ก่อนเป็น เฟลไลนี่!ย้อนรอย 5 แข้ง พรีเมียร์ลีก เลือกย้ายตรงสู่แดน “มังกร”

ก่อนเป็น เฟลไลนี่!ย้อนรอย 5 แข้ง พรีเมียร์ลีก เลือกย้ายตรงสู่แดน “มังกร”

หลังจากที่ มารูยาน เฟลไลนี่ กำลังจะกลายเป็นนักเตะ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีก 1 คน ที่จะย้ายมาหากินโดยตรงในศึก ไชนิส ซูเปอร์ ลีก หลังบรรลุข้อตกลงโบกมือบ๊ายบาย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อมาค้าแข้งให้กับ ซานตง ลู่เหนิง โดยเหลือเพียงแค่เซ็นสัญญาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น

เอาเป็นว่าก่อนที่ เฟลไลนี่ จะมีการเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของลีกแดน “มังกร” ไปย้อนรอย 5 ดีลกันว่า มีนักเตะ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ย้ายมาเล่นในศึก ไชนิส ซูเปอร์ ลีก โดยตรง แบบที่ไม่ผ่านสโมสรจากลีกอื่นๆมาก่อน

5. โชเซ่ ฟอนเต้

จาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ไปอยู่ : ต้าเหลียน ยี่ฟาง 5 ล้านปอนด์

ถ้าพูดถึง โชเซ่ ฟอนเต้ หลายคนคงมีภาพจำของเขาสวมชุด เซาธ์แฮมป์ตัน ในชุดรุ่งเรือง ที่มีนักเตะดีๆเต็มทีมมากมาย อยู่ในทีมตั้งแต่เล่นลีก วัน จนมีส่วนร่วมช่วยพาทัพ “นักบุญแดนใต้” ก้าวขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อย่างเฉิดฉาย โดย 5 ฤดูกาลเต็มๆ บนลีกสูงสุด ฟอนเต้ พาทีมรอดตายได้สบายๆ และ เป็นตัวหลักของทีมมาตลอด

จนกระทั่งช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2017 ฟอนเต้ ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ เป็นจุดเปลี่ยนค้าแข้ง เพราะหลังจากขึ้นซีซั่น 2017-18 ฟอนเต้ ได้ลงเล่นแค่ 8 นัด แถมยังต้องเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน พอกลับมาก็แทบยึดตัวจริงไม่ได้ จึงถูกขายไปให้กับ ต้าเหลียน ยี่ฟาง ในที่สุด ถึงกระนั้นก็ได้เล่นอยู่ 7 นัด ก็มีอันต้องย้ายทีมอีกครั้ง แต่คราวนี้คัมแบ็กสู่ยุโรป ไปเล่นให้กับ ลีลล์ ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส

4. กราเซียโน่ เปลเล่

จาก เซาธ์แฮมป์ตัน
ไปอยู่ : ซานตง ลู่เหนิง 12 ล้านปอนด์

แอบตกใจเล็กๆเหมือนกัน ที่เห็น กราเซียโน่ เปลเล่ ย้ายออกจาก เซาธ์แฮมป์ตัน แล้วมุ่งตรงมาค้าแข้งในลีกจีน เพราะสถานะตอนนั้น เจ้าตัวถือว่าค่อนข้างมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง และ สามารถย้ายไปเล่นทีมอื่นได้สบายๆ โดยเฉพาะ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ลีกลูกหนังบ้านเกิดของเจ้าตัว

เพราะ 2 ฤดูกาลที่ล่าตายข่ายให้กับ “นักบุญแดนใต้” กดไปรวม 30 ประตู นับว่าผลงานดีพอที่ได้ติดทีมชาติอิตาลี ไปเล่นศึก ยูโร 2016 อีกทั้งยังทำประตูในเกมเอาชนะ เบลเยี่ยม และ สเปน อีกด้วย ที่บอกว่าเซอร์ไพรส์ ก็คือหลังจบศึก ยูโร เจ้าตัวก็เลือกย้ายมาอยู่กับ ซานตง ลู่เหนิง

สุดท้ายก็ถึงบางอ้อ เพราะเรื่องค่าเหนื่อยที่มันมหาศาล เปลเล่ ได้เม็ดเงิน 16 ล้านยูโร ต่อซีซั่น นับเป็นค่าเหนื่อยที่มากที่สุด เป็นอันดับ 5 ของโลก ในตอนนั้น จึงไม่แปลกที่จะย้ายทีม โดยปัจจุบันเขายังเป็นตัวหลักของ ซานตง ลู่เหนิง เหมือนเดิม

3. โอดิอออน อิ๊กฮาโล่

จาก : วัตฟอร์ด
ไปอยู่ : ฉางชุน หย่าไถ 20 ล้านปอนด์

หนึ่งในนักเตะที่เคยค้าแข้งบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมกับ วัตฟอร์ด ด้วยการซัดไป 39 ประตู ตลอด 2 ฤดูกาล ผลงานสำคัญคือพา “แตนอาละวาด” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด

แต่ในระหว่างฤดูกาล 2016-17 หลังจากเจ้าตัวยิงไป 2 ลูก ก็ถูก วัตฟอร์ด ขายไปให้กับ ฉางชุน หย่าไถ ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

และนับตั้งแต่นั้น อิ๊กฮาโล่ ก็กลับมาเป็เพชรฆาตหน้าประตูอีกครั้ง โดยกดไป 33 ประตู จาก 55 ประตู แต่น่าเสียดายที่ทีมต้องตกชั้นไปสู่ลีกรอง ซึ่ง อิ๊กฮาโล่ ยืนยันว่า ไม่ต้องการลงเล่นอีกต่อไป และ พร้อมย้ายทีมเช่นกัน โดยมีหลายๆทีมกำลังรุมตอมกันมากมาย

2. รามิเรส

จาก : เชลซี
ถึง : เจียงซู ซู่เหนิง 25 ล้านปอนด์

รามิเรส ใช้เวลาค้าแข้งกับ เชลซี อยู่ 6 ฤดูกาล ได้แชมป์มาเกือบหมดแล้วในนามสโมสร ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความสำคัญของ รามิเรส ก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายต้องระหกระเหินมาอยู่กับ เจียงซู ซู่เหนิง ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนมกราคม 2016

การออกสตาร์ทของ รามิเรส กับสโมสรในลีกจีน นับว่าเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะเขาเป็นส่วนสำคัญของทีม, ยิงประตูได้ และ มีได้สวมปลอกแขนกัปตันอีกด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้ รามิเรส ต้องออกทะเลเรื่อยๆ ก็คือพฤติกรรมของเขา คลิปที่แพร่ระบาดไปทั่วโซเชียล เน็ตเวิร์ค ยังคงตราตรึงฝังใจ ที่พยายามไปเล่นงานผู้ตัดสิน หลังไม่พอใจที่โดนใบแดงไล่ออก จนต้องเข้ามาห้ามกันยกใหญ่

และล่าสุด รามิเรส ถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรอง เพราะเขาแสดงพฤติกรรมไม่มีความเป็นมืออาชีพ หลังอยากจะย้ายไปอยู่ เบนฟิก้า แต่ทว่าไม่สำเร็จ ก็เลยต้องอยู่รับกรรมต่อไป

1. ออสการ์


จาก : เชลซี
ไปอยู่ : เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 60 ล้านปอนด์

หลังจากที่ เชลซี กลายเป็นส่วนเกินของ เชลซี เขาจึงคิดหาทางย้ายออกจาก “สิงห์บลูส์” และสุดท้ายก็ตัดสินใจมาโกยเงินกับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เมื่อเดือนมกราคม 2017 ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ และ เม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ทำให้ ออสการ์ กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์แห่งวงการลูกหนังแดนมังกร

ด้วยค่าตัวแพงระยับเป็นเบอร์ 1 ของจีน ย่อมตามมากับความกดดัน แต่สิ่งนั้นทำอะไร ออสการ์ ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะซีซั่นแรกกับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ก็จัดการทำไปถึง 17 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 39 นัด พร้อมยิงไป 9 ประตู ส่วนปีก่อน ยิ่งดีวันดีคืน กดตาข่ายคู่แข่งไปมากถึง 16 ลูก กับอีก 24 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ และ แน่นอน ออสการ์ เอง ก็เป็นคีย์แมนนำ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ เช่นเดียวกัน

RELATED NEWS