เก็บตกหลังเกม! ผี บุกตบ กรานาด้า 2-0 โอกาสเข้ารอบรอง ยูโรปา สดใส

เก็บตกหลังเกม! ผี บุกตบ กรานาด้า 2-0 โอกาสเข้ารอบรอง ยูโรปา สดใส

ตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับสลากมาเจอกับ กรานาด้า หลายคนก็มองว่าง่าย หลายคนก็มองว่าอย่าติดประมาท ไม่งั้นอาจจะน้ำตาตกในได้ เพราะว่า กรานาด้า จากสเปนทีมนี้ แม้ว่าชื่อชั้นจะโนเนม แต่ผลงานรวม ๆ ก็ไม่ได้แย่เช่นเดียวกัน 

 

อย่างไรก็ตาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถพาลูกทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเก็บชัยชนะเหนือ กรานาด้า ได้ถึง สเปน 2-0 ประตู แบบไม่ยากเย็น ทำให้กุมความได้เปรียบกลับแดนผู้ดีไปในการแข่งขัน เลกแรกของศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเกมนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง เรามาดูกันเลย

เริ่มต้นที่การจัดทีมกันก่อนเลย เกมนี้ ดิเอโก้ มาร์ติเนซ กุนซือของ กรานาด้า จัดหนักจัดเต็มใช้นักเตะที่ดีสุดเท่าที่จะทำได้ โดยผู้เล่นตัวจริงที่พอจะมีชื่อเสียงและเหล่าแฟนบอลคุ้นชื่อกันก็จะมี เคเนดี้ กองกลางที่ยืมตัวมาจาก เชลซี,  แม็กซ์ซิม โกนาล็องส์ และ กองหน้าตัวความหวัง โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ดาวเตะมากประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยมาเล่นในอังกฤษกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 

ขณะที่ ผีแดง ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เองก็ต้องบอกว่าล่อชุดใหญ่ไฟกระพริบผิดคาดไปหลายตัวเหมือนกัน มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ก่อนเกมมีข่าวว่าต้องรอเช็คความฟิตอาจจะมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง กลับได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งคู่ สวนทางกลับ เอดินสัน คาวานี่ ที่ถูกคาดหมายว่าจะได้เป็นหัวหอกตัวเป้าในเกมนี้ก็ต้องนั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ อาหมัด ดิยัลโล่ ปีกดาวรุ่งที่ก่อนเกม “น้าลูกอม” เปรยๆ ว่าอาจจะได้ลงตัวจริงก็ยังเป็นแค่สำรอง กองกลางวาง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ จับคู่กับ ปอล ป็อกบา มี บรูโน่ แฟร์นันเดส เป็นเพลย์เมกเกอร์ ส่วนนายด่านนัดนี้ใช้ ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสา

เริ่มเกมมาช่วงต้น เกมถือว่าค่อนข้างอึดอัด ต่างฝ่ายต่างดูเกร็งๆ เคาะบอลไปมายังหาจังหวะจบสกอร์กันได้ไม่มากเท่าไหร่ กว่าจะมีโอกาสยิงจริงๆ จังๆ ก็ต้องรอถึงนาทีที่ 19 แถมเป็นลูกฟรีคิกระยะไกลอีกต่างหาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงเต็มแรงบอลลอยโด่งข้ามคานออกไป ไม่ได้ลุ้นอะไรสักเท่าไหร่ จากนั้น แมนฯ ยู ก็ยังมาเรื่อยๆ เป็นฝ่ายครองบอล แต่หาโอกาสจบแบบจั๋งๆ ได้ไม่เยอะ นาทีที่ 28 แรชฟอร์ด คนเดิมได้รับบอลจากจังหวะขลุกขลิกที่ บรูโน่ จะจ่ายเข้าทางแต่ติดกระดอนกลับมาหาเจ้าตัว ก็เลยบรรจงยิงโค้งๆ กะเอาเเข้าเสียบเสาสอง แต่ก็ลอยออกหลังไป

จนกระทั่งนาทีที่ 31 ความพยายามของ ปีศาจแดง ก็เป็นผล ได้ประตูขึ้นนำจนได้ และเป็นจังหวะที่ไม่น่าเชื่อด้วย ดาบิด เด เคอา เปิดบอลสั้นมาให้ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ซึ่งร้อยวันพันปีแทบไม่เคยเห็นเปิดบอลยาวหรือแอสซิสต์ให้ใคร แต่เกมนี้อยู่ๆ วิญญาณพ่อ โทนี่ โครส ก็มาเข้าสิงซะอย่างงั้น วางบอลยาวจากหน้ากรอบเขตโทษตัวเอง ตัดแนวรับ กรานาด้า และให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดกับดักล้ำหน้า จับบอลลงอย่างนิ่ง แต่งด้วยขวาอีกหนึ่งที ก่อนจิ้มบอลสวนตัว รุย ซิลวา เข้าประตูไป ส่งให้ “ผีแดง” บุกมานำ 1-0 และเป็นประตูที่ 20 ของ แรชฟอร์ด ในฤดูกาลนี้ด้วย

หลังจากได้ประตูขึ้นนำ และได้อเวย์โกลล์ที่ต้องการแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ผ่อนเกมลงอย่างเห็นได้ชัด ปล่อยให้ กรานาด้า ได้ทำเกมรุกบุกเข้าใส่บ้าง และช่วง 5 นาทีสุดท้าย เจ้าถิ่นก็ได้ลุ้นประตูตีเสมอถึง 3 หน เริ่มจากจังหวะที่ ยานเกล เอร์เรร่า ได้ยิงที่ริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาบอลไปชนเสาเข้าอย่างจัง จังหวะต่อเนื่องเป็นเตะมุม บอลปลิ้นมาเข้าทาง โซลดาโด้ พักบอลลงแต่ก็ยิงหลุดกรอบออกไป และจังหวะสุดท้ายของครึ่งแรก กรานาด้า ได้ยิงนอกกรอบเขตโทษโดย เคเนดี้ แต่บอลไม่อันตรายและไม่หนีมือ ดาบิด เด เคอา รับเอาไว้ได้ จบครึ่งแรก ผีแดง บุกมานำ 1-0

ครึ่งหลัง โซลชา มีการเปลี่ยนตัวทันทีถอด ลุค ชอว์ ที่ติดใบเหลืองและจะพลาดลงเล่นในเกมหน้าออก แล้วส่ง อเล็กซ์ เตลลิส ลงมาเล่นแทน แต่เริ่มครึ่งหลังมา กรานาด้า ดูคึกคักกว่าหวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 50 สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ สกัดบอลไปเข้าทาง เคเนดี้ วอลเลย์สวนกลับเข้ามาตรกรอบ แต่ก็ยังตรงตัว เด เคอา รับเอาไว้ได้ หลังจากนั้นก็ยังเป็น กรานาด้า ที่คึกกว่า ส่วน ผีแดง เน้นครองบอล ตั้งรับรอสวนกลับ แต่เกมสวนกลับก็ไม่จัดจ้าน ทว่าเกมรุกของ กรานาด้า ก็บ่มีไก๊เช่นกัน มันเลยตึงๆ ออกแนวน่าเบื่อด้วยซ้ำ

เจ้าถิ่นมีจังหวะได้ลุ้นหน่อยช่วงนาทีที่ 67 เคเนดี้ คนเดิมได้ยิงเป็นครั้งที่ 3 แต่ก็ยังติดเซฟของ ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม นาทีที่ 83 ผีแดง เกือบมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ดาเนียล เจมส์ จ่ายต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันเดส หลุดไปในกรอบ 6 หลา แต่ก็ยิงไปติดเซฟของ รุย ซิลวา นายด่าน กรานาด้า อย่างไรก็ตามลูกนี้ถ้ายิงเข้าไปก็ไม่น่าได้ประตูเพราะจากภาพช้าผู้ตัดสินน่าจะดู VAR แล้วเป่าเป็นลูกล้ำหน้า

เกมทำท่าว่าจะตึงๆ แล้วจบลงที่ 1-0 ไปสู้กันต่อแบบได้ลุ้นสนุกในเลก 2 แต่แล้วช่วงท้ายเกม อาร์ตูร์ โซอาเรส ดิอาส ผู้ตัดสินในเกมนี้ที่เชื่อว่าแฟนผีทั่วโลกต่างรุมกร่นด่ามาตลอดทั้งเกม เพราะเป่าฟาล์วและให้ใบเหลืองผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ง่ายเหลือเกิน จนทำให้เลกสองจะขาดทั้ง ปอล ป็อกบา, ลุค ชอว์ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เพราะสะสมเหลืองครบโควต้า อยู่ๆ ก็มาตัดสินได้ใจเป่าจุดโทษให้ ผีแดง ซะงั้น 

โดยเป็นจังหวะที่ อเล็กซ์ เตลลิส ครอสบอลมาจากทางด้านซ้ายย้ายเข้ามาในเขตโทษ แล้ว บรูโน่ แฟร์นันเดส โดน ยาน ไบรซ์ อีเตกิ ขวางล้มลงไปทำให้เข้าไปเล่นบอลไม่ได้ แล้วก็เป็น บรูโน่ แฟร์นันเดส นี่แหละที่ลุกขึ้นมาสังหารเอง โดยดวลกับ รุย ซิลวา นายด่านเพื่อนร่วมชาติ และมือสังหารเบอร์ 1 ของ “ปีศาจแดง” ก็ยิงไม่พลาด แม้ ซิลวา จะพุ่งปัดถูกทางแต่บอลก็ยิงปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำเป็น 2-0 และเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์นี้ 

ผลการแข่งขันจบลงด้วยการที่ ผีแดง เอาอเวย์โกลกลับบ้านไปถึง 2 ลูกแบบนี้ ถือว่าเป็นงานยากมากๆ สำหรับ กรานาด้า ที่จะพลิกกลับมาได้ แม้เลก 2 แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่มี ลุค ชอว์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ ปอล ป็อกบา ก็ตามที แต่โลกลูกหนังอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไอที่ว่าชัวร์ๆ ถึงเวลาจริงอาจจะไม่ชัวร์ก็ได้ ถ้าเลก 2 กรานาด้า ได้ประตูขึ้นนำเร็ว ก็มีสิทธิ์สร้างปาฏิหารย์ได้เหมือนกัน ส่วนจะทำได้มั้ย พฤหัสหน้า 15 เมษายน รู้กัน

 

ชิน ชินพัฒน์  

 

RELATED NEWS