เด็กรุ่นหลังระวังไว้! 5 แข้งระดับตำนานที่ผันตัวมาเป็นกุนซือแล้วไปไม่รอด

เด็กรุ่นหลังระวังไว้! 5 แข้งระดับตำนานที่ผันตัวมาเป็นกุนซือแล้วไปไม่รอด

ในโลกลูกหนังแข้งระดับตำนานมากมายที่ผันตัวไปเป็นกุนซือ ที่ไปรุ่งไปโรจน์ไปได้ดีก็มีเยอะแยะ แต่ที่ไปได้ไม่สวย จบแบบม้วยมรณาก็มีถมไป ฉะนั้นวันนี้ขอบสนามเราขอพาท่านไปดูสัก 5 ตำนานนักเตะที่ตอนเป็นพ่อค้าแข้งเก่งจัดงัดได้ แต่พอย้ายมาเป็นกุนซือแล้วอ่อนด๋อยไม่เจ๋งอย่างที่คิด ไปดูกันเลยว่ามีใครบ้างกับ 5 คนที่เราคัดมาฝากกันในวันนี้

แกรี่ เนวิลล์

หากพูดถึงอดีตตำนานนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไปไม่รอดบนอาชีพกุนซือ นั้นมันก็มีหลายคน แต่หนึ่งคนที่โดดเด่นและมาแรงแซงโค้งนั่นก็คือ แกร์รี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวากัปตันทีมทัพ “ปีศาจแดง” นี่แหละ แต่เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าตัวโดนด่ายับเบินบวกกับแรงกดดันอันมหาศาลในการคุมทีมนั่นก็คือ หลังจากที่ค้าแข้งกับ ผีแดง แค่สโมสรเดียวมายาวนานเกือบ 20 ปี แล้วแขวนสตั๊ดไป พี่แกก็ผันตัวไปเป็นนักวิจารณืและฝีปากก็เก่งกล้าสามารถ จนเป็นที่ยอมรับในหมู่แฟนบอล 

ทว่าความผิดพลาดในชีวิตของพี่แกเลยคือไม่น่าลงมาลิ้มลองรสชาตการเป็นกุนซือ ปีเตอร์ ลิม เจ้าของสโมสร บาเลนเซีย ซึ่งเป็นเพื่อนซี้และหุ้นส่วนธุรกิจของเหล่านักเตะยุค “Class Of 92” ที่โด่งดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ชักชวนให้ เนวิลล์ ผู้พี่ไปช่วยกู้วิกฤติที่ “ไอ้ค้างคาว” กำลังประสบอยู่ ตอนช่วงปลายปี 2015 ซึ่ง แกรี่ ก็ใจดีสู้เสือรีบเข้ารับเผือกร้อนก่อนที่ท้ายสุดจะกลายเป็นตราบาปในชีวิต อยู่ได้ไม่ถึง 4 เดือน ก็ต้องโดนยกเลิกสัญญา พา บาเลนเซีย ลงไปอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง สรุปผลงานคุมไป 28 นัด ชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 11 สรุปคือว่าพอมาเป็นโค้ชจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เก่งแบบปากที่วิจารณ์เอาไว้ เลยกลับไปรับหน้าที่นักวิจารณ์เหมือนเดิมดีกว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 4 ปีกว่าแล้ว เนวิลล์ ก็ยังไม่กลับไปรับงานกุนซืออีกเลย

 

โทนี่ อดัมส์

โทนี่ อดัมส์ คือตำนานแนวรับของทีมชาติอังกฤษและสโมสร อาร์เซน่อล เขาลงรับใช้ “ไอ้ปืนใหญ่” เพียงสโมสรเดียว ตลอด 20 ปี ในอาชีพค้าแข้ง โด่งดังและเติบโตมาในยุคก่อนหน้า แกรี่ เนวิลล์ ไม่นาน แต่มีวิถีการค้าแข้งที่คล้ายกันนั้นคือเป็น “One Man Club” และมีคาแร็คเตอร์ความเป็นผู้นำที่ชัดเจน เนี๊ยบ ละเอียด โหด ดุ ขรึม น่าเกรงขราม ว่าง่ายๆ คือดูแล้วมีราศีมีบารมี 

