ปีนี้ได้ลุ้น! 4 ปัจจัย อาจนำพา เรือใบ สู่ฝั่งฝันแชมป์ยุโรป

ปีนี้ได้ลุ้น! 4 ปัจจัย อาจนำพา เรือใบ สู่ฝั่งฝันแชมป์ยุโรป

จากความห้าวหาญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก บวกกับ เซร์คิโอ รามอส กองหลัง “ราชันชุดขาว” โดนใบแดง ทำให้โอกาสที่ “เรือใบสีฟ้า” ผ่านเข้ารอบสูงมาก

ณ ขณะนี้ บ่อนพนันถูกกฎหมายจากทางฝั่งยุโรป ได้ยกให้ แมนฯ ซิตี้ ก้าวขึ้นมาเป็นเต็ง 1 คว้าแชมป์ “ยูซีแอล” แซงหน้าทีมอื่นๆเรียบร้อย อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” มีโอกาสถึงเส้นชัยกับโทรฟี่ใบใหญ่แห่งยุโรป ที่พวกเขาตามหามานานแสนนาน

  1. มีชายที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ต้องยอมรับตามตรงว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คือกุนซือชั้นอ๋องแห่งโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน นี่คือหนึ่งในเฮดโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ตั้งแต่สมัยอยู่กับ บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค และ มาถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

กุนซือสไตล์ “ติกิ-ตาก้า” เดินหน้าคว้าแชมป์มาอย่างท่วมท้น มาอยู่ แมนฯ ซิตี้ เรียกว่าในอังกฤษ พวกกูกวาดมาหมดแล้ว ไล่ตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ จะเหลือเพียงแค่ “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” เท่านั้น ที่พวกเขายังเดินไม่ถึงเส้นชัยสักที อย่างไรก็ตาม การมี เป๊ป เป็นหัวเรือใหญ่ เหมือนได้ตีบวกอัพสกิลเพิ่มมากขึ้น

ฉะนั้น โอกาสที่ เรือใบสีฟ้า จะประสบความสำเร็จคว้าโทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม เพราะตัว เป๊ป ก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองเหมือนกันว่าถ้าไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ แบบสมัย บาร์เซโลน่า เขาจะสามารถนำแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาประดับบารมีเพิ่มได้หรือไม่

  1. แรงจูงใจกับแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ แทบไม่มีความเป็นไปได้หลงเหลืออยู่เลย เพราะทัพ “เรือใบสีฟ้า” มีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 22 คะแนน เหลือการแข่งขันอีกเพียง 11 นัด เท่านั้น เท่ากับว่าถ้าหาก “หงส์แดง” เก็บชัยชนะได้อีก 4 เกมต่อจากนี้ ทุกอย่างจะจบลง

ในเมื่อ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลุดลอยไปแล้ว, คาราบาว คัพ ก็เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว จะเหลือแค่ เอฟเอ คัพ ซึ่งคู่แข่งก็ยังไม่หนักมาก ทำให้ แมนฯ ซิตี้ สามารถมาโฟกัสกับการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เต็มที่ เพราะเป็นโทรฟี่เดียว ที่พวกเขาตามหา มาตั้งแต่ครองความยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดินลูกหนังแดน “ผู้ดี”

บวกกับ แมนฯ ซิตี้ ส่อแววถูกแบนห้ามลงเล่นแข่งขัน “ยูซีแอล” ถึง 2 ปี จากการทำผิดกฎ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” ฉะนั้นซีซั่นนี้พวกเขาต้องมุ่งเน้นมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ ไม่งั้นต้องรอกันเหงือกแห้ง และ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงตอนนั้นทีมจะยังแข็งแกร่งเหมือนตอนนี้ หรือไม่

  1. ทีมเต็ง มีโอกาสตกรอบ

ยังที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกยกขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ไปครอง ถึงแม้เส้นทางจะยังอีกยาวไกล แต่กระนั้นถ้ากวาดตาไปดูสถานการณ์รอบๆ ทีมยักษ์ใหญ่ ออกสตาร์ทรอบ 16 ทีมนัดแรก กันเหลวเป๋วหลายสโมสรเหลือเกิน

อาทิ บาร์เซโลน่า ก็เสมอกับ นาโปลี 1-1 สถานการณ์ไม่แน่นอน, ยูเวนตุส บุกไปแพ้ โอลิมปิก ลียง 0-1, ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พ่ายให้กับ แอตเลติโก มาดริด มาก่อน 0-1 และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ปราชัยต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-2 ดังนั้น แมนฯ ซิตี้ ถ้าผ่าน เรอัล มาดริด ไปได้ ก็ตัดเสี้ยนหนามไปอีกหนึ่ง

ต้องรอดูกันว่า เมื่อถึงนัด 2 รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะมียักษ์ใหญ่ทีมไหนพลิกล็อคกระเด็นตกรอบกันบ้าง ซึ่งสมมุติว่ามันเกิดแบบนั้นขึ้นจริงๆ และ “เรือใบสีฟ้า” เขี่ย มาดริด ทิ้งไปได้ สถานการณ์คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ดูจะมีโอกาสมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก

  1. ผู้เล่นตัวหลักแทบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

จำกันได้ไหมครับว่า สาเหตุหลักที่ แมนฯ ซิตี้ หลุดจากวงโคจรในการยืนระยะป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สู้กับ ลิเวอร์พูล ก็เป็นเพราะว่าอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะกองหลัง ที่ต้องขาด อายเมริค ลาปอร์ต แนวรับคนสำคัญ รวมถึง จอห์น สโตนส์ ที่เดี้ยงออดๆแอดๆ จนต้องถอย แฟร์นานดินโญ่ ลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กจำเป็น ซึ่งก็ทำได้แบบพอแก้ขัด

น่าเสียดายที่ ลาปอร์ต มีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นในแมตช์ที่ชนะ มาดริด 2-1 ต้องรอดูกันว่าจะเดี้ยงขนาดไหน แต่กระนั้นในพวกตำแหน่งตัวรุก อยู่กันครบครัน มีอาวุธให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกใช้งานกันสนุกมือ โดยเฉพาะ เควิน เดอ บรอยน์ กำลังเข้าฝักแบบสุดๆ ทั้งยิงและทั้งจ่าย

พวกตับจบสกอร์ ก็มีให้เลือกสรร ทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือ ริยาด มาห์เรซ ฉะนั้นถ้า เป๊ป สามารถรักษาความฟิตของนักเตะเหล่านี้ไว้ได้ และ ลาปอร์ต ไม่เจ็บหนัก จะทำให้ แมนฯ ซิตี้ ประกาศศักดาพร้อมท้าชนทุกทีม

RELATED NEWS