ขอบสนาม TOPTEN! 10 ดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาแบกวงการลูกหนัง

ขอบสนาม TOPTEN! 10 ดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาแบกวงการลูกหนัง

ตอนนี้ต้องบอกว่าวงการฟุตบอลกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน นักเตะที่เราคุ้นเคยเริ่มเข้าสู่ช่วงท้ายอาชีพ นั่นหมายความว่าจะต้องมีคลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาแบกรับวงการต่อไป เพื่อมอบความสุขให้กับแฟนบอล 

ว่าแล้ววันนี้ขอบสนาม จะพาทุกท่านไปดูกันหน่อยดีกว่าว่า 10 เด็กรุ่นใหม่ที่วงการลูกหนังต้องฝากอนาคตไว้จะมีใครกันบ้าง

 

10.โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน – เอฟเวอร์ตัน

หากก่อนเริ่มต้นฤดูกาลนี้มีคนบอกว่า โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน จะได้ลุ้นดาวซัลโวสูงสุดของศึก พรีเมียร์ลีก คงมีแต่คนหัวเราะเยาะเพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ทว่าตอนนี้มันเป็นไปแล้ว ปัจจุบัน คัลเวิร์ต-เลวิน ในวัย 23 ปี ซัดในลีกซีซั่นนี้ไปแล้ว 13 ประตู รั้งอันดับที่ 3 ในชาร์ทดาวซัลโว และด้วยอายุที่ยังน้อย ผลงานถล่มประตูดีเยี่ยม บวกกับเป็นคนอังกฤษแบบนี้ มีหรอที่ทีมยักษ์ใหญ่ในแดนผู้ดีจะไม่สนใจ ดูทรงแล้วถ้ารักษามาตราฐานแบบนี้ต่อไปได้ คงอยู่กับ “ทอฟฟี่บลูส์” ได้ไม่นาน และถ้าได้ย้ายไปทีมใหญ่ที่ขุมกำลังดีกว่า มีคนคอยช่วยซัพพอร์ทมากกว่าเดิม ก็มีโอกาสสูงมากที่ คัลเวิร์ต-เลวิน จะเก่งกว่านี้ขึ้นไปอีก

เลวิน มีความครบเครื่องทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และคุณสมบัติสำหรับหน้าเป้าชั้นยอดทุกประการ รอเวลาเพาะบ่มอีกนิด ขยับขยายไปอยู่กับทีมใหญ่ขึ้นมา รับรองวันเวลาฉายแสงยิ่งกว่านี้สำหรับเขา จะเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

9.ฟิล โฟเด้น – แมนฯ ซิตี้

เด็กในคาถาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ถูกบ่มเพาะจะสุกงอมพร้อมใช้งาน ฤดูกาลนี้เป็นซีซั่นที่ โฟเด้น ได้ปล่อยของแบบเต็มๆ หลัง ดาบิด ซิลบา โบกมือลาทัพ “เรือใบสีฟ้า” ไป ซึ่งช่วงแรกๆ แข้งวัย 20 ปี ก็ยังดูเกร็งๆ ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง จน เป๊ป ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ลดความกดดัน ซึ่งหลังจากนั้น โฟเด้น ก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นดีมากในช่วงหลัง จนกลายเป็นกำลังสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว

จากคำถามที่ว่าใครจะมาแทนที่ ดาบิด ซิลบา ที่อำลาทีมไป ตอนนี้คงไม่ต้องหาคำตอบแล้ว โฟเด้น จะเป็นกำลังหลักของ แมนฯซิตี้ ไปอีก 10 ปี เช่นเดียวกับทีมชาติอังกฤษ ที่จะได้เพชรน้ำงามไว้กับทีมในระยะยาว

 

