ตัดเกรดกัน!ผ่าฟอร์ม “สิงโตคำราม” พระรองอันดับ 4 ฟุตบอลโลก

ตัดเกรดกัน!ผ่าฟอร์ม “สิงโตคำราม” พระรองอันดับ 4 ฟุตบอลโลก

อังกฤษ ได้ทำให้ ฟุตบอลโลก 2018 ดูมีความคึกคักขึ้นมาบ้าง หลังพวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 28 ปี ผ่านเข้ามาไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ความความฝันก็พังลง ด้วยน้ำมือ โครเอเชีย หลังต้องแพ้ไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-2

“สิงโตคำราม” จึงต้องร่วงมาชิงอันดับ 3 กับ เบลเยี่ยม ซึ่งก็ต้องชอกช้ำไปอีกด้วยการพ่ายไป 0-2 สุดท้ายจบเพียงที่ 4 เท่านั้น ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 หลายคนถูกยกย่องถึงฟอร์มการเล่น แต่ก็มีหลายคนที่โดนติติงไปตามภาษา ไหนๆ อังกฤษ ก็เสร็จสิ้นภารกิจ “เวิลด์ คัพ” เรียบร้อย มาวิเคราะห์กันว่าแต่ละคนผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

จอร์แดน พิคฟอร์ด : 8.5

สำหรับ พิคฟอร์ด อาจจะออกสตาร์ทรอบแบ่งกลุ่มๆ ด้วยผลงานแบบนิ่งๆ เรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวา และ โดนตั้งคำถามเหมือนกัน หลังเกมที่แพ้ เบลเยี่ยม 0-1 รอบแบ่งกลุ่ม แต่กระนั้นพอเข้ามาถึงรอบน็อคเอาท์ พิคฟอร์ด ก็ฉายแสงขึ้นมาทันที โดยเฉพาะการเซฟช่วงดวลจุดโทษช่วย อังกฤษ เอาชนะ โคลอมเบีย และ โชว์ป้องกันช็อตสำคัญนัดทุบ สวีเดน ส่วนแมตช์ที่แพ้ต่อ โครเอเชีย กับ เบลเยี่ยม ชิงอันดับ 3 ก็มีช็อตเซฟสวยๆหลายครั้ง แต่ก็จนปัญญา

ไคล์ วอร์คเกอร์ : 7

ประสิทธิภาพของ ไคล์ วอร์คเกอร์ ก็จะลดลงไปหน่อยๆ เพราะ แกแร็ธ เซาธ์เกต กุนซือใหญ่ สั่งให้ขยับเข้ามาเป็น 3 เซ็นเตอร์แนวรับ อาจจะมีความมึนงงในการยืนตำแหน่งให้เห็น และ มีข้อผิดพลาดอยู่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็เพิ่มมิติให้กับแนวรับ “สิงโตคำราม” คือเรื่องสปีด ที่สามารถต่อกรกับกองหน้าคู่แข่งไว้ได้

แฮร์รี่ แม็คไกว : 8

ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เพิ่งติดทีมชาติอังกฤษ เป็นครั้งแรก เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 อย่าง แฮร์รี่ แม็คไกว จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในศึก ฟุตบอลโลก 2018 และดันทะลึ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอด ด้วยความสูง 194 เซนติเมตร จึงได้สร้างความน่าเกรงขามให้กับทัพ “สิงโตคำราม” ในการเล่นลูกกลางอากาศ และก็สามารถโขกทำประตูได้อีกด้วย แมตช์ที่เอาชนะ สวีเดน

จอห์น สโตนส์ : 8

เป็นเซ็นเตอร์แบ็กอีกหนึ่งคน ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นเหลือเกิน ค่อยสมกับราคา 50 ล้านปอนด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมทุ่มจ่ายเงินซื้อตัวมาหน่อย เพราะเกมรับตามมาสกัดจังหวะสำคัญได้หลายครั้ง และ ในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 ก็สามารถทำประตูให้กับ อังกฤษ ได้ถึง 2 ลูก นั่นแสดงให้เห็นว่าจังหวะขึ้นมาลุ้นเซตพีซ นับว่ามีประโยชน์อยู่เสมอ

คีแรน ทริปเปียร์ : 9

นี่คือนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากที่สุดแห่งขุนพล “ทรี ไลอ้อนส์” เลยก็ว่าได้ เพราะ คีแรน ทริปเปียร์ โดดเด่นเหลือเกิน ทั้งเรื่องการเล่นเกมรับ และ การเล่นเกมรุก แถมยังมีทีเด็ดเรื่องของการเปิดบอลในจังหวะเซ็ตพีซ เรียกว่า “เปิดบอลแม่นเหมือนเอามือไปจับวาง” ทำให้เพื่อนๆทำประตูจากลูกเตะมุมหลายครั้ง ที่สำคัญเป็นคนยิงฟรีคิกให้ “สิงโตคำราม” ขึ้นนำ โครเอเชีย จุดประกายความหวัง แต่ทว่าก็พ่ายไปในที่สุด

