เปิดลิสต์! ทีมคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันมากสุดใน 5 ลีกดังยุโรป

เปิดลิสต์! ทีมคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันมากสุดใน 5 ลีกดังยุโรป

แต่ละลีกบนโลกนี้มักจะมีทีมเต้ย ทีมยักษ์ใหญ่ที่จะเก่งกว่าใครเพื่อน ในช่วงระยะๆ นึง ซึ่ง 5 ลีกดังยุโรปก็มีเหมือนกัน ฉะนั้นวันนี้เราขอพาไปดูทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ 5 ลีกดังยุโรปแบบติดต่อกันได้มากที่สุดกันหน่อยดีกว่าว่าแต่ละลีกนั้นทีมอะไรทำไว้บ้าง

 

เยอรมัน : บาเยิร์น มิวนิค 8 สมัยติด 2012-2020

บาเยิร์น มิวนิค เพิ่งจะเถลิงเฉลิมฉลองถาดแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังบุกไปเอาชนะ เบรเมน ได้ 1-0 นับเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดติดต่อกัน 8 สมัย มากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลเมืองเบียร์

โดยความรุ่งเรืองแบบสุดๆ ของ “เสือใต้” นี้ก็เริ่มมาจากชายที่ชื่อว่า จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ยอดโค้ชระดับตำนานของ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะปล่อยไม้ต่อให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสมองเพชร จากนั้นก็เป็น คาร์โล อันเชล็อตติ กลับมาที่ “ปู่จุ๊ปป์” แล้วเป็น นิโก้ โควัช ก่อนที่ปัจจุบันทุกวันนี้คือ ฮันเซ่ ฟลิค ที่ถือว่าทำผลงานได้พลิกผิดคาดสุดๆ เพราะทำได้ดีเหลือเชื่อ

ขณะที่ในเรื่องของตัวนักเตะ แม้ว่าในช่วงเวลา 8 ฤดูกาลนี้ บาเยิร์น จะสอยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้แค่ครั้งเดียวคือเมื่อปี 2013 แต่ตัวนักเตะก็ดีเด่เกินกว่าทีมไหนในลีก ซึ่งช่วงเวลานี้ก็มีตัวเด่นๆ ดังๆ กำลังสำคัญเช่น มานูเอล นอยเออร์, ฟิลลิปป์ ลาห์ม, โธมัส มุลเลอร์, บาสเตียน ชไวน์สไตร์เกอร์, ฟรองค์ ริเบรี่, อาร์เยน ร็อบเบน และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นต้น ส่วนถ้าแจ่มๆ ในยุคปัจจุบันนี้ก็คงต้องยกให้ โยชัว คิมมิช กับ อัลฟอนโซ่ เดวิส

 

อิตาลี : ยูเวนตุส 8 สมัยติด 2011-2019

ช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมของ ยูเว่ เริ่มต้นจากโค้ชหนุ่มวัยใสในตอนนั้นที่ชื่อว่า อันโตนิโอ คอนเต้ ด้วยความที่เป็นอดีตนักเตะของทีม ที่ค้าแข้งให้ “ไอ้ม้าลาย” ยาวนานถึง 13 ปี จึงได้รับการตอบรับจากแฟนบอลเป็นอย่างดี และก็มีบอร์ดหนุนหลัง ผลงานก็ปังๆๆ คอนเต้ พาทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้ 3 สมัยซ้อน โดยตอนนั้นมีกำลังหลักเป็น อเลสซานโดร เดล ปิเอร์โล่, อันเดรีย ปีร์โล่, จานลุยจิ บุฟฟ่อน, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ อาร์ตูโร่ วิดัล เป็นต้น

หลัง 3 ปีที่พา ม้าลาย ประสบความสำเร็จ คอนเต้ ก็เลือกย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่ด้วยการไปคุมทีมชาติอิตาลี ส่งไม้ต่อกุนซือให้ แม็กซ์ อัลเลกรี ซึ่งก็ยังคงพาทีมกวาดแชมป์ได้อย่างสบายๆ เพราะคู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง เอซี มิลาน, อินเตอร์, นาโปลี และ โรม่า ก็ไม่ดีพอ มักทำพลาดไปเองตลอด หลังจาก อัลเลกรี กวาดแชมป์ สคูเด็ตโต้ ได้ 4 สมัยติด แต่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝันในเวทียุโรป ก็ทำให้ต้องแยกทางกัน 

ผลัดใบมาเป็น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งปีที่แล้วได้ยอดดาวยิงซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามาเสริมทัพ ผนึกกำลังกับขุมกำลังดีๆ ที่มีอยู่แล้วอย่าง เปาโล ดิบาล่า, ฮวน กวาร์ดราโด้, มิราเล็ม ปานิช และคนอื่นๆ ก็ทำให้ ยูเวนตุส คว้าแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกันได้สำเร็จ และมีลุ้นเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันในฤดูกาลนี้ เพราะขณะนี้ยังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ 

 

ฝรั่งเศส : โอลิมปิก ลียง 7 สมัยติด 2001-2008

“ลียง ลงเป็นยิง” วลีนี้หากคุณเป็นแฟนบอลรุ่นใหม่ คุณคงจะขำในใจ ลงเป็นยิงเชี่ยไรวะ แพ้บ่อยจะตาย แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ขอบอกเลย คำว่า “ลียง ลงเป็นยิง” นี่ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วยนะครับ