8.เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – ลิเวอร์พูล

แม้ในฤดูกาลนี้ฟอร์มการเล่นของ น้องเทรนท์ จะไม่ค่อยโสภา ไม่โดนใจสาวก “หงส์แดง” สักเท่าไหร่ เพราะเกมรับที่ปกติก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว มาฤดูกาลนี้อ่อนหนักกว่าเดิมอีก แต่ก็มองได้ว่าการขาด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ไปมันก็คงทำให้น้องๆ ขาดความมั่นใจไปด้วย แต่ไอจุดเด่นที่เคยทำได้ดีคือการครอสบอลจากด้านข้าง การแอสซิสต์สวยๆ ถวายพานให้เพื่อนซีซั่นนี้ก็กลับแย่ลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไงซะด้วยวัยแค่ 22 ปี มันจะให้เล่นดีอะไรตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่เชื่อเลยว่าถ้าสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เอาความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน เรียนรู้และแก้ไขมัน เดี๋ยวน้องเทรนท์ ก็จะกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิมในเร็ววัน

เด็กมันมีของอยู่แล้ว และแบ็กสไตล์แบบเทรนต์ นั้นไม่ได้หาง่าย ๆ เชื่อเหลือเกินว่าหากกลับมาเข้าที่เข้าทาง ฟอร์มระดับแบ็กขวาดีกรีฟิฟโปรจะกลับมาอีกครั้ง

 

7.อันซู ฟาติ – บาร์เซโลน่า

อันซู ฟาติ คืออีกหนึ่งผลผลิตจาก “ลา มาเซีย” ที่รอวันผลิบานออกดอกออกผล เขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขณะอายุได้เพียงแค่ 16 ย่าง 17 ปีเท่านั้น และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ที่ทั้งยิงและจ่ายได้ในเกมเดียว นั่นคือเกมที่ถล่ม บาเลนเซีย ไป 5-2 ประตู ด้วยอายุ 16 ปี 318 วัน จากนั้นก็ได้รับโอกาสลงเล่นเรื่อยๆ 

จนกระทั่งมาในฤดูกาลนี้ น่าจะเป็นปีที่ดีที่ ดาวรุ่งทีมชาติสเปนจะได้ปล่อยของแบบเต็มๆ เพราะเจ้าตัวเริ่มต้นได้สวย ตะบันไป 5 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ใน 10 เกมแรก แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อ เจ้าหนูฟาติในวัย 18 ปี ดันมาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่หัวเข่าในเกมที่ยำใหญ่ใส่ เรอัล เบติส เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้ต้องพักยาวราว 4-5 เดือน แต่จากพรสวรรค์ที่เจ้าหนูคนนี้ได้ฉายแววออกมา เชื่อว่าถ้าหายเจ็บกลับมาก็น่าจะโชว์ความมหัศจรรย์ให้แฟนบอลเห็นได้อีกครั้ง 

 

6.อัลฟอนโซ่ เดวีส์ – บาเยิร์น มิวนิค

Alphonso Davies

บอกได้เลยว่า เดวีส์ คือดาวรุ่งที่พุ่งแรงแบบคาดไม่ถึง ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้เครดิตกับทีมงานแมวมองของ บาเยิร์น มิวนิค ไปเต็มๆ ที่ไปหาเด็กคนนี้มาได้ทั้งที่ตอนปี 2018 เจ้าตัวไปเล่นอยู่ไกลถึง แคนาดา กับสโมสร แวนคูเวอร์ ไวท์แคป แต่แมวมองก็อุตส่าห์ไปเห็น ที่บ้ากว่านั้นคือบอร์ดบริหารก็ใจปล้ำกล้าควักเงิน 20 ล้านดอลลาร์ คว้าตัว แบ็กวัย 18 ปี เชื้อสาย กานา-แคนาดา มาร่วมทีม

จนถึงตอนนี้ผ่านไปได้ 2 ปีเศษ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในการคว้าตัวที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร บาเยิร์น มิวนิค เลยก็ว่าได้ เพราะ เดวีส์ เล่นได้โคตรดี และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทัพ “เสือใต้” กวาดทริปเปิ้ลแชมป์ มาครองได้สำเร็จเมื่อซีซั่นที่แล้ว ถึงขนาดที่สื่อหลายสำนักยกให้ แข้งวัย 20 ปีรายนี้ เป็นแบ็กซ้ายเบอร์ 1 ของโลกไปแล้วด้วย

