ขอบสหนัง – Moviereview “Still Human”

 

เห็นน่าปกหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ตอนช่วงเดือนมีนาคม ที่โรงหนัง House Samyan ก่อนจะมีโควิด เนื่องจากคุ้นหน้าคุ้นตา แอนโทนี่ หว่อง ดารามากความสามารถฮ่องกงมาตลอด เพราะเขาเล่นหนังบล็อคบัสเตอร์ดังๆมากมายในบ้านเกิดเมืองนอนของเขา

และผมเองก็ไม่ได้ใส่ไว้ในลิสต์รายชื่อตั้งแต่แรกว่าจะดูด้วยซ้ำ แต่หลังจากเวลาผ่านไปผมไม่รู้ว่าจะดูหนังเรื่องอะไรดี และไม่ชอบที่จะดูหนังในระบบสตรีมมิ่งสักเท่าไหร่ สุดท้ายก็เอาวะไปดูมันซะเลยแบบที่ไม่มีข้อมูล ไม่มีความคาดหวังใดๆทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ได้กลับออกมา
จากหนังมันสะท้อนให้ผมรู้สึกตื่นตระหนักอะไรบ้างอย่างได้ ว่า คนเราแม่งฝันได้และควรจะลงมือทำ โดยไม่ต้องไปยึดติดกับเรื่องราวความเจ็บช้ำเรื่องที่ผิดพลาดในอดีต ทุกอย่างช่างแม่ง ผ่านไปแล้วก็จบกัน ฝันไม่เคยมีวันหมดอายุจริง

เรื่องราวคราวๆของหนังคือชายสูงวัยที่เป็นอัมพาตที่ถูกลูกหลานตัวเองทอดทิ้ง แต่กลับได้หญิงสาวฟิลิปปินส์ ที่จากบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง มาทำงานเป็นคนดูแลในฮ๋องกง เพื่อหาเงินส่งกลับบ้าน โดยที่เธอมาเพื่อเงิน ทำงานเพื่อความอยู่รอด ว่าง่ายๆคือแรงงานผิดกฏหมายนั้นแหละ
ทั้งคู่มีความคล้ายคลึงกัน 1 เรื่องคือมีปมปัญหาในชีวิตเรื่องของครอบครัว และมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แม้ว่าจะพูดสื่อสารกันคนละภาษาแต่ทั้งคู่ก็พยายามที่จะพูดภาษาจีนกว่างตุ๋งและภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับอีกฝ่าย 1 ให้ได้

ข้อดี
หนังพยายามสื่อสารให้เข้าใจหัวอกของคนที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตในต่างแดน ใครว่าผู้หญิงได้เปรียบเวลาไปทำงานที่ต่างแดน ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ตัวละครผู้หญิงเหมือนเป็นตัวแทนของกลุ่มคนชนชั้นแรงงานต่างด้าว
ที่ต้องเจอภาวะแวดล้อมที่โดนดูถูกกดดันสาระพัดแต่ต้องยินยอมเพราะความอยู่รอด มันไม่ต่างอะไรจากแรงงานที่ไม่ใช้คนท้องถิ่นที่ต้องอดทนกับทุกอย่าง เราได้เห็นฝ่ายหญิง ทนรับใช้คนที่เป็นอัมพาตในช่วงแรก เธอกลัวว่าจะโดนไล่ออก ทั้งที่บางครั้ง
ตัวละครหลักผู้ชายแค่ขู่เท่านั้น หนังค่อยๆปูเรื่องราวพื้นฐานทั่วไปในชีวิตของมนุษย์ให้ไปรู้จักหัวใจความเจ็บช้ำของตัวละคร เจ้านายมีความมุกข์เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าเป็นคนอัมพาตไม่มีใครสนใจ ส่วนอีกคนมีความทุกข์เพราะในหัวคิดแต่ว่าทำงานส่งเงินกลับบ้าน
ถ้าไม่ส่งเงินกลับก็กลัวจะไม่กตัญญู หนังดำเนินเรื่องพาผูกปมให้ตัวละครได้เข้าใจความทุกข์ความช้ำ แล้วก็ผลักดันแรงปรารถนาที่ดีให้อีกฝ่าย

