อีกเพียง 2 เกม! บทสรุปพรีเมียร์ลีก หลังจบสัปดาห์ที่ 36

อีกเพียง 2 เกม! บทสรุปพรีเมียร์ลีก หลังจบสัปดาห์ที่ 36

ใกล้ปิดฤดูกาลเข้าไปทุกที เดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 36 ของฤดูกาลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บทสรุปพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ การลุ้นทั้งแชมป์ ท็อป 4 แม้แต่ที่ 7 หรือหนีตกชั้นยังคงเข้มข้น มาดูกันว่าผ่าน 36 นัดในศึกพรีเมียร์ลีก ผลงานโดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง

1. การลุ้นแชมป์

ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกไปเฉือน เบิร์นลี่ย์ 1-0 คว้า 3 คะแนน ส่ง เรือใบ ทะยานกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงตารางได้อีกครั้ง ถึงตรงนี้กับอีก 2 เกมที่เหลือต้องบอกว่าดูเหมือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะได้เปรียบกว่า ลิเวอร์พูล อยู่เล็กน้อย และก็มีสิทธิ์ที่พวกเขาจะคว้าชัยชนะในเกมที่เหลือทั้งหมด เรียกได้ว่าแฟน ลิเวอร์พูล เริ่มทำใจยอมรับและปล่อยวางกันบ้างแล้วพวกเขาอาจจะต้องรอแชมป์ลีกกันต่อไป อย่างไรก็ตามฟุตบอลลูกกลม ๆ อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ หาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดก็เท่ากับหยิบยื่นโอกาสให้ ลิเวอร์พูล ทันที เรียกว่ายังไม่แน่นอนและยังคงเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับบีบหัวใจแฟนบอลทั้ง 2 ทีมทุกขณะ อีก 2 นัดที่เหลือริบบิ้นสีฟ้าหรือสีแดงที่จะถูกติดบนถ้วยพรีเมียร์ลีกคงต้องติดตามกัน

2. การลุ้นท็อป 4

การลุ้นท็อป 4 พรีเมียร์ลีก การแย่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันระหว่าง 4 ทีมท็อป 6 พรีเมียร์ลีก ยังคงเข้มข้นไม่แพ้ลุ้นแชมป์ ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้โชคดีที่ โควต้าฟุตบอลถ้วยยุโรปจะหล่นมาถึงอันดับที่ 6 ซึ่งอันดับที่ 6 จะมีสิทธิ์ได้เข้ารอบคัดเลือก ยูฟ่า ยูโรป้าลีกด้วย เพราะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกคัพ แต่พวกเขาได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนแล้วสิทธิ์เลยตกมาเป็นของ อันดับ 6 อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์นี้ที่ 3, 4, 5 และ 6 ต่างผลัดกันพลาดท่า เหมือนไม่มีใครอยากไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันซะอย่างนั้น ในเหล่าทีมลุ้นท็อป 4 มี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ที่โคจรมาพบกันและแบ่งแต้มกันไป ส่วนอีก 2 จากลอนดอนอย่าง สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล ทีมพลาดท่าพ่ายทั้งคู่ สถานการร์ในตอนนี้ สเปอร์ส รั้งอันดับที่ 3 ตารางคะแนน มี 70 แต้ม เรียกได้ว่าค่อนข้างได้เปรียบที่สุด ตามมาด้วย เชลซี อันดับ 4 มี 68 แต้ม และ อาร์เซน่อล อันดับ 5 มี 66 แต้ม ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งที่ 6 ตารางมี 65 แต้ม จากสถานการณ์ ดูเหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะงานหนักสุดหลังจากนี้ แต่ทว่าคะแนนทั้งหมดยังไม่หนีห่างกันมากนัก ดังนั้นยังคงมีหวังกันทุกทีม หลังจากนี้ใครพลาดก็ร่วงจากท็อป 4 ได้เลย สนุกเข้มข้นไม่แพ้การลุ้นแชมป์จริง ๆ

3. แย่งอันดับ 7

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้การแย่งอันดับบนตารางคะแนนเข้มข้นทุกอันดับจริง ๆ ไม่เว้นแม้แต่อันดับที่ 7 เนื่องจากฤดูกาลนี้ หาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ในรอบชิงชนะเลิศ ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ โควต้ารอบคัดเลือก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก จะหล่นลงมาถึงที่ 7 ทันที ดังนั้นทีมอันดับที่ 7-10 ยังคงขับเคี่ยวเพื่อแย่งอันดับที่ 7 รอโชคหล่นทับ ซึ่งล่าสุด เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ อาร์เซน่อล คว้า 3 แต้มทำให้พวกเข้าขึ้นมารั้งอันดับ 8 ตารางคะแนนทำแต้มไล่จี้ตูด วูล์ฟแฮมตัน เหลือเพียง 3 แต้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด และ เอฟเวอร์ตัน เองก็ตามจี้ตูดหายใจรดต้นคออยู่ไม่ห่าง ทั้งนี้หากพูดถึงการลุ้นที่ 7 ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังคงต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดและจบอันดับ 7 ตารางให้ได้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ จึงกลายเป็นความหวังของหมู่บ้านสาวก ลิเวอร์พูล ไปเรียบร้อย เนื่องจากพวกเขามีคิวดวล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ซึ่งแฟน ลิเวอร์พูล ก็หวังเล็ก ๆ ว่า ร็อดเจอร์ส จะกลับมาทำสิ่งที่ค้างคาไว้ให้สำเร็จ

