รวม สถิติ ที่น่าจดจำหลังเกม ฝรั่งเศส ดับฝัน โครเอเชีย ซิวแชมป์โลก

รวม สถิติ ที่น่าจดจำหลังเกม ฝรั่งเศส ดับฝัน โครเอเชีย ซิวแชมป์โลก

จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 โดยตำแหน่งแชมป์นั้นตกเป็นของ ฝรั่งเศส หลังเอาชนะ โครเอเชียไป 4-2

แน่นอนว่าผู้ที่แฮปปี้คือผู้ที่สมหวัง และผู้ที่ผิดหวังก็คือผู้ที่ต้องพ่ายแพ้ไป แต่ช่างมัน! ไหนๆ เกมมันก็จบไปแล้ว และก็เป็นนัดชิงชนะเลิศระดับประวัติศาสตร์ ดังนั้นเราจะไปดูสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกมนี้กัน

– ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ คือคนที่ 3 ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ทั้งการเป็นนักเตะและเป็นผู้จัดการทีม ต่อจาก มาริโอ ซากัลโล่ ของ บราซิล และ ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ ของ เยอรมัน

– ฝรั่งเศส เป็นทีมแรกที่ยิงได้ 4 ประตูในรอบชิง ฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ บราซิล ทำได้ในปี 1970 ที่ชนะ อิตาลี 4-1

– โครเอเชีย คือทีมแรกที่เล่น ฟุตบอลโลก นัดชิงครั้งแรกและพบกับความพ่ายแพ้ไปนับตั้งแต่ ฮอลแลนด์ ที่เคยเกิดขึ้นในปี 1974 (แพ้ เยอรมัน 1-2)

– มาริโอ มานด์ซูคิช คือผู้เล่นคนแรกที่ทำเข้าประตูตัวเองในประวัติศาสตร์รอบชิง ฟุตบอลโลก

– คีเลียน เอ็มบัปเป้ คือผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ทำประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ที่ 19 ปี 207 วัน ส่วนอันดับหนึ่งคือ เปเล่ ตำนานของ บราซิล ในตัวเลข 17 ปีกับอีก 249 วัน ในปี 1958

– อองตวน กรีซมันน์ ยิงได้ 10 ประตูแล้วในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ให้กับ ฝรั่งเศส มีแค่ 3 คนเท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขานั่นคือ มิเชล พลาตินี่ 14 ประตู, ฟงตวน 13 ประตู และ เธียร์รี่ อองรี 12 ประตู

– อิวาน เปริซิช มีส่วนร่วมถึง 11 ประตูในรายการระดับเมเจอร์ (ยิง 7 แอสซิสต์ 4 ) ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ทำได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ โครเอเชีย

– อิวาน เปริซิช เป็นผู้เล่นคนที่ 2 ที่ยิงประตูได้และทำเสียจุดโทษในนัดชิง ฟุตบอลโลก ต่อจาก มาร์โก มาร์เตลัซซี่ ของ อิตาลี ในปี 2006

– ปอล ป็อกบา ยิงประตูได้จากระยะนอกกรอบเขตโทษให้กับ ฝรั่งเศส ได้เป็นครั้งแรกใน ฟุตบอลโลก ต่อจาก มาร์โก ตาร์เดลลี่ ที่ทำไว้ในปี 1982 ตอน อิตาลี เจอ เยอรมัน

– มาริโอ มานด์ซูคิช คือผู้เล่นคนที่ 2 ใน เวิลด์ คัพ ที่ยิงประตูได้และทำเข้าประตูตัวเองในเกมเดียวกันในศึก ฟุตบอลโลก ส่วนคนก่อนหน้านี้คือ เออร์นี่ แบรนท์ส ของ ฮอลแลนด์ ที่ทำไว้ในปี 1978 ที่เจอกับ อิตาลี

– มาริโอ มานด์ซูคิช เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่ยิงประตูได้ใน ฟุตบอลโลก, ยูโร, และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ต่อจาก เฟเรนซ์ ปุสกัส และ โซลตัน ซิบอร์, แกร์ด มุลเลอร์ และ ซีเนดีน ซีดาน

 

-HaMuDosSantos-

RELATED NEWS