ย้อนไทม์ไลน์! ชีวิต เรนาโต้ ซานเชส จาก โคตรปัง ไป โคตรพัง!

ย้อนไทม์ไลน์! ชีวิต เรนาโต้ ซานเชส จาก โคตรปัง ไป โคตรพัง!

ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนในทุกๆ เรื่องหรอกนะ บางวันดีก็ดีสุดๆไปเลย บางวันแย่มันก็เลวร้ายสุดๆ เหมือนกัน แม้แต่ชีวิตของนักฟุตบอลที่ว่าเก่งๆ เจ๋งๆ แววดีๆ ผลสุดท้ายกลายเป็นตกอับสุดๆ ก็มีตัวอย่างให้เห็นบ่อยไป

สิ่งที่เอ่ยมานั้นมันกำลังตรงกับชีวิต เรนาโต้ ซานเชส สุดๆ เด็กวันเดอร์คิดจากแดนฝอยทองเคยได้รับคำชมและคำยกย่องสรรเสริญต่างๆ นาๆ แต่ปัจจุบันมันกลับแปรผันไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย

หลายๆ คนคงทราบดีว่าสถานการณ์ ณ ตอนนี้ที่เขาต้องเจอนั้นเป็นอย่างไร แต่ถึงกระนั้นทาง ‘ขอบสนาม’ จะพาทุกท่านไปย้อนดูช่วงชีวิตของเขากันหน่อยว่าตอนรุ่งๆ มันเป็นยังไง? และตอนตกต่ำมันเป็นไง? เกิดอะไรขึ้นในชีวิตบ้าง ?

เปิดตัวกับ เบนฟิก้า

เรนาโต้ ซานเชส อยู่ปลุกปั้นกับแคมป์อคาเดมี่ของ เบนฟิก้า มาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และด้วยพัฒนาการที่ก้าวไกลทำให้เขาได้ขึ้นมาเล่นให้ เบนฟิก้า ชุดบี ในปี 2014 แต่ที่สำคัญคือจากนั้นเพียงแค่ 1 ปี เจ้าหนู เรนาโต้ ก็สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที โดยได้เปิดตัวในเกมที่ยำใหญ่ ทอนเดล่า 4-0 หลังลงมาเป็นสำรองแทนที่ โชนาส ในนาที 74 พร้อมกับบันทึกสถิติได้ลงสนามเปิดตัวด้วยอายุ 18 ปี 2 เดือน กับอีก 12 วัน ก่อนได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดบุกไปเสมอกับ แอสตาน่า 2-2

ประตูสุดสวยพร้อมสถิติใหม่

หลังจากได้เปิดตัวกับ เบนฟิก้า เรนาโต้ ซานเชซ ก็ได้รับการยกย่องจากผู้คนหมู่มากว่าเป็นเด็กมหัศจรรย์ที่สุดคนหนึ่งแห่งยุคกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ เพราะถึงแม้จะอายุแค่ 18 ปีแต่มีพละกำลังที่มหาศาล สามารถเชื่อมเกมจากแนวรับสู่แนวรุกได้ดี แถมยังเปลี่ยนจังหวะเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็วด้วย

4 ธันวาคม 2015 เจ้าหนู เรนาโต้ เปิดซิงซัดประตูแรกได้ในสีเสื้อ เบนฟิก้า ชุดใหญ่ในเกมที่ยำใหญ่ อคาเดมิก้า 3-0 โดยเป็นการส่องไกลสุดสวยในระยะ 30 เมตร พร้อมกับสร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในสนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ

สถิติอันน่าจดจำในฤดูกาลแรก

มีการบันทึกสถิติเอาไว้ว่า หลังจาก เรนาโต้ ซานเชซ ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เบนฟิก้า ชนะถึง 16 เกม จาก 19 เกมแรกในทุกรายการ แถมค่าเฉลี่ยการเสียประตูก็น้อยลงกว่าเดิมจาก 1.07 เหลือ 0.63 ประตูต่อเกม ตลอดจนเกมรุกที่ดูมีศักยภาพมากขึ้นจากเดิมได้ประตูเฉลี่ย 1.85 เพิ่มเป็น 2.8 ประตูต่อเกม ดังนั้นนี่คือหลักฐานชั้นดีที่พิสูจน์ว่าเขาคือผู้เล่นคนสำคัญของทีม

ก้าวต่อไปกับ บาเยิร์น มิวนิค

จากการฉายแววได้ยอดเยี่ยมในปีนั้นได้ทำให้เหล่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างอดใจไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมาห้ำหั่นกันเพื่อแย่งลายเซ็น เจ้าหนู เรนาโต้ และสุดท้ายก็เป็น บาเยิร์น มิวนิค ที่เซ็นสัญญาคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2016 ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร และมีโอกาสสูงขึ้นถึง 80 ล้านยูโรด้วยหากนับรวมเงื่อนไขทั้งหมดในสัญญา พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่ย้ายออกจากแผ่นดินโปรตุเกสด้วยค่าตัวที่แพงที่สุด แถมยังเป็นผู้เล่นสัญชาติโปรตุกีสคนแรกในประวัติสศาสตร์ก๊วน ‘เสือใต้’ ด้วย

ได้ไป ยูโร 2016 พร้อมกับชูถ้วยแชมป์

เฟร์นานโด ซานโต๊ส เชื่อมั่นว่าด้วยของและศักยภาพในตัว เรนาโต้ ซานเชส จะช้วยสร้างความแตกต่างได้จึงได้หิ้วติดทีมชาติ โปรตุเกส ไปผจญภัยใน ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ที่ ฝรั่งเศส ด้วย และไม่ทันไรก็สร้างสถิติใหม่ทันทีด้วยการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในรายการดังกล่าว ทำลายของเดิมที่ได้จารึกชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตั้งแต่ปี 2004

นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับทีมสุดๆ อีกด้วย ทั้งการขับเคลื่อนเกมไปจนกระทั่งการยิงประตูก็มีด้วย และปีนั้น โปรตุเกส ไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ได้ถึงแผ่นดิน ฝรั่งเศส และ เรนาโต้ ซานเชส ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

รางวัล ‘โกลเด้น บอย อวอร์ด’

จากความมหัศจรรย์ที่เขาได้สร้างไว้กับ เบนฟิก้า และทีมชาติ โปรตุเกส ทำให้เขาได้รับเสียงโหวตอย่างเอกฉันท์ให้เป็นผู้คว้ารางวัล โกลเด้น อวอร์ด หรือ ดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีประจำทวีปยุโรป โดยเอาชนะ มาร์คัส แรชฟอร์ด จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้

ที่นี่ บาเยิร์น ไม่ใช่ เบนฟิก้า

เรนาโต้ เริ่มต้นกับ บาเยิร์น ได้ไม่สวยหรูเท่าไหร่เพราะต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่พอหายเจ็บกลับมาได้ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเขานั้นเหมาะจะเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีม เพราะดูเหมือนจะมีอาการตื่นสนาม แถมมีจังหวะพลาดง่ายๆ บ่อยครั้ง

สรุปผลงานปีแรกและปีเดียวเท่านั้น

โคตรทีมอย่าง บาเยิร์น มีการแข่งขันภายในทีมที่สูงอยู่แล้ว และเมื่อคุณไม่สามารถเอาชนะใจโค้ชและเล่นร่วมกับเพื่อนๆ ในทีมได้ คุณก็ต้องนั่งรอคอยโอกาสต่อไป โดยผลงานของ เรนาโต้ ปีนั้นได้ลงเล่นไป 25 เกมในทุกรายการ แต่ได้ออกมาสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่ 4 นัดเท่านั้น

ไม่มีชื่อติดรับใช้ชาติใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ

ก่อนถึงศึก ฟุตบอลโลก 2018 ทาง รัสเซีย ได้มีโอกาสซ้อมการเป็นเจ้าภาพในศึก ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 โดย โปรตุเกส ได้รับบัตรเชิญให้เข้าไปแข่งแย่งถ้วยแชมป์ด้วยในฐานะแชมป์ ยูโร 2016 ทว่าชุดนั้น เรนาโต้ ไม่ถูกเรียกตัวไป ก่อนถูกชุดรุ่นอายุ 21 เอาตัวไปแทน

ไปชุบตัวกับเรียกความมั่นใจกับ สวอนซี

เมื่อไม่สามารถก้าวขึ้นไปสร้างบทบาทกับ บาเยิร์น มิวนิค ชุดใหญ่ได้ ดังนั้นการย้ายออกไปเพื่อเรียกฟอร์มเก่งเป็นทางเดียวที่ทำได้ และท้ายที่สุด เรนาโต้ ซานเชส ก็ถูกปล่อยมาอยู่กับทีมอย่าง สวอนซี ซิตี้ ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในรูปแบบยืมตัว

โชคชะตากลั้นแกล้งอีกแล้ว

การย้ายมาอังกฤษครั้งนี้ก็เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่า เรนาโต้ นั้นมีคุณสมบัติที่ดีพอสามารถเล่นให้ บาเยิร์น ชุดใหญ่ได้ เขาได้โอกาสลงเล่นกับ สวอนซี อย่างต่อเนื่อง แต่ผลงานก็ไม่ได้ดีเลยกว่าเก่าเลยสักนิด จนโดนวิพากษ์วิจารณ์หนักเอาการเหมือกนัน มิหนำซ้ำยังต้องซวยเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักเข้าที่แฮมสตริงอีกในช่วงต้นปี 2018 และจากนั้นก็ไม่เห็นหน้าของเจ้าหนู เรนาโต้ ในสนามอีกเลย ทั้งที่ย้ายมาที่นี่น่าจะได้โอกาสลงเล่นมากกว่าที่ บาเยิร์น แท้ๆ โดยผลงานฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นไปแค่ 12 นัดเท่านั้น และได้เป็นตัวจริง 9 เกม ที่สำคัญคือ สวอนซี ซิตี้ ต้องตกชั้นไปอีกด้วย

อดไป ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติ โปรตุเกส

เมื่อ เรนาโต้ ซานเชส ยังพิสูจน์ตัวเองกับ สวอนซี ไม่ได้ แถมเจ็บหนักและต้องพักยาว ดังนั้นมันก็สมเหตุสมผลสุดๆ แล้วที่เขาจะไม่ได้ไปผจญภัยใน ฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย กับทีมชาติ โปรตุเกส

 

-HaMuDosSantos-

RELATED NEWS