ยลโฉม! 5 ตำนานดัง ผู้ไม่เคย สัมผัสถ้วยแชมป์ เลยสักครั้ง

ยลโฉม! 5 ตำนานดัง ผู้ไม่เคย สัมผัสถ้วยแชมป์ เลยสักครั้ง

การเดินในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพส่วนใหญ่สิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันว่าต้องทำให้ได้ก่อนรีไทร์ก็คือ การได้ค้าแข้งโลดแล่นผจญภัยไปกับทีมรัก ตลอดจนการกอบโกยความสำเร็จเรื่องของถ้วยแชมป์

แต่หารู้ไม่ว่าในประวัติศาสตร์โลกลูกหนังมีนักเตะบางคนที่ได้ชื่อว่าเป็นระดับตำนาน แต่กลับไม่เคยได้โอกาสสัมผัสกับถ้วยโทรฟี่เลยสักครั้ง และนี่คือ 5 คนอยู่ในข่ายดังกล่าว

แมตต์ เลอ ทิสซิเอร์

Matt le Tissier in action for Southampton.

แมตต์ เลอ ทิสซิเอร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษกับพรสวรรค์หลายๆ ด้านทั้งการสร้างสรรค์เกม, วิสัยทัศน์, เทคนิค, เล่นลูกนิ่ง และถึงแม้เขาจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่กลับมีสถิติการระเบิดตาข่ายที่โหดกว่ากองหน้าหลายๆ คนเสียอีก เขาคือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์ของสโมสร เซาธ์แฮมป์ตัน ได้รางวัลเกียรติยศมามากมายอาทิเช่น ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA 1 สมัย, ทีมยอดเยี่ยมของ PFA 1 สมัย, ผู้เล่นยอดเยี่ยมขวัญใจสาวก ‘เดอะ เซนต์’ 3 สมัย, ฮอล ออฟ เฟม ของ อังกฤษ ปี 2013 โดยตลอดช่วงเวลา 16 ปีในสีเสื้อ ‘นักบุญ’ แมตต์ เลอ ทิสซิเย่ร์ ได้ลงเล่นไป 540 เกม ยิงได้ 209 ประตู แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์รายการอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง

จอห์นนี่ เฮย์นส์

Johnny Haynes has his statue outside Craven Cottage.

จนถึงตอนนี้ชื่อของ จอห์นนี่ เฮย์นส์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ฟูแล่ม รูปปั้นของเขาถูกตั้งไว้ที่หน้าทางเข้าสนาม คราเวน ค็อทเทจ นั่นก็เพื่อให้แฟนบอลได้รำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ(ยุค 50-70) และหารู้ไม่ว่านี่คือนักเตะคนแรกที่ได้รับค่าเหนื่อยแตะหลัก 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1962 โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เฮย์นส์ ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 657 เกม ยิงได้ 157 ประตู แต่ในทางกลับกันเขาไม่เคยเข้าใกล้การลุ้นคว้าความสำเร็จเลยสักครั้ง จะมีใกล้เคียงที่สุดก็คือการตีตั๋วไปถึงรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือผลงานกับทีมชาติอังกฤษ เพราะในปี 1966 ที่ทัพ ‘ทรีไลอ้อนส์’ ได้เถลิงบัลลังก์แชมป์โลก ตอนแรก จอห์นนี่ เฮย์นส์ ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นคนนำทัพสู้ศึกในฐานะกัปตันทีม ก่อนที่สุดท้ายจะเจอปัญหาโรคเดี้ยงตามเล่นงานก็เลยพลาดโอกาสชูถ้วยแชมป์ในท้ายที่สุด

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่

Guiseppe Signori representing Bologna in Serie A

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ จัดว่าเป็นกองหน้าอีกคนที่ที่มีสถิติการยิงประตูที่โหดมากๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ของเวที กัลโช่ เซเรีย อา ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่สวมยูนิฟอร์มของ ลาซิโอ้ เขาได้รางวัล โกลเด้น บูท ของลีกสูงสุดแดนมะกะโรนี 3 สมัยจากการกดไป 188 ประตูจาก 355 เกม ปัจจุบันเจ้าตัวคือ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 9 ในประวัติศาสตร์ เซเรีย อา เขาคือ 1 ใน 2 นักเตะต่อจาก ซินิซ่า มิไฮโลวิช ที่สามารถทำแฮตทริกได้ด้วยการยิงฟรีคิก เรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่โหดและอาวุธครบมือจริงๆ แต่สิ่งที่เป็นจุดด่างพ้อยในเส้นทางอาชีพของ จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ มีแค่เรื่องเดียวคือการเป็น ‘ราชาไร้มงกุฏ’ นี่แหละ มันช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่เจ้าตัวเก็บข้าวของย้ายออกจาก ลาซิโอ้ ไปเสียก่อนจะถึงยุคทองที่ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน เสกด้วยแชมป์ให้ทีมได้มากมาย แต่ที่น่าผิดหวังมากกว่านั้นก็คือ ฟุตบอลโลก ปี 1994 ในฐานะตัวแทนของ ทีมชาติอิตาลี จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ เกือบจะได้ชูถ้วยแชมป์อยู่แล้ว แต่สุดท้ายโดน บราซิล หักอกไปจากการชนะจุดโทษ 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศ

ทอม ฟินนี่ย์

Tom Finney (R) in action for England

หลายคนคงไม่ทันได้ดู ทอม ฟินนี่ย์ ลงวาดลวดลายในสนาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเพราะแกคือนักฟุตบอลที่รุ่งเรืองมากในยุค 40-50 กับการเป็นกองหน้าจอมถล่มประตูของสโมสร เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ ตลอด 14 ซีซั่น ซัดไป 210 ประตูจาก 474 เกม แต่ถึงฟอร์มจะโหดยังไงก็แล้วแต่ ทอม ฟินนี่ย์ ก็ไม่เคยมีถ้วยแชมป์ประดับไว้ในโปรไฟล์ของตัวเองเลย โดยโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือการไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ปี 1954 ก่อนจะโดนยัดเยียดความปราชัยด้วยน้ำมือของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ส่วนผลงานกับทีมชาติอังกฤษแกได้โอกาสติดธง 76 นัด ยิงได้ 30 ประตู นับเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล ณ เวลานั้น ก่อนจะถูก เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน โค่นลงได้ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามปัจจุบัน เซอร์ ทอม ฟินนี่ย์ ได้อำลาโลกใบนี้ไปแล้วเมื่อช่วงปี 2014 ด้วยวัย 91 ปี

อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่

Antonio di Natale celebrates scoring a Euro 2012 goal for Italy against Spain in Gdansk.

เส้นทางค้าแข้งของ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ อาจไม่ค่อยเหมือนนักฟุตบอลโดยทั่วไปเท่าไหร่ที่ส่วนมากจะรุ่งเรืองชีวิตสดใสช่วงต้นอาชีพ แต่พี่แกกว่าจะมาปังและโด่งดังจนมีชื่อเสียงมากๆ ก็ต้องรอจนอายุแตะหลัก 30 ปีนี่แหละ นับเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ยิ่งแก่ยิ่งเก่งไม่ต่างจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เลย โดยตลอดระยะเวลา 12 ปีกับ อูดิเนเซ่ เจ้าตัวระเบิดสกอร์ได้อย่างถล่มทลายถึง 227 ประตูจากการลงสนาม 446 เกม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร และก็เป็นคนที่มีสถิติการลงเล่นและยิงประตูมากที่สุดด้วยเช่นกัน แต่ถึงแม้จะยิ่งใหญ่และมีผลงานที่เฉิดฉายแค่ไหนแต่การไม่มีเคยแชมป์ติดตัวเลยก็ถือเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมากๆ ส่วนโทรฟี่ที่เข้าใกล้เอื้อมมือ ดิ นาตาเล่ มากที่สุดก็คือ ฟุตบอล ยูโร 2012 ซึ่งสามารถไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้าย อิตาลี ดันทะลึ่งโดน สเปน ถลุงไปแบบยับเยิน 4-0 เล่นทำเอากลับบ้านไม่ถูกเลยจริงๆ

RELATED NEWS