ส่อง 4 รังเหย้า ที่ทีมช้างศึกต้องไปเยือน ในบอลโลก รอบคัดเลือก

ส่อง 4 รังเหย้าคู่แข่งทีมชาติไทย ในรอบคัดเลือกบอลโลก สายจี ไปดูกันว่าทีมช้างศึกจะต้องออกไปเยือนที่สนามไหนบ้าง

นับถอยหลังสู่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ซึ่งทีมช้างศึกของเราก็จะประเดิมสนามในรอบนี้ด้วย สำหรับการจับสลากแบ่งสายก็คงจะรู้กันหมดแล้ว ทีมชาติไทย อยู่ร่วมสาย จี กับ เวียดนาม, อินโดนิเซีย, ยูเออี และ มาเลเซีย เรียงตามคู่แข่งที่เราจะต้องเจอก่อนหลัง

โดยมีโปรแกรม ดังนี้

โดยเรื่องที่เราจะมาว่ากันก็คือเรื่องสนามแข่งขัน โดยในรอบนี้จะแข่งขันแบบเหย้า-เยือน ซึ่งทุกทีมก็จะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องสนามแข่งขันเพื่อเตรียมรับมือคู่แข่งที่จะต้องมาเยือน

ในส่วนของทีมชาติไทย ถ้าไม่ติดขัดอะไรสนามเหย้าของเราก็คือ “ราชมังคลากีฬาสถาน” แต่ในช่วงโปรแกรม 2 นัดแรกที่เราจะเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งจะต้องเจอเวียดนาม วันที่ 5 ก.ย. และเจอยูเออี วันที่ 15 ต.ค. โดยนัดแรกกับเวียดนามเราไม่ได้เตะที่ราชมังฯ แน่นอน เนื่องจากปิดปรับปรุง ส่วนเกมนัดสองก็มีลุ้นว่าอาจจะได้กลับมาเล่นที่เมืองหลวง

โดยตอนนี้มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เกมพบเวียดนาม จะเล่นที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ส่วนเกมกับยูเออี ถ้าราชมังฯ เสร็จไม่ทันก็อาจจะลงใต้ไปที่สนามติณสูลานนทร์ จ.สงขลา ซึ่งทั้งหมดก็ต้องรอการยืนยันจากสมาคมฯ อย่างเป็นทางการ อีกครั้ง

เรื่องสนามเหย้าของไทย ก็รอกันไปก่อน ส่วนรังเหย้าที่ทีมชาติไทยต้องออกไปเยือน 4 แมตช์ด้วยนี่สิน่าสนใจ ซึ่งดูแล้วทุกชาติก็น่าจะใช้สนามหลักของประเทศตัวเองเป็นรังเหย้า อยู่แล้ว เราลองไปดูกันว่าคู่แข่งของเราใช้สนามไหนกันบ้าง

เริ่มที่เวียดนาม

ทีมดาวทอง ถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของทีมชาติไทย ในการเบียดลุ้นรองแชมป์กลุ่มในการเข้ารอบต่อไป โดยสนามเหย้าของพวกเขาคือ สนามกีฬาแห่งชาติหมีดิ่ญ ตั้งอยู่ในกรุงฮานอย มีความจุอยู่ที่ 40,000 ที่นั่ง โดยเกมล่าสุดที่ทีมชาติไทยไปเยือนสนามแห่งนี้ เราทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ด้วยการบุกไปถล่ม 3-0 ในบอลโลก รอบคัดเลือก รอบเดียวกันนี้ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยในครั้งนี้เราจะต้องบุกไปเยือนที่นี่อีกครั้งในวันที่ 19 พ.ย.62 ก็หวังว่าเราจะทำผลงานได้ดีเหมือนในเกมนั้น

อินโดนิเซีย

มาที่ทีมอิเหนา กับ สนามเกโลร่าบังการ์โน่ หรือชื่อเก่าเสนายัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่สวยและเป็นสนามขนาดใหญ่ในอาเซียน เป็นสนามที่ทีมชาติไทยไม่ค่อยชอบไปเยือนสักเท่าไหร่ สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา มีความจุ 77,000 ที่นั่ง โดยเกมล่าสุดที่เราไปเล่นที่สนามแห่งนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ในซูซูกิ คัพ รอบแรก ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ปรับปรุงใหม่ จุ 65,000 ที่นั่ง ไทยแพ้ไป 2-1

ส่วนเกมที่เราไปเยือนอินโดฯ ล่าสุดในรอบชิงซูซูกิ คัพ เมื่อปี 2016 ครั้งนั้นไปเล่นที่สนามปากันซารี่ ในเมืองโบกอร์ สนามนั้นจุแค่ 30,000 ซึ่งเราก็บุกไปแพ้ 2-1 เช่นกัน ดังนั้นเกมเยือนอินโดฯ ไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน โดยในบอลโลกครั้งนี้ เราจะไปเยือนอิเหนา ในวันที่ 10 ก.ย.นี้

ยูเออี

มาที่สนามเหย้าของทีมเต็งของกลุ่มอย่าง “ฮัซซ่า บิน ซาเยด สเตเดี้ยม” ของ ยูเออี สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองอัล ไอน์ ชื่อเมืองก็บอกอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกว่าเป็นรังเหย้าของทีมอะไร ความจุอยู่ที่ 26,000 ที่นั่ง ไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่สนามสวยงาม และค่อนข้างทันสมัย โดยเกมล่าสุดที่ไทยไปเยือนสนามแห่งนี้ก็คือในเอเชี่ยน คัพ 2019 รอบแรก เมื่อต้นปี ซึ่งเรายันเสมอได้ 1-1 ก็ต้องมาดูว่าการกลับไปที่นั่นอีกครั้ง จะทได้ดีหรือไม่ โดยในบอลโลก ครั้งนี้เราจะออกไปเยือนในวันที่ 4 มิ.ย.63

มาเลเซีย

ปิดท้ายกันที่สนาม สนามบูกิต จาลิล สนามกีฬาแห่งชาติของเสือเหลือง มาเลเซีย ซึ่งถือเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีความจุเรือนแสนแต่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 87,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ สนามแห่งนี้แฟนบอลไทยคุ้นชื่อคุ้นหูกันดี แต่ในการออกไปเยือนใน 2 เกมล่าสุดเราไม่สามารถเอาชนะได้ เกมล่าสุดก็คือในซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก โดยเราบุกไปเสมอ 0-0 โดยในบอลโลก ครั้งนี้ เราจะออกไปเยือนมาเลเซีย ในวันที่ 14 พ.ย.นี้

RELATED NEWS