4. หนีตกชั้น

ทางด้านท้ายตาราง น่าเสียดาย ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ต้องบอกลาเวทีพรีเมียร์ลีกไปเล่นใน แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้าเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับ ฟูแล่ม ที่ได้โอกาสขึ้นมาโลดแล่นพรีเมียร์ลีกแค่ฤดูกาลเดียวก็ต้องกลับลงไปสู้ใน แชมเปี้ยนชิพใหม่ ส่วนอีก 1 ที่นั่งจะเป็นของทีมไหนยังไม่ได้บทสรุปแต่จากสถานการณ์แล้ว คาร์ดิฟฟ์ มีสิทธิ์สูงที่จะโบกมือลาพรีเมียร์ลีก แต่ทว่าในเมื่อแต้มยังไม่ขาดจากอันดับที่ 17 คาร์ดิฟฟ์ ก็ยังมีหวัง จากตารางคะแนน ในตอนนี้ กลายเป็น ไบรท์ตัน และ คาร์ดิฟฟ์ ที่ต้องมาลุ้นหนีตกชั้น เนื่องจาก เบิร์นลี่ย์ อันดับที่ 15 ตารางจะรอดตกชั้นแล้ว รวมไปถึง เซาธ์แฮมป์ตัน อันดับที่ 16 ของตารางคะแนน ก็รอดตกชั้นแล้วเช่นกันเนื่องจากมี 38 แต้ม สถานการณ์ตอนนี้ทางด้าน ไบรท์ตัน อันดับที่ 17 ได้เปรียบ คาร์ดิฟฟ์ มากทีเดียว พวกเขาต้องการ 3 แต้มในเกมหน้า โดยไม่ต้องสนใจผลของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ก็จะรอดตกชั้นทันที แต่ถ้าหากพวกเขาคว้า 3 คะแนนไม่ได้ก็ต้องไปลุ้นให้ คาร์ดิฟฟ์ พลาดท่าไม่สามารถคว้าได้สักคะแนนเดียวในนัดหน้า คาร์ดิฟฟ์ ก็จะโบกมือลา พรีเมียร์ลีก ทันที หรือหากพวกเขาเก็บได้ 1 แต้ม แล้ว คาร์ดิฟฟ์ ก็เก็บได้เพียง 1 แต้ม คาร์ดิฟฟ์ ก็จะตกชั้นเช่นกัน ทีมใดจะต้องโบกมือลาพรีเมียร์ลีกเหลือโอกาสให้พวกเขาดิ้นรนอีก 2 นัดเท่านั้น

5. ดาวซัลโว

การลุ้นดาวซัลโว รองเท้าทองคำ ในฤดูกาลนี้ยังคงเข้มข้น ล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำเดี่ยวดาวซัลโว โดยยิงไปแล้ว 21 ประตู แต่ทว่า ซาดิโอ มาเน่ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ อันดับ 2 ร่วมก็ยิงไล่ตามมาติด ๆ ที่ 20 ประตู นอกเหนือจากนี้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง อันดับที่ 3 ก็ไล่จี้มาโดยยิงไปแล้ว 19 ประตู ส่วนที่โผล่มาอีกคนคือ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ล่าสุดยิงใส่ อาร์เซน่อล 2 ประตู ก็ขยับมารั้งที่ 4 ดาวซัลโวด้วยการซัดไปแล้ว 18 ประตู แน่นอนว่าตอนนี้ วาร์ดี้ กลายเป็นอีกความหวังของหมู่บ้านแฟน ลิเวอร์พูล ไปเรียบร้อย เพราะนัดหน้า เลสเตอร์ ซิตี้ จะมีคิวดวลจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และด้วยสถิติการชอบยิงทีมใหญ่ของ วาร์ดี้ ด้วยแล้ว แฟนหงส์แดงต่างบอกว่ายิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนนำดาวซัลโวไปเลยก็ได้ ขออย่างเดียว ยิงช่วย เลสเตอร์ ซิตี้ คว้า 3 แต้มที

เรียกได้ว่าฤดูกาลนี้ พรีเมียร์ลีก ชุ้นกันสนุกเข้มข้นทุกอันดับบนตารางคะแนนจริง ๆ ส่วนบทสรุปจะเป็นอย่างไรอีกไม่นานแฟนบอลคงได้รู้กัน

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS