ขอบสหนัง – Moviereview “42”

สารภาพก่อนเลยว่าดูหนังเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด จะมาเยือนเต็มตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วงนั้นผมอยู่บ้านนั่งทำงานและหาหนังดูไปเรื่อย ในหลายแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง จนกระทั่งมาพบกับหนังชีวประวัติของนักเบสบอลระดับตำนาน Jackie Robinson นักกีฬาผิวสีผู้ที่จารึกชื่อเป็นคนแรกที่ได้เล่นลีกอาชีพ MLB เขาคือผู้ทลายกำแพงของคำว่าชนชั้นสังคมที่แบ่งกันระหว่างสีผิวลงอย่างราบคาบ เขาบากบั่นอดทน ก้มหน้าก้มตา พิสูจน์ตัวเองในสนามแข่งขัน โดยใช้ฝืมือจนผู้คนยอมศิโรคาบ และเป็นแบบอย่างให้เด็กเล็กๆผิวสี ฝันอยากจะเจริญรอยตามเป็นนักกีฬาแบบเขา ผ่านการแสดงนำเต็มตัวเรื่องแรกของ Chadwick Boseman

.
ข้อดี
เนื้อหาของหนังชีวประวัตินักกีฬาส่วนใหญ่ คนไทยจะไม่อิน ไม่คุ้นชิน รู้สึกน่าเบื่อ ดราม่าอะไรก็ไม่รู้ มันไม่บันเทิงแน่ๆ แต่ใน 42 มันมีอะไรมากกว่านั้น ในยุคที่สังคมยุคก่อนในอเมริกา ความแตกต่างในเรื่องสีผิวชนชั้น มันรุนแรง การดูถูกเหยียดหยามเป็นอะไรที่ทุเรศมาก คนผิวขาว และผิวสีเหมือนอยู่คนละโลก คนผิวขาวยังคงมองคนผิวสี เป็นชนชั้นต่ำน่ารังเกียจ จำกัดพื้นที่ในวงแคบ มันคงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่า การใช้กีฬามาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความสามารถให้คนผิวสีได้รับการยอมรับ
.
หนังไม่ได้เล่าเรื่องให้รู้สึกเบื่อ ตรงกันข้าม มันคือหนังชีวประวัติกีฬาที่เล่าได้พิถีพิถัน Jackie Robinson นักเบสบอลผิวสีลงเล่นในลีกคนนิโกร ฝีมือเก่งเกินกว่าจะถูกจำกัดในวงแคบ นั้นจึงทำให้เขาถูกทาบทามให้ไปเล่น Brooklyn Dodgers ทว่ามันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เพราะเพื่อนร่วมทีมต่อต้านค้านหัวชนฝ่าในการมีเขามาร่วมทีม ยังไม่รู้จักเลย รังเกียจเขาซะแล้ว เพียงเพราะสีผิว หนังปูเนื้อเรื่องเน้นไปที่ตัวละครหลักคือ Jackie แล้วค่อยๆสอดแทรกสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อมันขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ การโดนตัดสินแค่รูปลักษณ์ โดนห้ามโน่นนี่ แค่เดินไปไหนมาไหน ยังมีคนมาหลอกด่า ว่าง่ายๆคือหายใจยังผิดเพราะแค่สีผิวไม่เหมือนขาว
.
ชอบการที่ Jackie มีความอดทน ลงสนามเจอแม่งทุกอย่าง แต่ยังเอาตัวรอดมาได้ เจอการด่าถึงสีผิวชาติกำหนด ก่อกวนสมาธิทุกรูปแบบจากคู่แข่งฝั่งตรงข้าม, ไหนจะเจอตำรวจบางทีมาจับเพราะห้ามไม่ให้คนผิวดำลงสนาม คือรู้สึกว่าหนังเล่าเรื่องได้ตรงไปตรงมา ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แล้วจากนั้นก็เพียรพยายามชูประเด็นที่เป็นจุดเปลี่ยนพา Jackie กลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญ พาทีมประสบความสำเร็จ
.
สิ่งที่หนังแสดงออกมาคือ Jackie ไม่ได้สู้แค่ตัวเขาเอง แต่เขายังสู้เพื่อคนผิวสีด้วยฝีมือชั้นเชิงเกมกีฬาเพื่อให้คนได้รู้ว่า คนผิวสีไม่ได้ต่ำต้อยแต่มีคุณค่าที่ไม่แพ้คนผิวขาว และมันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาให้หลายทีมเบสบอล มองนักกีฬาผิวสีในเวลาต่อมา
.
นักแสดง
Chadwick Boseman นี่คือหนังที่ฉายแสงแจ้งเกิดอย่างแท้จริงของเขา ผลงานการแสดงลำดับที่ 3 ในชีวิตและขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องแรก ชอบความสง่างามในการแสดง เรื่องนี้เขาเปรียบเสมือนการถ่ายทอดห้วงอารมณ์ความรู้สึกของนักกีฬาคนหนึ่งที่ไม่ได้เพียงแค่ต่อสู้เพื่ออาชีพที่ตัวเองรัก แต่ยังต่อสู้เพื่ออิสรภาพให้คนผิวขาวได้รู้ว่า นักกีฬาผิวสีก็มีคุณภาพ หาใช่รูปลักษณ์ภายนอก ถ้าคุณได้เห็นเขาแสดงเป็น Jackie Robinson จะรู้เลยว่ารัศมีของ Chad เด่นชัดมาก และบทนี้เองก็ส่งให้เขาได้รับเลือกให้ร่วมงานกับ MCU ในเวลาต่อมา
.
Harrison Ford กับบทบาทที่ชักนำและเลือกที่จะทลายกำแพงเซ็นสัญญานักกีฬาผิวสีมาสู่วงการเบสบอล และเขายังเปรียบเสมือนพ่อพระของ Jackie ในการแนะนำสั่งสอนเตือนสติทำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งทางกายและจิตใจ จนกลายเป็นนักกีฬาไอคอนขวัญใจของผู้คนที่หลงรักเบสบอล
.
ข้อเสีย
หนังโฟกัสไปที่ตัวบุคคลเป็นหลัก มากกว่าจะนำเรื่องราวประเด็นดราม่าเกมกีฬาเข้ามาใส่ เสียดายมากที่ไม่เห็นแมตซ์การแข่งขันแบบจริงจัง นอกจากนี้หนังก็ปูเรื่องช่วงแรกได้ไม่ลึกเท่าที่ควร
.
สรุป
ผลงานแจ้งเกิดของ Chadwick Boseman ที่ตีความเป็น Jackie Robinson ได้สมบูรณ์แบบ หนังเป็นมากกว่าหนังชีวประวัติกีฬาเบสบอล แต่ยังเปรียบเสมือนการต่อสู้ของคนผิวสีเพื่อที่จะทลายกำแพงคำดูถูกจากคนผิวขาวอีกด้วย
แจกคะแนนรีวิว 8.5/10
หนังรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทาง Google Play

RELATED NEWS