อดัมส์ แขวนสตั๊ดไปในปี 2002 และก็เริ่มผันตัวไปรับงานคุมทีม โดยทีมแรกที่คุมตอนนั้นคือ วีคอมม์ ในลีกวัน เมื่อปี 2003 แต่ก็พาทีมอยู่รอดไม่ได้ตกชั้นไปลีกทู แถมจบเป็นบ๊วยของตาราง สุดท้ายก็ต้องขอลาออกไปในช่วงปลายปี 2004 ด้วยสถิติคุม 53 นัด ชนะ 12 เสมอ 21 แพ้ 20 นัด จากนั้น ตำนานกัปตันทีม “ปืนใหญ่” ก็ไม่ได้รับบทนายใหญ่อีกเลย จนกระทั่งปี 2008 แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ขอย้ายจาก พอร์ทสมัธ ไปคุม สเปอร์ส ซึ่งทำให้ทัพ “ปอมปีย์” ตีดสินใจดัน อดัมส์ ขึ้นมาเป็นกุนซือแทน แต่ผลงานกลับห่วยบรมคุมไปได้ 22 นัด ไม่ถึง 4 เดือนดีก็โดนไล่ออก ด้วยสถิติ ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ 11

แค่ 2 สโมสรนี้ในลีกรองผลงานยังย่ำแย่ขนาดนี้ มันก็ดูไม่มีราศีอะไรแล้ว เหลือแค่ชื่อเสียงเก่าๆ สมัยเป็นนักเตะที่ยังพอขายได้ แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่ามันขายได้ด้วย ปี 2017 หรือเกือบ 10 ปีที่ตกงานจาก พอร์ทสมัธ ไม่รู้อยู่ๆ อะไรดลใจให้ผู้บริหารสโมสร กรานาด้า ใน ลาลีกา สเปน ทาบทามไปคุมทีม เมื่อคุณขอมา อดัมส์ ก็จัดให้ ตอบรับไปคุมทีมทันที โดยกิมมิคของพี่แกคือไม่รู้เพื่อเผยแพร่ความเป็นคนอังกฤษรึป่าวเพราะใส่เสื้อกั๊กเหมือนบาร์เทนเดอร์บริกร ยืนคุมทีมข้างสนาม แล้วมันจะไม่โดนแซวเลยถ้าผลงานดี แต่นี่ผลงานดันแย่ เข้าขั้นเหี้ยเลยคือ คุม 7 นัด แพ้แม่งทั้ง 7 นัดเลย สุดท้ายทีมก็ตกชั้นแล้วก็โดนไล่ออกไป จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนกล้าลองดีเชิญ โทนี่ อดัมส์ ไปคุมทีมอีกเลย

 

เธียร์รี่ อองรี 

เรื่องฝีเท้าและความจัดจ้านความครบเครื่องในการเป็นศูนย์หน้านี่ไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของ อองรี ได้เลย นี่คือตำนานกองหน้าของศึก พรีเมียร์ลีก อย่างแท้จริง แต่เขาก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ในอาชีพกุนซือเช่นกัน หลังปิดตำนานแขวนสตั๊ดไปกับ นิวยอร์ค เร้ดบลูส์ เมื่อปี 2014 “พี่ห้อย” ก็ไปฝึกฝนร่ำเรียนการเป็นโค้ช และไปลองเชิงเป็นผู้ช่วย โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยี่ยม อยู่นาน 2 ปีเต็ม 

ก่อนที่จะขอออกมาโบยบินเป็นกุนซือใหญ่แบบเต็มตัวกับ อาแอส โมนาโก ต้นสังกัดแรกในชีวิตค้าแข้ง ซึ่งทุกอย่างดูจะสวยงามลงตัวไปหมด แฟนบอลให้การต้อนรับอย่างดี ทุกอย่างดูแฮปปี้ดี๊ด๊า ทว่าพอเอาเข้าจริงๆ อองรี คุมทีมได้ห่วยแตกมาก คุมไป 20 นัด ชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 11 ผลงานแบบนี้จะอยู่ไหวได้ยังไง สุดท้ายก็ต้องประกาศแยกทางกันไป 

แต่ด้วยความที่เป็นโค้ชหนุ่มใหม่ๆ สดๆ เพิ่งพังกับสโมสรแรกเอง มันก็มีทีมที่อยากลองของ แล้วทีมนี้ก็มีเงินด้วยนั่นคือ มอนเทอัล อิมแพ็ค จากศึก เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ส สหรัฐฯ ซึ่งลีกนี้ อองรี ก็คุ้มเคยดีเพราะเคยเล่นให้กับ นิวยอร์ค เร้ดส์บลูส์ อยู่ถึง 4 ปี แต่ก็อย่างที่บอกครับ เป็นนักเตะเก่ง ใช่ว่าจะเป็นโค้ชที่ดี นักเตะกากแต่เป็นโค้ชเก่งก็มีถมไป ซึ่งดูท่า อองรี จะเป็นประเภทแรก เพราะคุม มอนเทอัล ไป 29 นัด ชนะได้ 9 เสมอ 4 แพ้ถึง 16 สุดท้าย อองรี ก็ขอลาออกมาเองเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ยังว่างงานอยู่ แต่ก็ยังโผล่มามีชื่อบนโลกโซเชียลอยู่จากการที่ออกมา call out เลิกเล่นโซเชียลเพราะเบื่อพวกเหยียดผิว

 

รอย คีน

คนนี้จะว่าไปถ้าเอาตามตรงมันก็ไม่ได้ย่ำแย่หรือล้มเหลวขนาดนั้นนะ แต่ทว่าด้วยคาร์แร็คเตอร์ความเป็นผู้นำที่ชัดเจนแจ่มแจ้งสุดๆ ซึ่งใครก็คิดว่าถ้ามาคุมทีมก็คงจะต้องได้ดีแน่นอน นี่ระดับหนึ่งในกัปตันทีมตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยนะเว้ย! เอาตรงๆ คือความคาดหวังมันสูงกว่าผลงานที่ออกมา

“คีโน่” แขวนสตั๊ดไปในปี 2006 และก็เข้ารับงานคุมทีม ซันเดอร์แลนด์ เลยทันที ซึ่งตอนนั้นก็สร้างความงงงวยให้กับแฟนบอลและสื่ออยู่พอสมควรว่าเป็นไงมาไง แต่ คีน กลับทำได้ดีเกินคาด พา “แมวดำ” คว้าแชมป์เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จพร้อมคว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลด้วย ทุกอย่างมันดูดีไปหมดจนกระทั่งเจอของจริงในเวที พรีเมียรืลีก รอย คีน เริ่มไปไม่เป็น แท็คติคที่วางไว้โดนแก้โดนจับทางได้ แต่สุดท้ายก็พาทีมรอดตกชั้นใน พรีเมียร์ลีก ได้อย่างหวุดหวิด แน่นอนว่าบอร์ดบริหารทัพ “แมวดำ” ไม่ได้อยากไล่ คีน ออกอยู่แล้ว แต่เป้น คีโน่ เองที่มาขอลาออกซึ่งก็ทำให้งงกันหมด

จากนั้นผ่านไป 1 ปีก็ได้รับงานคุมทีม อิปสวิช ทาวน์ ซึ่งที่นี่เองจะบอกว่าเป็นที่ซึ่ง คีน เอาชื่อไปทิ้งก็ว่าได้คุมไปคุมมาเกือบ 2 ปี ก็โดนไล่ออก เพราะไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นได้ แถมผลงานก็ไม่ได้น่าประทับใจสักเท่าไหร่ 81 นัด ชนะ 28 เสมอ 25 แพ้ 28 นัด ซึ่งมันก็อาจจะไม่ได้ดูแย่ แต่มันก็ดูเหมือนจะทำให้ คีน ขยาดการเป็นกุนซือไปเลย เพราะหลังจากตกงานกับ “ม้าขาว” ก็ไปรับงานผู้ช่วยล้วนๆ ทั้งกับ ทีมชาติไอร์แลนด์, แอสตัน วิลล่า และ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ โดยปัจจุบัน รอย คีน กำลังว่างงานอยู่

 

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

คนสุดท้ายในลิสต์นี้ พี่ขอนำเสนอ ตำนานดาวยิงเจ้าของฉายา “เดอะ ก็อด” ซึ่งที่ต้องหยิบยกมาปิดท้ายก็เพราะว่าชายคนนี้เคยมีส่วนได้ส่วนเสียย้ายมาทั้งค้าแข้งและเปิดซิงการเป็นกุนซือที่บ้านเราซะด้วย อะๆๆ เด็กรุ่นหลังที่เพิ่งเริ่มดูบอลหรือไม่สนใจบอลไทยอาจจะไม่เข้าใจ เดี๋ยวพี่จะเล่าย้อนให้ฟัง

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นี่ถือเป้นแข้งระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษและลิเวอร์พูล แต่ถึงจุดสุดยอดเร็วและตกเร็วไปหน่อย ทำให้บั้นปลายชีวิตค่อนข้างเหลวเป๋วไม่ได้อยู่กับทีมระดับชั้นนำของยุโรป จนสุดท้ายช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้งในวัย 36 ปี ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็มาเซ็นสัญญาอยู่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานการเป็นนักเตะว่ากันตามตรงก็คือไม่ดีอะ แก่แล้วลงมาเรียกเสียงกรี๊ดอย่างเดียว

แต่พอ เมืองทอง แยกทางกับ เฮนริเก้ คาลิสโต้ กุนซือในตอนนั้น ก็มองหากุนซือใหม่ไม่รู้จะเอาใครดีสุดท้ายเลยจิ้ม ฟาวเลอร์ ผู้มีประสบการณ์โชกโชนในการเป็นนักเตะให้ขยับมาเป็น ผู้เล่น-กุนซือ มันซะเลย ซึ่ง “เดอะก็อด” ก็บ้าจี้ตอบรับซะด้วย พร้อมกับประเดิมเกมแรกด้วยการส่งตัวเองลงเล่นเป็นตัวจริง บุกไปชนะ สมุทรสงคราม เอฟซี 3-1 แต่สุดท้ายจบฤดูกาลทำได้แค่พาทีมจบอันดับ 3 ซึ่ง ณ ตอนนั้นถือว่าน่าผิดหวังมากสำหรับ “กิเลนผยอง” สรุป ฟาวเลอร์ คุม เมืองทอง ไป 15 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 แพ้ 4 สถิติอาจจะดูดี แต่ด้วยขุมกำลังเมืองทองตอนนั้น ควรจะชนะมากกว่านี้อีกเยอะเลย

หลังจบไม่ค่อยสวยกับ เมืองทอง ก็ว่างงานโค้ชไป 7 ปี แล้วก็มาโดน บริสเบน โรอาร์ จ้างไปคุมทีม ตอนปี 2019 แต่ก็เจอพิษโควิดทำให้ต้องแยกทางกันแบบจบไม่สวย มีคดีฟ้องร้องกันนู่นนี่นั่น และปัจจุบัน “เดอะ ก็อด” กำลังคุมทีม อีสต์ เบงกอล ทีมชั้นนำในลีกอินเดีย ทว่าผลงานไม่ดีเลย คุมไป 20 นัด ชนะ 3 เสมอ 8 แพ้ 9 อยู่อันดับที่ 9 จาก 11 ทีมของลีก

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ตำนานแข้งชื่อดังที่พอมาเป็นกุนซือแล้วไม่ปังอย่างที่คิด จริงๆ แล้วมันก็ยังมีอีกหลายคนเลย ถ้าในยุคนี้ก็คงต้องเป็น อันเดรีย ปีร์โล่ ตำนานแข้งทีมชาติอิตาลี ที่ผลงานไม่ดีกับ ยูเวนตุส หรือจะเป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ก็โดน เชลซี ตะเพิดพ้นเก้าอี้ ไว้มีโอกาสเราจะเอามานำเสนอเพิ่มเติมละกันนะครับ

 

ชิน ชินพัฒน์ 

RELATED NEWS