 

5.จาดอน ซานโช่ – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

Sancho

แม้ว่าในฤดูกาลนี้ฟอร์มการเล่นของ ซานโช่ จะดรอปลงไปจากฤดูกาลก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่โดยรวมแล้วก็ยังมีประโยชน์กับทีมอยู่ดี ซึ่งช่วงหลังก็เหมือนจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้งแล้ว โดยซีซั่นนี้ที่เห็นแผ่วๆ ปีกทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปีรายนี้ก็กดไปแล้ว 9 ประตูกับอีก 14 แอสซิสต์ จาก 28 เกม สถิติก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรเลย ว่ากันว่าถ้าได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่มีองค์ประกอบครบสมบูรณ์กว่าทัพ “เสือเหลือง” หรือได้กลับไปโลดแล่นที่อังกฤษอีกครั้ง ซานโช่ คนเดิมจะกลับมาได้เต็มรูปแบบ เผลอๆ อาจจะเก่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วด้วยซ้ำ

 

4.มาร์คัส แรชฟอร์ด – แมนฯ ยูไนเต็ด

ท่านเซอร์ ดร.มาร์คัส แรชฟอร์ด คือนักเตะที่ CIES Football Observatory หน่วยงานวิเคราะห์สถิติชื่อดังแห่งวงการฟุตบอล ยกให้เป็นแข้งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ที่ 150 ล้านปอนด์ จากการจัดอันดับล่าสุดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถามว่าเซอร์ไพร้ส์มั้ย ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามาก แต่สาเหตุเพราะอะไรนั้น ขอบสนาม เราเคยทำคลิปวิเคราะห์ให้แล้ว ลองไปหาย้อนดูย้อนฟังกันได้นะครับ 

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องผลงานกันหน่อย ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด คือหนึ่งในแนวรุกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขาดไปไม่ได้ในเวลานี้ เพราะถ้าเกมไหน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดรอป หนูแรช เป็นตัวสำรอง หรือเมื่อไหร่ที่ได้รับบาดเจ็บ เกมรุกทางริมเส้นของ ผีแดง ก็จะขาดความหวือหวาไปอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าสำคัญแหละ แม้แทบทุกเกม ดาวยิงวัย 23 ปี จะมีจังหวะนรก ไอที่ควรยิงดันจ่าย ไอที่ควรจ่ายดันเลี้ยง หรือหลุดเดี่ยวเข้าไปแล้วซัดติดเซฟ หรือยิงออกไปเองซะงั้น แต่โดยรวมแล้วก็ต้องยอมรับว่าความดี มีมากกว่าความเลว และหากแก้ไขเรื่องจังหวะนรกนี้ได้ เชื่อเลยว่า แรชฟอร์ด จะก้าวขึ้นไปเป็นสตาร์เบอร์ต้นๆ ของโลกลูกหนังได้แน่ 

 

3.ชูเอา เฟลิกซ์ – แอตเลติโก มาดริด

113 ล้านปอนด์ คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด ประเคนให้ เบนฟิก้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019 เพื่อกระชากตัว เฟลิกซ์ เข้ามาเสริมทัพ หวังจะเป็นตัวตายตัวแทนของ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แถมค่าตัวจำนวนนี้ทำให้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส กลายเป็นนักเตะที่แพงสุดอันดับ 4 ของโลก และแน่นอนแพงสุดในประวัติศาสตร์สโมสร แต่การแบกรับค่าตัวขนาดนี้กับเด็กที่อายุยังไม่ครบ 20 ณ ตอนนั้น มันก็มาพร้อมกับความกดดัน

ทั้งความคาดหวัง และความกดดันถาโถมเข้าใส่ เด็กหนุ่มเฟลิกซ์ อย่างไม่ขาดสาย มันก็เลยทำให้ช่วงฤดูกาลแรกของเขากับทัพ “ตราหมี” เป็นไปอย่างทุลักทุเล ลงเล่นไป 36 นัด ซัดไป 9 ประตู ถือว่าต่ำกว่าที่แฟนๆ คาดหวังเอาไว้พอสมควร อย่างไรก็ตามพอมาฤดูกาลนี้ แข้งวัย 21 ปี ปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แถมการได้หัวหอกรุ่นใหญ่อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระก็ทำให้ เฟลิกซ์ ผ่อนคลายขึ้นเยอะ ทำให้ในซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นใน ลา ลีกา ไป 19 นัด ซัด 6 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ แอต.มาดริด นำเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา สเปน อยู่ในเวลานี้ 

 

2.เออร์ลิง ฮาแลนด์ – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ฮาแลนด์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ ตอนนี้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ คือกองหน้าตัวเป้าเบอร์ต้นๆ ของโลกลูกหนัง เพราะด้วยการจบสกอร์ที่คมกริบ การอ่านเกมและยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ หนำซ้ำยังมีความแข็งแกร่งและความเร็วอยู่ในตัวอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่องอย่างยิ่ง ฤดูกาลนี้ขณะที่ผมกระแทกแป้นพิมพ์อยู่นี้ สตาร์ทีมชาตินอร์เวย์ ก็กดให้ “เสือเหลือง” ไปแล้ว 25 ลูก จากการลงเล่น 24 นัด เฉลี่ยนัดละเกิน 1 ประตู ถือเป็นสถิติที่บ้าระห่ำยิ่งนัก ค่าตัว 20 ล้านยูโร ที่ ดอร์ทมุนด์ ควักจ่ายให้ ซัลซ์บวร์ก ถือว่าถูกเป็นขี้ เพราะตอนนี้ถ้าขายต้องได้กำไรมากกว่า 5 เท่าด้วยซ้ำ! แถมอายุก็เพิ่งจะ 20 ขวบเท่านั้นเอง

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ด้วยความเก่งกาจของเจ้าเด็กยักษ์ ดอร์ทมุนด์ คงรั้งตัวเขาไว้ได้อีกไม่นาน 

 

1.คีเลียน เอ็มบัปเป้ – เปแอสเช

แน่นอนว่าอันดับ 1 จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากว่าที่แข้ง บัลลงดอร์ ในอนาคตอันใกล้นี้อย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้านินจาเต่าของ เปแอสเช ที่เพิ่งจะฝากผลงานสุดสะพรึงด้วยการตะบันแฮตทริกใส่ บาร์เซโลน่า ถึงถิ่นคัมป์นู ไปหมาดๆ ช่วยให้ ปารีส ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” ไป 4-1 ประตู ซึ่งจะว่าไปฟอร์มของ น้องเป้ นี่เก่งเกินวัยมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการแล้วด้วยซ้ำ คือเรียกง่ายๆ ว่าถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วยอะไร แทบจะไม่มีเกมไหนที่ ดาวยิงวัย 22 ปี ฟอร์มตกแบบน่าเกลียดเลย

ซึ่งแน่นอนแหละว่าผลงานหรูหราหมาเห่า ฟอร์มเทพขนาดนี้ก็ย่อมต้องมีบรรดาทีมยักษ์ใหญ่มารุมจีบมารุมทึ้ง ซึ่งสัญญาของ น้องเป้ กับ เปแอสเช ก็จะหมดลงหลังจบฤดูกาลหน้า และตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสะบัดหมึกขยายสัญญาออกไป ทำให้ยิ่งมีข่าวหนักยิ่งขึ้นไปอีก ว่ากันว่าดีไม่ดี เอ็มบัปเป้ อาจกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่แทน เนย์มาร์ ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้

 

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS