“โค้ชโชค” 8 เดือน เพื่อเป็นตำนาน….  “มาดามแป้ง” 6 ปี ก้าวไปต่อของ”สิงห์เจ้าท่า”

“โค้ชโชค” 8 เดือน เพื่อเป็นตำนาน….  “มาดามแป้ง” 6 ปี ก้าวไปต่อของ”สิงห์เจ้าท่า”

“ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา”ถึงที่สุดแล้วการจากลา ก็เกิดขึ้นในถิ่นแพท สเตเดียม คลองเตย   โดยเป็นการก้าวออกไปของ    “ โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์  ที่กลายเป็นอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนการท่าเรือ เอฟซี   พร้อมด้วยทีมงาน  ทั้ง  “โค้ชอู้ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ,   และ “ โค้ชเปิ้ล”    วรพรรณ ตุ่นต้น ปิดฉาก 8 เดือน ที่ร่วมงานกันมา ระหว่าง  “ โค้ชโชค” กับ สโมสรการท่าเรือ  เอฟซี    ภายใต้การนำของ  “มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรฯ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ถือเป็น” บิ๊กเซอร์ไพรส์” ที่สร้างความสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ทั้งต่อสโมสรฟุตบอลที่เป็นตำนาน อย่าง”สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ  เอฟซี  หรือแม้แต่สังคมในวงการฟุตบอล  เพราะด้วยต้นทุนของ “โค้ชโชค” รวมทั้งโปรไฟล์การทำงานที่สะสมมา  ทั้งกับฟุตบอลทีมชาติไทย   จนมาถึงฟุตบอลอาชีพ ในฐานะเฮดโค้ช ไม่ว่าจะเป็นกับอุดรธานี เอฟซี , โปลิศเทโร  เอฟซี   รวมไปทั้งการร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการพา”สิงห์เจ้าท่า”คว้าแชมป์ฟุตบอล   “ช้างเอฟเอคัพ “ฤดูกาล 2019   ดังนั้นการก้าวออกไปจากถิ่นคลองเตย  จึงมีคำถามมากมายเกิดขึ้น

เส้นทางของ”โค้ชโชค” ในวันที่มาบรรจบกับ “ แสดน้ำเงิน” สิงห์เจ้าท่า คือการเข้าไปรับงานคุมทัพ  ถัดจาก “ เซอร์เด็จ”  จเด็จ มี ลาภ ที่มีสถานะไม่ต่างไปจากลูกหม้อ เป็นการเข้าไปรับงานนับตั้งแต่กรกฏาคม  2562 ในขณะที่อดีตเฮดโค้ชการท่าเรือ  เอฟซี  จเด็จ มีลาภ  ถูกโปรโมท ให้ขึ้นไปทำหน้าที่ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ  เอฟซี   หรือ กับทุกสโมสรฟุตบอล  ล้วนมีเหตุผลเดียวคือความคาดหวังต่อการทำผลงาน

 

 

 

 

กรณีของ”โค้ชจเด็จ”น่าจะเป็นตัวอย่างที่ตรงไปตรงมาที่สุด กับการอยู่บนรอยต่อแห่งความเปลี่ยมแปลง และความคาดหวังถึงผลงาน  เฮดโค้ชที่ สร้างชื่อกับ ชลบุรี   เอฟซี  จเด็จ มีลาภ เข้าไปรับงานให้การท่าเรือ  เอฟซี   ในเดือนกรกฏาคม 2559  หลังจากเจ้าตัว แยกทางกับ ปตท. ระยอง  โดย เป็นการรับไม้ต่อ  จาก  มาซาฮิโระ  วาดะ เฮดโค้ชสัญชาติญี่ปุ่น  ที่ก้าวออกไปจากทีม  เมื่อผลงานในการคุมการท่าเรือ  เอฟซี ขณะนั้น  ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ความรู้สึก”ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” น่าจะเข้าถึงแก่นแท้ในชีวิต  การทำงานบนตำแหน่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน  สำหรับ  จเด็จ มีลาภ ได้เป็นอย่างดี  ทั้งการถูกปลดจากตำแหน่ง  เมื่อผลงานในการคุมทีมการท่าเรือ เอฟซี สะดุดลง  และถูกส่งไม้ต่อ ไปให้กับ “ โค้ชซิโก้”  เกียรติศักดิ์  เสนาเมือง  อดีตเฮดโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย   ที่มานั่งเก้าอี้หัวหน้าผู้ฝึกสอน  ให้กับ”สิงห์เจ้าท่า” ในเดือนมิถุนายน 2560   ทว่าด้วยผลงานชนะ1  เกม จาก 10  นัด เส้นทางการทำงานของ”โค้ซซิโก้” ในถิ่นคลองเตย  จึงยุติลงในเดือนกันยายน ของปีเดียวกัน

บทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอน  การท่าเรือ  เอฟซี   จึงกลับคืนไปยัง   จเด็จ มีลาภ เพียงแต่รอบนี้อยู่ได้นานพอสมควร   กระทั่ง กรกฏาคม 2562  ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในถิ่นคลองเคย  แน่นอนว่าตัวแปรสำคัญอยู่ที่ผลงานในการคุมทัพ”สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ  เอฟซี  ของ จเด็จ   มีลาภ  ที่สะดุดลง  “ โค้ชโชค”   โชคทวี  พรหมรัตน์  ซึ่งว่างจากภารกิจ    จึงเป็นบุคคลที่ใช้สำหรับการท่าเรือ  เอฟซี    ผลงานของ”โค้ชโชค”  กับ ฤดูกาลที่ผ่านมา 2562  อาจจะเป็นการคืนความสุข คืนรอยยิ้มให้กับทุกคนในการท่าเรือ  เอฟซี ตั้งแต่ประธานสโมสรฯ  ไปจนถึงกองเชียร์ เมื่อมีส่วนสำคัญในการพาทีมไปสัมผัสถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ หลังจากว่างเว้นความสำเร็จไปนานร่วม 10 ปี จากปี 2552  ที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสถ้วยแชมป์

ขณะที่บรรยากาศ  ยิ่งสูง ยิ่งหนาว  หมุนมาหา  “โค้ชโชค” จาก 2562  เมื่อเข้าสู่ 2563 ก็คือ   ผลงานของการท่าเรือ   เอฟซี ที่สะดุดลงกับ  ฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก ในเดือนมกราคม ที่เป็นการแพ้ในบ้านให้กับ ทีมจาก ฟิลิปปินส์ คือ เซเรส เนกรอส เอฟซี   จบเส้นทางตัวเองในแบบเร็วเกินคาด  ต่อเนื่องไปถึงฟุตบอล   ออมสินไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนคัพ ที่เป็นการดวลกันระหว่างแชมป์ไทยลีก 2019  สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด และแชมป์เอฟเอคัพ 2019   สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ  เอฟซี  และเป็นสิงห์เชียงราย  ที่จบผลงานกับรายการนี้ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์   ด้วยการชนะการท่าเรือ  เอฟซี  ไป 2-0  และแม้ว่า  “ โค้ชโชค”   จะกลับมาทำผลงาน  ด้วยการพาสิงห์เจ้าท่า  คว้าแชมป์ลีโอ ปรีซีซั่น   ด้วยการเอาชนะเอสซีจี เมืองทอง 2-1   ในวันที่  4 กุมภาพันธ์

แต่ถ้าเทียบระยะเวลา 2 เดือนเศษ กับการประเมินความเหมาะสมในมุมของประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี นวลพรรณ ล่ำซำ  การตัดสินใจ” เปลี่ยน” อีกครั้ง  จึงเกิดขึ้น   เป็นการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน  เพื่อส่งกลับภารกิจให้ไปอยู่ในความดูแล ของ จเด็จ  มีลาภ  เป็นการตัดสินใจที่ผู้นำขององค์กรสูงสุด   ตระหนักถึงผลดี และผลเสียในทุกๆด้านอย่างถึงที่สุดแล้ว  ที่สำคัญนี่คือการตัดสินใจ ของคนๆหนึ่งที่แบกรับความเป็น”สิงห์เจ้าท่า”ให้อยู่บนบ่ามาร่วม 5 ปี  ผ่านทุกข์ สุข และกำลังนำพาสโมสรแห่งนี้  เพื่อก้าวต่อไปสู่ปีที่ 6  และเวลาจะเป็นบทพิสูจน์ต่อกระบวนการตกผลึกทางความคิดของเธอ คนนี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ลำซ่ำ  กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในถิ่นคลองเตย

 

 

 

 

 

RELATED NEWS