แม้ว่าตัวละครจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในเรื่องของภาษา อายุ เชื้อชาติ แต่หนังสามารถเล่าเรื่องให้เราสัมผัสได้ว่าบางครั้งมิตรแท้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ไร้การเหยียดหยามมันโคตรเท่ห์ โดยปราศจากเงินทองหรือเสื้อผ้าหรูๆจริงๆ มันจะมีบางไหมละที่เจ้านายพยายามที่จะทำให้ลูกจ้าง
รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากลับมาอยู่ในมุมสว่างได้ทำในสิ่งที่รัก กลับมาสานต่อความฝันที่เคยมีแต่ละทิ้งไปนาน ส่วนลูกจ้างสามารถเต็มเติมพลังให้นายจ้างตัวเองว่า คุณเองมีคุณค่าและคำว่าอัมพาตไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป มันเปรียบเสมือนการทะลายกำแพงของเรื่องเชื้อชาติลงไป เป็นหนังที่สอนใจคนได้มากมาย
บางครั้งมิตรแท้ความรู้สึกดีๆไม่จำเป็นต้องเป็นคนรัก มันทำให้ผมรู้สึกประทับใจมาก หนังสเกลเล็ก แต่แฝงไปด้วยข้อความที่คมคาย พลังบวกมากมายมหาศาล คือผมไม่รู้สึกเจออะไรแบบนี้มานาน สร้างความอบอุ่นได้มากโข

นักแสดง
การที่ไม่ได้เห็น แอนโทนี่ หว่อง เล่นหนังแอ็คชั่นก็ทำให้ผมรู้สึกผิดแปลกไปสักหน่อย เพราะชีวิตนี้เราค้นเคยกับหนังของคุณพ่อเขาเยอะมาก บทบู๊ การมาเล่นเป็นผู้ชายอัมพาต เราจึงได้เห็นเขาตีความผู้ชายสูงวัยที่หมดอาลัยตายยากได้แบบน่าทึ่ง เป็นเจ้านายที่กวนๆ แต่ก็ผลักดันลูกจ้างตัวเองกลับมาดำรงชีวิตในแบบที่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
คริเซล คอนซุนจิ นักแสดงฟิลิปินโน่ ที่มาหากินในวงการมายาฮ่องกง ยาวนาน เธอเปรียบเสมือนตัวแทนของคนต่างชาติที่มาแสดงเป็นคนชนชั้นแรงงานทำงานแลกเงิน ส่งกลับบ้าน คือชอบอินเนอร์ของเธอ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา มันเลยทำให้เธอตีความบทสาวดูแลผู้ชายสูงวัยเป็นอัมพาตได้เรียบง่าย และเมื่อแสดงคู่กับ แอนโทนี่ หว่อง
จึงไหลลื่นมากๆ

ข้อเสีย
ไม่ชอบอารมณ์หนังจังหวะจะโคนบางซีนที่ชอบมาผิดที่ผิดเวลาไปสักหน่อย ตัวละครบางตัวที่โผล่มาบางทีก็แทบไม่มีอะไรกับหนังเลยนะ

สรุป
หากคุณเบื่อหน่ายท้อแท้สิ้นหวังหนังเรื่องนี้จะช่วยคุณได้ หนังสร้างพลังบวกได้มหาศาล ดูแล้วอบอุ่น มีมิตรภาพดีๆรออยู่เพียบ
ไม่แปลกใจเลยที่พิชิตรางวัลมากมายหลายสถาบันในฮ่องกง

หนังเตรียมตัวเข้าฉาย 30 กรกฎาคมนี้ ณ โรงหนัง House Samyan

RELATED NEWS