หมีคอมมานโดพร้อมลุย!! ทุ่มสุดตัวเตรียมบุกตลาดไทยเต็มสูบ

หมีคอมมานโดพร้อมลุย!! ทุ่มสุดตัวเตรียมบุกตลาดไทยเต็มสูบ

คอมมานโด

เครื่องดื่มชูกำลังหมี พร้อมลุย COMMANDO’ เตรียมบุกตลาดไทย หลังเติบโตในตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในอีกกว่า 36 ประเทศทั่วโลก

คอมมานโด รุกตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทย หลังตี ตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในอีกกว่า 36 ประเทศทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์ โฆษณาชุดใหม่คอมมานโดภายใต้สโลแกน คอมมานโด ทุ่มให้สุด ไม่หยุดทำที่ได้บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อถึงเจตนารมณ์ของแบรนด์ในการมุ่งสนับสนุนผู้ทำความดี เพื่อสังคมพร้อมแสดงจุดยืนของแบรนด์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

นายสิทธินันท์ อัสราษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงสยามเครื่องดื่ม จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัว เครื่องดื่ม คอมมานโด ออริจินัล ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่าหลังจากที่แบรนด์ คอมมานโดเติบโตและเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในอีกกว่า 36 ประเทศทั่วโลกแล้วเราจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศจะได้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่เยี่ยมทั้งรสชาติและคุณภาพการันตีด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในบ้านเรา ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อย รสชาติที่วางขายในตลาดมีค่อนข้าง จำกัด สิ่งนี้เองทำให้เรามองเห็นช่องว่างทางการตลาด และโอกาสในการทำธุรกิจ แม้ว่าการแข่งขัน ในตลาดจะดุเดือด แต่เรามั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ คอมมานโด โดยเฉพาะเครื่องดื่ม คอมมานโด ออ ริจินัล ที่วางจำหน่ายในไทยนี้ ได้มีการปรับสูตรให้ดื่มง่าย มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม แก้ กระหายได้ดี อีกทั้งยังเป็นสูตรหวานน้อย นอกจากความอร่อย ดื่มคล่องแล้ว ยังเน้นฟังก์ชันที่ให้คุณ ประโยชน์แก่ร่างกาย โดยมีส่วนผสมของกรดอะมิโน ไลซีน ที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ เป็นพลังงานทำให้มีพลังงานที่นานกว่า มีทอรีน และวิตามิน B3, B5, B6, B8, B12 และโคลีนโดยเราเน้นเรื่องดื่มแล้วต้องไม่รู้สึกบีบหัวใจใจไม่สั่นแก้ง่วงยืดพลังทำให้ไปต่อได้ไร้กังวลสามารถดื่มได้ทุกเพศทุกกลุ่ม

เราวางแนวทางในการพัฒนาเครื่องดื่มคอมมานโดออริจินัลให้เป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเชิงสร้างสรรค์และคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงเน้นในคอนเซ็ปต์การให้ความสดชื่นและพลังงานยาวนานแก่ร่างกายไม่อ่อนเพลียและจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเครื่องดื่มคอมมานโด ออริจินัล วางจำหน่ายในราคาขวดละ 10 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ปลีก และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ โดยโฟกัสกลุ่มแรงงานทักษะในแต่ละสาขาอาชีพ ช่วง อายุระหว่าง 30 – 50 ปี เจาะกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ช่างอาชีพ แรงงานฝีมือที่มีทักษะและความ ชำนาญเฉพาะทาง หรืออาชีพฟรีแลนซ์ที่อาศัยทักษะเฉพาะตัว Segment นี้เป็นกลุ่มที่น่าสนใจและ น่าจับตามอง เนื่องจากการหาบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ และทักษะใน แต่ละแขนง มีประสบการณ์การทำงานมาหลายสิบปีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนแนวคิดตัวตนของแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดคอมมานโดเพื่อสื่อ ถึงเจตนารมณ์ของแบรนด์ในการลงมือทำความดีเพื่อสังคมตามสโลแกนที่ว่าคอมมานโด ทุ่ม ให้สุด ไม่หยุดทำเพื่อสื่อถึงบุคลิกหลักของแบรนด์ที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่น จริงใจ กล้าหาญ ใน การทำความดีอย่างเข้มแข็ง แต่ถ่อมตน (Heroic/ Humble) – แฝงด้วยพลังภายในตัว เอง (Encourage) – ความเป็นตัวจริง เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ (Skilled) – และ ความซื่อสัตย์ จริงใจ (Integrity)

“Make You Solid” คือสโลแกนที่ใช้เป็นตัวแทนแบรนด์ คอมมานโดในตลาดต่างประเทศ เป็น ตัวแทนความแข็งแกร่งสุดๆทั้งร่างกายและจิตใจ จนเป็น Solid Man แต่กว่าคนจะแกร่งขึ้นมาได้ ย่อมมาจากการลงมือทำ ทำจากสิ่งเล็กๆ ทำอย่างตั้งใจ ทำจนชำนาญ ทำจนเกิดความสำเร็จ จึงถือ ได้ว่าความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการลงมือทำนั่นเอง

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่นี้ เราได้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ซึ่งมีคาแรคเตอร์สอดคล้องกับ ผลิตภัณฑ์ชัดเจน และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ด้วยความที่บิณฑ์เป็นคนมุ่งมั่น ลงมือช่วยเหลือสังคม กว่า 34 ปีแล้วที่บิณฑ์ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนโดยทำอย่างต่อเนื่องทุ่มเททั้งพลังใจพลังกายพลังความคิดและเวลาซึ่งคุณบิณฑ์มีพลังอย่างล้นเหลือและพร้อมเดินหน้าช่วยเหลือสังคมอย่างไม่หยุดหย่อนช่วยอย่างเต็มกำลังจนเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนและจากจุดนี้เองทำให้เรายอมรับและยังคงให้คุณบิณฑ์เป็นพรีเซนเตอร์ของคอมมานโดออริจินัลต่อไปแม้ว่าบิณฑ์จะออกมาแถลงจุดยืนให้ทุกคนออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ทางบริษัทฯถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของบิณฑ์ที่มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจซึ่งทางแบรนด์คอมมานโดขอแสดงจุดยืนว่าแบรนด์ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะไปเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

สำหรับความคาดหวัง เราต้องการผลักดันสินค้าให้สามารถแทรกเข้าไปในไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม ลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนที่มีทักษะ ทั้งกลุ่มผู้ชาย และผู้หญิง รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความท้าทาย ชอบ การแข่งขัน โดยตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 3 – 5 % ภายใน 3 ปีนี้ก่อนที่จะเตรียมตัวเข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามแผนที่วางไว้ในอนาคตอันใกล้นายสิทธินันท์อัสราษีกล่าวสรุป

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ไลน์ขอบสนาม

เพิ่มเพื่อน

RELATED NEWS