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7

อาจจะดูไม่สำคัญ แต่ตำแหน่งของ เฮนเดอร์สัน ก็คงจะขาดไปไม่ได้ เพราะเป็นตัวผึ้งงาน วิ่งแบบไม่รู้จักเหน็ด ไม่รู้จักเหนื่อย การออกบอลก็เน้นแบบเอาปลอดภัยไว้ก่อน มีจังหวะจ่ายสวยๆหลายครั้ง อย่างไรก็ตามนัดเจอ โครเอเชีย “เฮนโด้” โชว์ผลงานผิดมาตรฐาน เมื่อการออกบอลของเจ้าตัวจากแดนหลัง เพื่อฝากให้กับ แฮร์รี่ เคน จ่ายไม่ตรงเพื่อนเกือบตลอดทั้งเกม ถือว่าเสียคะแนนตรงจุดนี้ไปเยอะพอสมควร

เจสซี่ ลินการ์ด : 7

จำกันได้ไหมว่า นัดที่ อังกฤษ เอาชนะ สวีเดน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายๆคน ถึงกับร้องเชร็ดเข้ ระบายออกมาในการโพสต์เฟซบุ๊คว่าทำไมตอนอยู่สโมสร ไม่เปิดแม่นๆ เหมือนกับจังหวะเปิดให้ เดเล่ อัลลี โขกบ้าง แถมยังมียิงอย่างสวยนัดถล่ม ปานามา แต่ทว่าเมื่อถึงรอบรองชนะเลิศ เจ้าตัวแทบหายไปจากเกม และ พลาดช็อตสำคัญช่วงครึ่งแรกอีกด้วย

เดเล่ อัลลี : 6

ถ้าพูดถึงความคาดหวัง กับ ผลงานที่ออกมาในศึก ฟุตบอลโลก 2018 นับว่า เดเล อัลลี สอบตกเลยก็ว่าได้ เมื่้อเจ้าตัวไม่ค่อยงัดพิษสงออกมา เหมือนกับที่เคยฝากผลงานไว้ให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อาจด้วยเพราะมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขาคอยตามเล่นงาน จึงทำให้ อัลลี สามารถทำได้เพียงแค่ 1 ประตู แมตช์ที่เอาชนะ สวีเดน มาได้

แอชลี่ย์ ยัง : 6.5

จากมิดฟิลด์ตัวรุก กลายมาเป็นแบ็กซ้ายถาวรไปแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ อังกฤษ มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้น ซึ่ง แอชลี่ย์ ยัง ก็มีส่วนกับเกมรุกอยู่หลายครั้ง โยนแม่นบ้าง ไม่แม่นบ้าง ส่วนเกมรับก็อยู่ในขั้นน่าพอใช้ เนื่องจากบางทีก็โดนเจาะ และ ครอสบอลจากฝั่งเขา จนทำให้ อังกฤษ เสียประตู

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง : 5.5

นอกจากความไวแล้ว สเตอร์ลิ่ง ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เห็นอีกเลย โดย ฟุตบอลโลก 2018 หนนี้ “หนูริ่ง” ถูกจัดให้มายืนในระบบหน้าคู่ ยืนร่วมกับ แฮร์รี่ เคน แต่ทว่าการได้ออกสตาร์ทตัวจริง 6 เกม และทำประตูไม่ได้เลย ถือว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่งสำหรับนักเตะตัวรุก ซึ่งไม่ใช่ว่าเจ้าตัวไม่มีโอกาส แต่ทว่า สเตอร์ริ่ง กลับจบสกอร์ได้ห่วยแตกเองมากกว่า ทั้งๆที่มีจังหวะไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูเสียด้วยซ้ำ

แฮร์รี่ เคน : 7

เป็นทัวร์นาเมนต์ที่แปลกๆ สำหรับ แฮร์รี่ เคน เหมือนกัน เพราะปัจจุบันเจ้าตัวได้คว้ารางวัลดาวซัลโว ฟุตบอลโลก 2018 ด้วยจำนวน 6 ประตู แต่กลับไม่มีใครพูดถึงมากนัก เนื่องด้วยอาจเป็นเพราะยิงมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม และเป็นจุดโทษถึง 3 ลูก จนถึงแมตช์เจอ สวีเดน ก็เงียบหายไปเลย ที่สำคัญนัดเจอ โครเอเชีย เคน มีโอกาสได้ยิงจ่อๆ ซึ่งนับว่าเป็นลูกสำคัญ แต่ทว่ากลับทำไม่ได้ แต่หากมองภาพรวม บรรดาตัวช่วยด้านหลังก็ยังทำได้ไม่ดีนัก

แดนนี่ โรส : 4.5

จริงก็ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ ว่าทำไม แดนนี่ โรส ซึ่งเป็นแบ็กซ้ายธรรมชาติ ไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทีมชาติอังกฤษ และ กลายเป็น แอชลี่ย์ ยัง ลงไปแทนนั้น คำตอบก็ชัดเจน เมื่อ โรส มีจุดอ่อนในเกมรับ แมตช์ที่เจอกับ เบลเยี่ยม รอบแบ่งกลุ่ม ก็ประกบ อัดนาน ยานาไซ ไว้ไม่ได้ ส่วนเจอกันใหม่ในศึกชิงอันดับ 3 ก็ปล่อยให้ โธมัส มูนิเย่ร์ เติมเข้ามาชาร์ตในกรอบเขตโทษ

เอริค ไดเออร์ : 5

จากตัวจริงในศึก ยูโร 2016 กลายมาเป็นตัวสำรองบนเวที ฟุตบอลโลก 2018 หากไม่นับเกมที่เจ้าตัวเป็นฮีโร่ ซัดจุดโทษคนสุดท้าย ช่วยให้ อังกฤษ เอาชนะ โคลอมเบีย รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปนั้น กับแมตช์ที่เหลือเมื่อได้โอกาส กลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

รูเลน ลอฟตัส-ชีค : 6

นัดทีร่ได้ลงสนามมาเป็นตัวจริง แทนที่ เดเล่ อัลลี แมตช์ถล่ม ปานามา 6-1 ถือว่า รูเลน ลอฟตัส-ชีค  เป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษ ในอีก 4 ปีข้างหน้าได้เลย โดยมี 1 แอสซิสต์ให้กับ แฮร์รี่ เคน ทำประตูได้อีกด้วย

ฟิล โจนส์ : 5

ข้อผิดพลาดสำหรับ ฟิล โจนส์ ก็ยังมีให้เห็น และ ก็เพิ่งเกิดขึ้นเกมที่พ่ายให้กับ เบลเยี่ยม 0-2 เมื่อทำพลาดในการตามประกบ เอแด็น อาซาร์ และมีส่วนกับการทำให้ทีมต้องเสียประตูที่ 2

ฟาเบียน เดลฟ์ : 5.5

จริงๆ ฟาเบียน เดลฟ์ ถือว่าทำผลงานได้ดี เมื่อได้รับโอกาสลงสนามมาให้กับ “ทรี ไลอ้อนส์” แต่องค์ประกอบโดยรวมแล้ว ทำให้เจ้าตัวดูไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก ซึ่งก็อยู่ในสนามนัดที่แพ้ เบลเยี่ยม ทั้ง 2 เกม

มาร์คัส แรชฟอร์ด : 6

เวลาได้ลงมา แรชฟอร์ด ก็นับว่าทำผลงานอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้เจ้าตัวจะเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง แต่ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี นับว่านิ่งเกินเด็ก เพราะได้ลงมายิงจุดโทษ และ ซัดได้แบบเฉียบขาด แต่ทว่าอย่างเกมที่พบกับ โครเอเชีย หรือชิงที่ 3 กับ โครเอเชีย จังหวะเปิดบอลของ แรชฟอร์ด ไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับคู่แข่งเลยสักนิด

เจมี่ วาร์ดี้ : 5

เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าผู้เคยพา เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ 3 ซีซั่นก่อน ผลงานในศึก ฟุตบอลโลก หนนี้ กลับเงียบกริบ โดยเจ้าตัวได้ลงเล่น 4 นัด แบ่งเป็นสำรอง 3 เกม แต่เมื่อลงมาแล้ว ก็ไม่สามารถช่วยทำให้ อังกฤษ โชว์ฟอร์มดีขึ้นมา

แกรี่ เคฮิลล์ : 5

นัดที่ อังกฤษ เจอกับ เบลเยี่ยม ในรอบแบ่งกลุ่ม และแพ้มา 0-1 นั่นคือเกมเดียวที่กองหลังระดับซีเนียร์อย่าง แกรี่ เคฮิลล์ ได้ลงสนามเป็นตัวจริง เพราะ เซาธ์เกต สลับหมุนเวียนนักเตะ ซึ่งสถานะเขาเป็นเพียงแค่สำรอง และ ด้วยวัย 32 ปี นี่อาจเป็น “เวิลด์ คัพ” หนสุดท้าย

เทรนด์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ : 5.5

เป็นตัวจริงให้กับทัพ “สิงโตคำราม” ไป 1 เกมถ้วน สำหรับเวที ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งก็ถือว่าดูดีใอนาคตในระดับหนึ่งให้กับทีมชาติอังกฤษ

แดนนี่ เวลเบ็ค : 4.5

“มหาเทพเวลเบลิอุส” ได้ลงสนามในเกม ฟุตบอลโลก 2018 ไปเพียงแค่ 11 นาที เท่านั้น หลังได้รับโอกาสลงมาเป็นตัวสำรอง แมตช์ที่ อังกฤษ พ่ายให้กับ เบลเยี่ยม 0-1 ในรอบแบ่งกลุ่ม แล้วจากนั้นก็หายวับไปกับตา

แจ็ค บัตแลนด์ : N/A

ผู้รักษาประตูมือ 2 ไม่เคยถูกส่งลงสนามสักเกมเดียว ในศึก ฟุตบอลโลก 2018

นิค โป๊ป : N/A

เช่นเดียวกัน นิค โป๊ค นายทวารมือ 3 ก็ไม่เคยสัมผัสสักวินาทีเดียว บน เวิลด์ คัพ 2018

RELATED NEWS