ปัญหาเกมรับของ เชลซี ควรโทษใครดี ?

เชลซี, แฟร้งค์ แลมพาร์ด

เชลซี ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้สำเร็จนั่นคือการตีตั๋วไปตะลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่มันก็ยังมีหลายสิ่งที่้ต้องรีบแก้ไข

หลักๆ ที่เราเห็นชัดๆ และสัมผัสถึงมันได้ก็คือศักยภาพเกมรับอันห่วยแตก ใครเป็นสาวก “เดอะ บลูส์” จะรู้ดีว่า ธรรมชาติของ เชลซี คือสโมสรที่เป็นจุดเด่นที่เกมรับมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ยุคนี้มันกลับต่างกันสุดขั้ว มันเป็นปัญหาที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องรีบแก้ไข ถ้าหากอยากลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลหน้า แต่หากจะพูดถึงสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มาลองคิดกันเล่นๆ ดีกว่าว่า “เกมรับของ เชลซี ที่มันออกมาห่วยแตกบรมแบบนี้ ควรโทษใครดี ?”

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า

หลายคนคงโทษ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ว่าเป็นจุดอ่อนของแผงแนวรับ เชลซี และก็ไม่มีใครปฏิเสธว่านี่คือฤดูกาลที่ย่ำแย่สุดๆ ของเขา เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ได้ลงเฝ้าเสาไปทั้งหมดในปีนี้ นับแค่ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตัวเลขอยู่ที่ 39 เกม เสียไป 56 ประตู และเก็บได้เพียง 9 คลีนชีท นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับนายทวารที่รับใช้ทีมใหญ่อย่าง เชลซี และจากการที่พี่แกย้ายมาด้วยค่าตัวระดับสถิติโลกของตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ 71.6 ล้านปอนด์ บวกกับความผิดพลาดง่ายๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีเสียงวิจารณ์ตามมาแบบกระหน่ำ ซัมเมอร์ เซลส์ ทุกคนเห็นพ้องตรงกันว่า เชลซี จำเป็นต้องมีโกล์คนใหม่ที่เก่งกว่านี้ ดังนั้น เกปา อาร์ริซาบาลาก้า คือ ความผิดพลาด ของ เชลซี  

เซ็นเตอร์แบ็ก

เกปา อาร์ริซาบาลาก้า อาจจะดูเลวร้ายที่สุดในสายตาของแฟนๆ ก็จริง แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กด้วยซึ่งตัวเลือกของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่มีให้ใช้งานประกอบไปด้วย อันโตนิโอ รูดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, เคิร์ท ซูม่า และ ฟิกาโย่ โทโมรี่ ขอบอกเลยว่าแต่ละตัวแจ่มๆ ทั้งนั้น แจ่มๆ ที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าเล่นดีนะ แต่จะหนักไปในทิศทางตรงกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครที่พึ่งพาได้เลย ไม่มีความนิ่งและความเป็นระบบกันสักคน จะมี อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่ดูโปรไฟล์ดีสุด แต่ตอนช่วงต้นซีซั่นก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บกว่าจะกลับมาได้ก็นานใช้ได้เลย ส่วน ฟิกาโย่ โทโมรี่ แววดีใช้ได้ แต่ประสบการณ์ยังน้อย ยังรับมือความกดดันได้ไม่มาก ขณะที่ เคิร์ท ซูม่า นี่ไม่ต้องพูดถึง แค่ส่ายหัวอย่างเดียวน่าจะเข้าใจตรงกัน

มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่นักเตะเหล่านี้จะตกเป็นข่าวเรื่องโดนเฉดหัวทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้ เอาง่ายๆ คือ เชลซี ตอนนี้ไม่มีกองหลังที่มีทิศทางแน่นอนและมีความเป็นผู้นำสูงเลยสักคน พวกเขาจำเป็นต้องมีนักเตะแบบ จอห์น เทอร์รี่ แต่ก็เข้าใจแหละว่ามันหาไม่ได้ง่ายๆ 

ฟูลแบ็ก

ตำแหน่งฟูลแบ็กของ เชลซี ก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่โดนวิจารณ์เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะในตำแหน่งแบ็กซ้าย ไม่ว่าจะเป็น มาร์กอส อลอนโซ่ หรือ เอเมอร์ซอน พัลเมรี่ ทั้งคู่ต่างก็เป็นสไตล์ชอบเติมสูงเพื่อช่วยเกมบุก แต่กลับขาดแคลนศักยภาพในการช่วยเกมรับ ลงมาไม่ทันบ้างแหละ ขัดขวางทำลายเกมรุกศัตรูก็ไม่ค่อยจะได้บ้างแหละ ดวล 1-1 นี่แทบชนะใครไม่ได้เลย ส่วนฝั่งขวา เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จริงอยู่ที่เขาคือกองหลังที่ดีที่สุดของ เชลซี ในยุคนี้ แต่ปีนี้มาตรฐานและความแน่นอนตกลงไปเยอะ ขณะที่ รีช เจมส์ ค่อนข้างมีแววอยู่ แต่ก็ยังด้อยในเรื่องของประสบการณ์

>>> อิทธิพลของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ ขั้นตอนปรับโฉม เชลซี

เอ็นโกโล้ ก็องเต้

หลายคนรู้ดีว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คือมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ต้องมาตั้งคำถามกันใหม่ว่า มันยังใช่อยู่ไหม ? เพราะฤดูกาลนี้พี่แกเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้าเป็นวิญญาณตามติดเลย ถ้าจะถามว่าส่งผลขนาดไหน ? คุณเองก็น่าทราบดีว่านี่คือนักเตะที่มีประสิทธิภาพมากๆ ในการทำลายเกมคู่แข่ง วิ่งไล่บอลกดดันเพรสซิ่งได้ไม่มีหมด มี ก็องเต้ ในสนามเท่ากับ เชลซี มีผู้เล่นในสนาม 12 คน ไม่ว่าบอลจะอยู่ตรงไหนเรามักจะเห็นพี่แกปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นเสมอๆ การมีเขาอยู่ในสนามมันช่วยให้เกมรับของ เชลซี มีประสิทธิภาพและเล่นกันสบายมากจริงๆ สงสัยคงต้องโทษโค้ชฟิตเนสกับทีมแพทย์ที่ขาดศักยภาพในการดูแลความฟิตและร่างกายของนักเตะ

จอร์จินโญ่ – มาเตโอ โควาซิช

เมื่อไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และเกิดอะไรขึ้น ? เกิดปัญหาสิถามได้ เพราะ จอร์จินโญ่ และ มาเตโอ โควาซิช พอ 2 คนนี้ได้ไปยืนในตำแหน่งของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไม่มีใครที่สามารถทดแทนได้สักคน พวกเขาไม่ใช่นักเตะที่มีศักยภาพด้านการเล่นเกมรับเลยสักนิด พวกเขาสนับสนุนแผงกองหลังไม่ได้เลยสักนิด เพราะความถนัดส่วนใหญ่จะหนักไปทางเกมรุก อย่าง มาเตโอ โควาซิช จะคอยเชื่อมเกมและพาบอลตะลุยขึ้นไปข้างหน้า ส่วน จอร์จินโญ่ ก็จะเน้นการคุมโซนคุมจังหวะเกมและขับเคลื่อนโดยการต่อบอลและจ่ายบอล พอถึงเวลาเป็นฝ่ายต้องตั้งรับไม่มีใครที่ช่วยเหลือเพื่อนๆ ได้เลย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นท้ายที่สุดแล้วความรับผิดชอบต้องตกไปอยู่ที่ผู้จัดการทีมอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด จริงอยู่ที่ฤดูกาลแรกของเขามีหลายสิ่งที่เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เขาสร้าง เชลซี ขึ้นมาโดยมีรูปแบบและสไตล์ที่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาทำพลาดไปก็คือ ความเข้าใจในการเล่นเกมรับ ไม่ว่ากองหลังจะพลาดเยอะและบ่อยขนาดไหน แต่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก็ไม่สามารถจัดการแก้ไขจุดนี้ได้ และก็เอาแต่ยึดสไตล์และสั่งให้ทีมบุกอย่างเดียว ยกตัวอย่างในเกม เอฟเอ คัพ กลับ อาร์เซน่อล เขาปล่อยให้ ไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-นีลส์ และ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง มีพื้นที่เยอะระหว่างพื้นที่วิงแบ็กฝั่งขวาและเซ็นเตอร์แบ็ก แต่ แลมพาร์ด ก็ไม่จัดการแก้ไขอะไรเลย แต่ถึงกระนั้นในฐานะที่เป็นกุนซือหน้าใหม่และประสบการณ์ยังน้อย เขายังมีเวลาเรียนรู้และปรับสิ่งต่างๆ อีกเยอะ อย่างน้อยปีแรกของเขาทำทีมมาอยู่ในจุดๆ นี้ได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ต้องมาติดตามกันต่อว่าในฤดูกาลหน้า แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ ?

HaMu Dos Santos 

ที่มา : 90min

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางไลน์ขอบสนาม

เพิ่มเพื่อน โค้ดไลน์แอด

RELATED NEWS