หลังเกม ยักษ์ชนยักษ์ อิตาลี ซัด เบลเยี่ยม ตกรอบ

หลังเกม ยักษ์ชนยักษ์ อิตาลี ซัด เบลเยี่ยม ตกรอบ

เป็นเกมคุณภาพระดับ 5 ดาวจริงๆ สำหรับคู่ระหว่าง เบลเยี่ยม ปะทะ อิตาลี ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโร 2020 เพราะเปิดหน้าแลกกันตลอดทั้ง 90 นาที เรียกว่าสมราคา “ยักษ์ชนยักษ์”

แน่นอนว่าชัยชนะเกมนี้เป็นของทัพ “อัซซูรี่” แต่ในเกมแข่งขันบอกเลยว่ามีหลายประเด็นที่ต้องพูดถึง ทั้งจังหวะการยิงประตู และ โอกาสทองที่หลุดลอยไป มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

– มาร์ติเนซ แกงแฟนบอล

แค่ก่อนเริ่มการแข่งขัน ก็มีประเด็นให้พูดถึงกันแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง จะไม่สามารถลงสนามในเกมนัดนี้ได้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งแฟนบอล ปีศาจแดงแห่งยุโรป ก็ทำใจรอแล้วว่าก่อนเจอ อิตาลี

อย่างไรก็ตาม โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ เบลเยี่ยม แกงแฟนบอลเกือบทั่วโลก เพราะเมื่อตอนประกาศไลน์อัพ มีชื่อ เควิน เดอ บรอยน์ อยู่ในผู้เล่น 11 ตัวจริง เท่ากับว่าเขาสามารถสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้ทันเวลา ซึ่งมันทำให้เกมนี้เพิ่มความดุเดือดเป็นทวีคูณ

– อิตาลี เกือบขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม

จากที่เราเห็นจากรอบที่ผ่านมา เวลายักษ์ใหญ่ชนกัน มักจะไม่ค่อยเปิดหน้าแลก เนื่องจากจะดูเชิงกันมากกว่า แต่ อิตาลี กับ เบลเยี่ยม ไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะทั้ง 2 ทีมเปิดหน้าแลกกันแบบมันส์หยดตึ๋ง เพื่อหวังทำประตูขึ้นนำให้ได้ก่อน

กระทั่งแฟนบอล อิตาลี ได้กหกปากกันลั่นสนาม จากจังหวะฟรีคิกด้านขวา ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษตรงเสาแรก บอลไปแฉลบ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กระเด้งมาทางเสาสองเข้าทาง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่งบอลเข้าซุกตาข่าย วิ่งดีใจแบบหน้าตั้ง

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกถูกเบรกดังเอี๊ยด ! เพราะจากภาพช้า VAR แสดงให้เห็นว่าก่อนที่บอลจะมาโดน โบนุชชี่ มันไปโดน โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ที่อยู่ตัวหน้าก่อนแล้ว ซึ่ง ดิ ลอเรนโซ่ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้ อิตาลี ถูกริบสกอร์ ยังเสมอกันอยู่ 0-0

– จีโจ้ เซฟสำคัญ 2 ดอก

เมื่อ อิตาลี ไม่ได้ประตู คราวนี้เป็นทีของ เบลเยี่ยม ที่มีโอกาสขึ้นนำถึง 2 ครั้ง 2 ครา เริ่มจากโอกาสของ เควิน เดอ บรอยน์ นาที 22 ลากบอลขึ้นมาตรงบริเวณหัวกะโหลก ต่อให้ตรงนั้นจะมีนักเตะ อิตาลี ยืนขัดขวางอยู่ แต่ เคดีบี โชว์ความสามารถแหวกว่ายฝ่าแนวรับ ก่อนจะซัดด้วยซ้าย บอลกำลังจะเสียบเสา แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทำสวยกว่า เมื่อบินไปปัดมือเดียวได้อย่างสุดติ่ง ช่วยให้ อิตาลี ไม่เสียประตู

จากนั้น 4 นาที ต่อมา เควิน เดอ บรอยน์ ยังคงเป็นทุกอย่างของ เบลเยี่ยม ในการสร้างสรรค์เกมรุก เมื่อเขาใช้จังหวะโต้กลับเร็ว กระชากบอลขึ้นหน้า และ จ่ายให้กับ โรเมลู ลูกากู ได้พลิกตัวหนี คิเอลลินี่ ก่อนจะปั่นแบบไม่แรง แต่เน้นทิศทางหวังเสียบเสา กระนั้นก็ยังเป็น จีโจ้ คนดีคนเดิม ที่โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไปได้

– กลายเป็น อิตาลี ขึ้นนำได้ก่อน

รูปเกมยังสนุกตื่นเต้น หลังผ่านมาครึ่งชั่วโมง ถึงแม้สกอร์ยังคง 0-0 จนกระทั่งคราวนี้มีประตูออกนำ 1-0 สักที และ เป็น อิตาลี ที่ได้กระโดดดีใจกันสุดเหวี่ยง เมื่อมีช็อตที่ แยน แฟร์ต็องเก้น กองหลัง เบลเยี่ยม ทำบอลเสียตรงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน มาร์โก แวร์รัตติ ฉกบอลไปได้ จากนั้นจิ้มเข้าเขตโทษให้ นิโกโล่ บาเรลล่า 

ก่อนที่ บาเรลล่า จะโชว์วิชา แหวกป่าฝ่าดง พริ้วหนีกองหลัง เบลเยี่ยม ก่อนจะมีช่องว่างได้ซัดเต็มตีนเตี่ย บอลพุ่งทแยงมุมผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวาร เบลเยี่ยม เข้าไป เป็นประตูส่งให้ อิตาลี ขึ้นนำ 1-0

– โมเมนตั้ม อิตาลี บุกใส่ไม่ยั้ง ก่อนจะพังประตู 2

หลังจาก อิตาลี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ทำเอา เบลเยี่ยม เครื่องช็อตไปเลย เรียกว่าโมเมนตั้มอยู่กับทัพ “อัซซูรี่” เพียงฝ่ายเดียว และมีโอกาสบวกประตู 2 โดยเป็นจังหวะที่นักเตะ เบลเยี่ยม เคลียร์ไม่พ้นเขตอันตราย ไปเข้าทางปืน เฟเดริโก้ เคียซ่า ได้จังหวะเก็บตก ลองซัดทันที แต่บอลมันโค้งไม่พอ ได้แค่หวาดเสียวเฉี่ยวเสาไปนิดเดียวเท่านั้น

แต่ อิตาลี เห็นแล้วว่า เบลเยี่ยม ยิ่งโดนบุก ยิ่งออกอาการ ดังนั้นนาทีทองแบบนี้ ต้องเดินหน้าบุกใส่ท่าเดียว และ มันก็สัมฤทธิ์ผลจริงๆ เพราะก่อนหมดเวลาครึ่งแรก เพียงแค่ 1 นาที คราวนี้เป็น ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ โชว์บทพระเอก ลากบอลจากเกือบกลางสนาม พริ้วหนีหลบ ยูริ ตีเลมันส์ ที่มีใบเหลืองติดตัว 

ก่อนจะลองปั่นโค้งๆจากระยะไกล บอลลอยเข้าประตูได้อย่างโคตรสวย ชนิดที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ พยายามบินปัดสุดตัวแล้วก็ยังไม่ถึง ต้องชมเลยว่า ลูกยิงของ อินซินเญ่ สวยระดับ 5 ดาวเลยจริงๆ .. ซึ่งการนำ 2 ลูก ก่อนจะจบครึ่งแรก เป็นโมเมนตั้มที่ได้เปรียบสุดๆสำหรับทีมชาติอิตาลี

– เบลเยี่ยม เกือบปิดไฟนอน แต่ต้องสะดุ้งตื่นมา

ตามหลัง 1 ลูกว่าแย่แล้ว การตามหลัง 2 ลูก เลวร้ายยิ่งกว่า เพราะเกมที่มันสูสีแบบนี้ มันยากเหลือเกินที่จะพลิกกลับมาได้ อีกทั้ง เบลเยี่ยม มาโดนลูก 2 ก่อนจะหมดครึ่งแรก ทำเอาแฟนบอลแทบปิดไฟนอน ยอมรับความพ่ายแพ้ไปแล้ว

แต่กระนั้นเหมือนว่าประตูนรก ยังไม่เปิดประตูต้อนรับพวกเขา เนื่องจากให้หลังเพียงแค่ 1 นาที เท่านั้น เฌเรมี่ โดกู แนวรุกตัวจี๊ดของ เบลเยี่ยม โชว์สปีดเร็วเหนือนรก วิ่งโฉบตัดหน้า โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ก่อนที่คู่แข่งจะใช้แขนดัน โดกู ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ทันที ชนิดที่นักเตะ อิตาลี ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ามันง่ายไป แต่กระนั้นกรรมการก็ไม่เปลี่ยนใจ และ ได้เช็คกับทีมงาน VAR แล้ว

ก่อนจะเป็น โรเมลู ลูกากู รับหน้าที่สังหาร วัดใจด้วยการยิงไปตรงกลางประตู โดย ดอนนารุมม่า เลือกพุ่งไปทางขวามือตัวเอง ทำให้การยิงครั้งนี้ เบลเยี่ยม ไล่ตามตีไข่แตกมาเป็น 1-2 ปลุกความหวังให้กับสาวก “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กลับมามีลุ้นอีกครั้ง ซึ่งจบครึ่งแรก ด้วยการตามหลังแค่ลูกเดียว มันมีผลต่อจิตใจมากจริงๆ

– เบลเยี่ยม พลาดโอกาสประตูตีเสมอเหลือเชื่อ

ต้องบอกเลยว่า ครึ่งหลัง เจ้าหนู โดกู มีส่วนสำคัญกับเกมรุก เบลเยี่ยม อย่างยิ่ง และ ยังคงปั่นป่วนแนวรับ อัซซูรี่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมาถึงช็อตสำคัญที่ โดกู พาบอลขึ้นด้านหน้า ก่อนจะไหลให้กับ เดอ บรอยน์ วิ่งตัดแนวรับ อิตาลี ไปรับบอลในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะปาดไปให้กับ โรเมลู ลูกากู ซึ่งมารอเข้าชาร์ตตรงเสาไกล

ถึงแม้ว่า ลูกากู จะยิงแป้ก แต่ทิศทางคือตรงกรอบ และ หมดสิทธิ์ที่ จีโจ้ จะเซฟได้แล้ว แต่กลายเป็น เลโดนาร์โด้ สปินาซโซล่า วิ่งลงมาช่วยป้องกัน ใช้เข่าสกัดบอลออกจากเส้นอย่างเหลือเชื่อ พอ ลูกากู จะตามซ้ำ ตัวก็ถลำไปแล้ว เรียกว่าช็อตนี้ คิเอลลินี่ ถึงกับหอมแก้มขอบคุณ สปินาซโซล่า ที่ช่วยชีวิต อัซซูรี่ ให้รอดพ้นประตูได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด

– แลกกันทั้ง 2 ทีม แต่ประตูยังไม่เกิดขึ้น

ด้วยความที่สกอร์ยังค้างคาอยู่ที่ 2-1 ทำให้รูปเกมยังคงเปิดแลกกันเหมือนเดิม เพราะ เบลเยี่ยม ก็อยากได้ประตูตีเสมอ ส่วน อิตาลี ก็ต้องการยิงเพื่อฝังคู่แข่งให้ได้ แต่มันกลายเป็น อัซซูรี่ มีโอกาส 2 ครั้งซ้อน จาก สปินาซโซล่า ที่เพิ่งช่วยให้ อิตาลี ไม่โดนประตูตีเสมอ ได้เติมขึ้นมายิงแบบได้ลุ้น แต่บอลมันออกหลังไป

ต่อมา เป็นช็อตที่ อินซินเญ่ ติดใจลองซัดไกลอีกครั้ง ซึ่งเป็นระยะไม่ใกล้ไม่ไกลจากประตูที่ 2 ที่เขาทำได้ เพียงแต่คราวนี้ บอลไม่ได้ลอยสูงมากนัก และ อยู่ในระยะที่ กูร์กตัวส์ มองเห็น ล้มตัวปัดไว้ได้

– เบลเยี่ยม พลาดโอกาสทองอีกครั้ง

การเปลี่ยนตัวสำรองของ เบลเยี่ยม ที่ส่ง นาสเซอร์ ชาดลี่ กับ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ลงมา เกือบจะส่งผลทันที เมื่อ เมอร์เท่นส์ ลากบอลเข้าสู่ระยะอันตราย ก่อนจะถ่ายบอลไปด้านซ้ายให้กับ ชาดลี่ ได้หยอดบอลไปแฉลบกองหลัง อิตาลี ลอยผ่านหน้า ลูกากู ที่พยายามกระโดดโขก ไปตกเสาสองใส่ ธอร์กอง อาซาร์ แต่บอลก็ย้อนหลังไปอีก ทำให้ลูกนี้พลาดโอกาสทองตีเสมอ ไปแบบหวุดหวิด

ช่วงท้ายเกม เบลเยี่ยม พยายามบุกเพื่อหวังประตูตีเสมอ แต่ทว่า กองหลัง อิตาลี แทบไม่ปล่อยโอกาสให้อีกแล้ว จะมีจังหวะหวาดเสียวอีกครั้งก็คงเป็นช็อตที่ โดกู ได้ลากจากซ้ายตัดเข้าใน และ ลองซัดไกลจากนอกกรอบ บอลเหินข้ามคานไปแค่นิดเดียวเท่านั้น สุดท้ายจบเกม เป็น อิตาลี เฉือนชนะ เบลเยี่ยม ไปอย่างสุดมันส์ 2-1 เข้าไปพบกับ ทีมชาติสเปน ในรอบรองชนะเลิศ 

ฮาย ฮาวดี้-

RELATED NEWS