ฌอง มิเชล โอลาส ชื่อนี้สำหรับแฟนบอลทั่วไปก็แค่เจ้าของสโมสร ลียง ที่ชอบปั้นนักเตะขึ้นมาแล้วขายทิ้งแพงๆ ฟันกำไร แต่สำหรับแฟนลียงสมัยก่อน โอลาส นั้นเหมือนพระเจ้าเลยหละ โอลาส เป็นส่วนผสมของนักธุรกิจที่ชื่นชอบฟุตบอล ตั้งใจทำทีมทุ่มเท แต่ในขณะเดียวกันก็หวังกำไรด้วย ซึ่งผลลัพธ์มันออกมาดีมากๆ ช่วงต้นปี 2000 ลียง เริ่มโด่งดังจากการปั้นเด็ก รวมถึงซื้อตัวไม่ดังมากมาปั้นแล้วขายต่อ

หากนึกภาพไม่ออก ไม่เก็ต จะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ ดาวรุ่งยุคนั้นที่ปั้นขึ้นมาดังเปรี้ยงสุดๆ เลยก็คือ คาริม เบนเซม่า กับ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ส่วนที่ซื้อมาแล้วเทพก็เช่น จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่, ซอนนี่ อันแดร์สัน, เอ็ดมิลสัน, มิชาเอล เอสเซียง, ฟลอร็องต์ มาลูด้า และ เอริค อบิดัล เป็นต้น

ช่วงนั้น ลียง แข็งแกร่งเกินใครในลีกจะต้านทานได้ ทำให้คว้าแชมป์มารัวๆ 7 สมัยติด ก่อนที่ทีมจะเริ่มแตกเพราะขายกินเยอะไปหน่อย แล้วปั้นเด็กขึ้นมาไม่ทัน บวกกับแมวมองเริ่มไม่เฉียบแหลมเหมือนเดิม และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ามาของ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ที่มาเทคโอเวอร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

สเปน : เรอัล มาดริด 5 สมัยติด 1985-1990

ช่วง 15 ปีหลังสุด มีแค่ แอตเลติโก มาดริด ที่โผล่มาคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้ 1 สมัยเท่านั้น นอกนั้นเป็น เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า ที่แบ่่งกันไป แต่ทั้ง “ราชันชุดขาว” และ “เจ้าบุญทุ่ม” ก็ไม่สามารถจะคว้าแชมป์ติดต่อกันได้มากไปกว่า 5 ครั้งติด นั่นจึงทำให้สถิติสูงสุดในสเปน เป็นของ เรอัล มาดริด ที่เคยทำไว้ในช่วงปี 1985-1990

โดยในช่วงเวลานั้น “ราชันชุดขาว” ใช้โค้ชทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วย หลุยส์ โมโลนี่ ที่พาคว้าแชมป์ไป 1 สมัย, ลีโอ บีนแฮคเคอร์ สอยไป 3 สมัย และปิดท้ายด้วย จอห์น โตแช็ค 1 สมัย ก่อนที่หลังจากนั้นจะโดน บาร์เซโลน่า ตบกลับ 4 สมัยติด

 

อังกฤษ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 สมัยติด 1998-2001 และ 2006-2009

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่าในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ มีทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 3 ครั้งติดต่อกันมากกว่าแค่ แมนฯ ยู เพราะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ก็เคยทำได้ในปี 1923-1926, อาร์เซน่อล ในปี 1932-1935 และ ลิเวอร์พูล ในปี 1981-1984 ซึ่งมันไม่เคยมีทีมไหนทำได้ 4 สมัยติด ฉะนั้นจึงขออนุญาตหยิบยกมานำเสนอเฉพาะตอนที่เปลี่ยนมาเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้วละกันนะครับ

ซึ่งพอนับเฉพาะ พรีเมียร์ลีก ก็มีเพียงแค่ทัพ “ปีศาจแดง” ทีมเดียวที่ทำได้ 3 สมัยติด แถมทำได้ 2 ครั้งซะด้วย หนแรกระหว่างปี 1998-2001 เรียกได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเลยก็ว่าได้ ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยุคนั้น ยูไนเต็ด มีดาวรุ่งจาก Class Of 92 อย่าง ไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์ และ แกรี่ เนวิลล์ เป็นกำลังหลัก หนำซ้ำยังมี รอย คีน, ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, คู่หูกองหน้า โคล-ยอร์ค กับ โซลชา-เชอร์ริ่งแฮม อีกด้วย ขุมกำลังขนาดนี้ บวกกับ ลิเวอร์พูล ที่เริ่มดรอปลงไป ส่วน อาร์เซน่อล ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ และยังไม่มีมหาเศรษฐีเข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซี หรือ แมนฯ ซิตี้ ทำให้ ยูไนเต็ด ยิงยาวกวาดแชมป์ลีกไป 3 ปีติด

จากนั้นก็มาทำได้อีกหนในระหว่างปี 2006-2009 ซึ่งตัวผู้เล่นในชุดเมื่อปี 1998-2001 ก็ยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง แต่อาจไม่ใช่ตัวหลักแล้ว เพราะกำลังหลักในหนนี้คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช และ เวย์น รูนี่ย์ นั่นเอง

 

และทั้งหมดนี้คือสโมสรที่คว้าแชมป์ติดต่อกันมากที่สุดใน 5 ลีกดังของยุโรป ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้คงมีหลายท่านอยากจะรู้ว่าทีมเต้ยในลีกสก็อตต์แลนด์อย่าง เซลติก ที่เรารู้สึกว่าได้แชมป์บ่อยเหลือเกิน ทำไว้ที่กี่สมัยติดคำตอบคือ 9 สมัยติดครับ

ส่วนถ้าถามว่าทีมไหนคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันได้มากที่สุดในโลก คำตอบคือสโมสร ตาเฟีย เอฟซี ทีมในลีกของหมู่เกาะวานูอาตู ที่ทำไปได้ทั้งสิ้น 15 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 1994-2009 ซึ่งสถิตินี้ได้รับการรับรองจาก กินเนสส์ บุ๊ค ซะด้วย

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS