20 ปีที่แล้ว นี่คือสโมสรเบอร์ต้นๆ ของโลกที่นักเตะต่างใฝ่ฝันจะเล่นให้ ซึ่งการย้ายเข้ามันแฮปปี้ดี๊ด๊า แต่การจากลาไม่ใช่เรื่องสนุก วันนี้เราจะมาเล่าดราม่าของ อดีต 4 นักเตะ ผีแดง ที่จากทีมไปแบบเคล้าน้ำตาปนดราม่านิดๆ จะมีใครบ้างไปดูกันเลย

 

ฟิล เนวิลล์

เนวิลล์ผู้น้อง เป็นเด็กปั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งตอนนั้นอายุแค่ 13 ขวบ ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 1994 โดยมีพี่ชายอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ที่ขึ้นชุดใหญ๋ไปก่อนหน้าแล้วคอยสนับสนุน ฟิล ถือเป็นกองหลังสารพัดประโยชน์ เพราะเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและขวา บางครั้งยังขยับมายืนมิดฟิลด์ตัวรับ และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อีกด้วย ทว่าอาจจะเพราะความจับฉ่ายมากเกินไปเลยทำให้มันไปไม่สุดสักทาง ถ้าว่ากันตามตรงฝีเท้าก็ไม่ได้ดีเด่อะไรมากมาย ซึ่งสุดท้ายก็เป็นได้แค่ตัวสำรองของ แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั้งปี 2005 หรือ 11 ปีหลังขึ้นสู่ทีมชุดใหญ๋ ฟิล ก็ตัดสินใจจะไปหาความท้าทายใหม่ที่จะทำให้เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนความผูกพันธ์ตั้งแต่ 13 ขวบ จนถึงอายุ 28 อยู่ๆ จะจากลากันไปมันไม่ใช่เรื่องง่าย

แกรี่ เนวิลล์ ในฐานะพี่ชายได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นเอาไว้ว่า “ฟิล โทรมาหาผม และพูดว่า ‘เฮ้ พี่ชาย ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะย้ายทีม’ ผมก็ตอบเขากลับไปว่า ‘เห้ย นี่มันเรื่องใหญ่นะ นายลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งหลายเกม คว้าแชมป์มาแล้วมากมาย’ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่าจะขอย้ายออกไป”

“เราตัดสินใจที่จะไปบอกท่านเซอร์ด้วยตัวเอง เราขับรถไปที่บ้านของ เซอร์ อเล็กซ์ เพื่อพบกับเขา ผมจำได้แม่นเลยว่า เราร้องไห้กันด้วยตอนที่บอกกับเขา เพราะผมอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ 11 ขวบ ส่วน ฟิล ก็อยู่มาตั้งแต่ 13 ขวบ ฉะนั้นการไปบอกลา เซอร์ อเล็กซ์ บอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด มันเป็นอะไรที่ทำใจยากสำหรับ ฟิล แต่ ฟิล ต้องการจะไปเพราะเขาต้องการลงเล่นต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตามแม้จะเศร้าที่ต้องบอกลาทัพ “ปีศาจแดง” แต่ ฟิล เนวิลล์ ก็ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องสมใจ อยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ไปอีก 8 ปี และได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ จนสุดท้ายก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปในปี 2013 เรียกได้ว่าเป็นตำนานอีกคนของ เอฟเวอร์ตัน เลย

 

รุด ฟาน นิสเตลรอย

รุด ฟาน นิสเตลรอย ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าขวัญใจสาวก “ปีศาจแดง” เพราะพี่แกนี่จบสกอร์ได้คมกริบ แถมดีเทลกว่าจะได้ย้ายมาก็ต้องรอตั้งเป็นปีๆ เนื่องจากตอนจะเซ็นสัญญาทีแรกพี่แกดันเจ็บหนัก แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังเชื่อมั่น รอเวลาให้หายดี ซื้อเข้ามาร่วมทีมแล้วก็ยิงกระจุยกระจาย แต่สุดท้ายมันดดันจบกันไม่สวยซะอย่างงั้น

เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นในนัดชิงถ้วย ลีกคัพ เมื่อปี 2006 ผีแดง เจอกับ คาร์ดิฟฟ์ เรียกได้ว่าตบเด็กชนะไป 4-0 คว้าแชมป์ไปชิวๆ แต่ เซอร์ อเล็กซ์ ตัดสินใจพัก หัวหอกหน้าม้าไว้บนม้านั่งสำรอง เพราะมองว่าเกมขาดแล้ว แถมเป็นถ้วยเล็กให้เด็กมันโชว์ของดีกว่า ทว่า พี่ม้า ไม่เห็นด้วยกระฟัดกระเฟี๊ยดหงุดหงิดใส่ ท่านเซอร์ ซะอย่างงั้น ซึ่ง ป๋าเฟอร์กี้ แกก็จัดให้ตามสไตล์ขายทิ้งให้ เรอัล มาดริด ทันที แบบไม่เผาผี และไม่สนด้วยว่ามึงจะเก่งกาจขนาดไหน 

อย่างไรก็ตามต่อมา ตำนานดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ รู้สึกผิดที่ปฏิบัติตัวต่อผู้มีพระคุณอย่าง เฟอร์กี้ ไม่ดี ซึ่งภายหลังเจ้าตัวก็ได้เล่าให้ฟังถึงเร่องนี้ว่า “ผมคิดถึงเรื่องนี้บ่อยมาก ผมปรึกษากับภรรยาอยู่เสมอๆ ผมคิดว่ามันน่าละอายมากที่ทำแบบนั้นกับ เฟอร์กูสัน ผมอยากจะแก้ไขมัน ภรรยาผมบอกให้ส่งข้อความไปหา เฟอร์กูสัน เพื่อขอคุยกับเขา ซึ่งผมก็ส่งไป แล้วถามว่าผมจะโทรหาเขาได้ไหม? เฟอร์กี้ ก็ตอบกลับมาว่า ได้ ให้โทรมาวันนี้เวลานี้นะ ซึ่งพอผมโทรไป เขารับสายแล้วก็พูดว่า ‘ว่าไง มีอะไร?’ ผมบอกเขาไปว่าผมอยากจะขอโทษกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็ตอบกลับมาว่า ‘ไม่เป็นไร สบายมาก ถ้าเราเจอกันครั้งหน้าทุกอย่างจะโอเค’ และตอนนี้ทุกอย่างมันก็ดีแล้ว ผมดีใจจริงๆ”

 

ไรอัน กิ๊กส์

อดีตดาวเตะเจ้าของฉายา “ปีกพ่อมด” ถือเป็นแข้งระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเป็นเด็กปั้นของสโมสร และอยู่ีรับใช้ทัพ “ปีศาจแดง” เพียงทีมเดียวตลอดอาชีพค้าแข้ง แม้ว่าจะมีหลายทีมทาบทามอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม แต่ กุนซือทีมชาติเวลส์คนปัจจุบันก็ไม่สนใจ สุดท้ายก็อยู่กับสโมสรยาวนานถึง 27 ปี หากนับตั้งแต่เยาวชน ลงเล่นไป 963 นัด ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นอกจากนี้ก่อนแขวนสตั๊ดยังรับหน้าที่เป็น กุนซือชั่วคราว 4 เกม ตอนที่ปลด เดวิด มอยส์ พ้นตำแหน่งช่วงท้ายฤดูกาล 2013/14 อีกด้วย เรียกได้ว่ามันต้องผูกพันธ์กันแบบสุดๆ และแน่นอนการจากลาไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่คนที่เข้มแข็งอย่าง กิ๊กซี่ ก็มีน้ำตาได้

“วันสุดท้ายของผมกับทีม ผมพูดบอกลาเหล่านักเตะ และขอบคุณพวกเขา จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนที่อ่อนไหวอะไรนะ แต่จังหวะนั้นผมเห็นรถผมจอดอยู่ข้างนอก อยู่ๆ ในหัวก็คิดขึ้นมาว่า ‘มึงรีบวิ่งเข้าไปในรถเลย’ เพราะตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกอ่อนไหวแล้ว พอผมขึ้นไปบนรถเท่านั้นแหละ ผมก็เริ่มร้องไห้ทันที แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผสมกันมั่วไปหมด ทั้งการบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต บวกกับความกดดันที่ผมแบกรับเอาไว้ในตอนที่คุมทีมแบบชั่วคราว ซึ่งพอมาย้อนนึกดู ผมยังไม่เชื่อตัวเองเลยว่าจะร้องไห้ออกมา ฟังดูแล้วมันน่าขำ แต่นั่นมันไม่ใช่ผมเลย ไม่ใช่ผมเลยจริงๆ”

 

นิคกี้ บัตต์

นิคกี้ บัตต์ อาจจะไม่ใช่นักเตะที่เก่งกาจอะไรนัก แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระชั้นยอดคนนึงเลย แล้วก็เป็นหนึ่งในผลผลิตของ “คลาส ออฟ 92” ด้วย ทว่าเส้นทางของ บัตต์ ก็เหมือนกับ ฟิล เนวิลล์ คือเป็นเด็กปั้ของสโมสร แต่เป็นได้แค่พระรอง ไม่ได้เป็นตัวจริงสักที ซึ่งสุดท้ายก็เลือกขอย้ายทีมออกไปเป็นตัวหลักของทีมอื่นที่เล็กลงมาดีกว่า

ซึ่งเรื่องราวตอนที่ บัตต์ ย้ายออกก็ได้ แกรี่ เนวิลล์ นี่แหละที่เป็นคนเล่าให้ฟังโดยกล่าวว่า “ตอนที่ นิคกี้ ย้ายออกไปผมรู้สึกเสียใจมากๆ เพราะมันรู้สึกแบบว่าแก๊งค์แตกซะแล้ว ตอนนั้นเราไปทัวร์ปรีซีซั่นกันที่อเมริกา เราสองคนสนิทกันมาก เรารู้ว่าอีกคนคิดอะไร เราไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ เรานั่งด้วยกันบนรถบัสนักเตะ ดังนั้นมันแทบไม่มีเรื่องอะไรเลยที่เราไม่รู้ซึ่งกันและกัน นิคกี้ ได้ลงเล่นฤดุกาลละประมาณ 25-30 นัด แต่เขาบอกผมว่า เขาต้องการย้ายไป นิวคาสเซิ่ล เขารู้สึกว่าเขาต้องการเป็นตัวหลัก ไม่ใช่ตัวเลือกลำดับที่ 3 หรือ 4 อีกต่อไปแล้ว ผมจำได้เลยว่าเขาออกจากทีมระหว่างที่เราทัวร์อเมริกา กลับไปอังกฤษเพื่อเซ็นสัญญากับ นิวคาสเซิ่ล หัวใจผมแทบสลาย ผมเศร้าใจมากจริงๆ”

 

และนี่คือ 4 อดีตแข้งผี ที่ลาทีมไปแบบมีดราม่าให้ได้พูดถึงกันซึ่งจริงๆ มันยังมีอีกหลายคนเลย ไว้มีโอกาสจะเก็บมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ

 

ชิน ชินพัฒน์

 

RELATED NEWS