เปิดใจยอมรับ! 4 ข้อดีของการมี VAR

22 ส.ค. 2019

เปิดใจยอมรับ! 4 ข้อดีของการมี VAR

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเริ่มใช้เทคโนโลยี VAR ในฤดูกาลนี้ ก็ทำให้เทคโนโลยีถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง เพราะแค่ 2 สัปดาห์แรก ก็มีเหตุให้ต้องพูด ต้องถกถึงข้อดีและข้อเสียของมันแล้ว

แน่นอนว่ามีทั้งฝ่ายที่ชอบและไม่ชอบ แต่ในเมื่อเราเป็นแค่แฟนบอล ยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ฉะนั้นเรามามองข้อดีของมันกันเถอะเน๊อะ และนี่คือ 4 ข้อดีของการมี VAR

1.ยุติธรรม

แน่นอนว่าทุกทีมต้องเคยเสียผลประโยชน์จากการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน บางทีการตัดสินผิดพลาดครั้งเดียว อาจส่งผลถึงการประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ในบั้นปลายฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นอย่างที่เราทราบกันว่าข้อดีที่สุดอันดับ 1 ของเทคโนโลยี VAR ก็คือการทำให้ความยุติธรรมมันบังเกิดขึ้นในโลกลูกหนัง และนักเตะ โค้ช หรือแฟนบอลก็ไม่สามารถเถียงหรือตั้งข้อกังขาได้ เพราะมีภาพช้าให้ดูกันเต็มๆ

ในส่วนของผู้ตัดสินเองก็ถือว่าได้ประโยชน์ด้วย เพราะมีผู้ช่วยเป็น VAR จะได้ไม่ต้องถูกแฟนบอลกล่าวหาว่าเป่าเข้าข้างทีมนู้นทีมนี้ หรือลำเอียง แล้วไอ้คำว่าทีมโน้นทีมนี้ซื้อกรรมการ ไลน์แมนตาถั่วยกธงมั่ว ก็จะได้ไม่ต้องมาพูดกันอีก

2.ไม่ได้หยุดเกมนานอย่างที่คิด

ต้องยอมรับตามตรงว่าก่อนที่ VAR จะถูกนำมาใช้ มีหลายฝ่ายมากที่โจมตีว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้เสน่ห์ของฟุตบอลมันหมดไป และก็เสียเวลาต้องมาหยุดเกมดูภาพช้ากันอีก ยืดเยื้อไร้ซึ่งความสนุก แต่จากการพัฒนาระบบ พัฒนาการตัดสินให้มี ผู้ตัดสินที่ 5 เป็นทีมดู VAR ก่อนจะส่งสัญญาณมาให้ ผู้ตัดสินที่ 1 ในสนาม ก็ทำให้ลดจำนวนการหยุดดูไปได้มาก ดูเฉพาะจังหวะสำคัญๆ ที่ทางผู้ตัดสินที่ 5 ส่งมาให้

โดยในจังหวะที่ผู้ตัดสินหลักวิ่งไปดูภาพช้า มันก็ไม่ได้นานมากอย่างที่เรากังวลกันในตอนแรก แลกกับความยุติธรรมแล้วถือว่าคุ้ม ยิ่งหากเป็นจังหวะปัญหาหนักๆ ถ้าไม่มี VAR นักเตะก็เข้ามาเถียงมารุมประท้วงผู้ตัดสิน หรือกระทบกระทั่งกันเอง เผลอๆ กินเวลามากกว่าการดู VAR ด้วยซ้ำ

3.ขจัดพวกชอบเล่นนอกเกม และ พุ่งล้ม

บ่อยครั้งที่ผู้ตัดสินไม่ทันเห็นจังหวะเล่นนอกเกม หันมาอีกทีก็เห็นนักเตะร่วงลงไปนอนกับพื้นแล้ว แต่จะควักใบเหลืองหรือแดงให้คนที่ทำก็ไม่ได้ เพราะไม่เห็นเหตุการณ์กับตาตัวเอง แต่เมื่อมี VAR เข้ามาช่วย แข้งจอมตุกติกทั้งหลายก็ต้องระวังมากขึ้นก่อนจะทำอะไร เพราะแม้ผู้ตัดสินจะไม่เห็น แต่ VAR เห็น และสโลภาพช้าให้เห็นกันชัดๆ ว่าเจตนาหรือไม่

ยกตัวอย่างเคสล่าสุดของ เวย์น รูนี่ย์ ที่เพิ่งโดนใบแดงสดๆ ร้อนๆ จากการชักศอกใส่หน้าคู่แข่ง ในเกมที่ ดีซี ยูไนเต็ด แพ้ นิวยอร์ค เร้ดบลูส์ ไป 2-1 ตอนแรกผู้ตัดสินก็ปล่อยให้เล่นต่อแล้ว แต่ก็ย้อนกลับมาดู VAR และ “หมูรูน” ก็ไม่รอด พวกชอบพุ่งล้มก็เช่นเดียวกัน น่าจะมีน้อยลงเยอะ

4.เพิ่มความตื่นเต้น

ข้อนี้บางคนอาจจะมองเป็นข้อดี บางคนก็อาจจะมองเป็นข้อเสีย ยกตัวอย่างเช่น ผมเป็นแฟนบอล แมนฯ ยู ตอนที่ รูเบน เนเวส ซัดไกลสุดสวยตีเสมอให้ วูล์ฟ ไล่เจ๊า “ปีศาจแดง” 1-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมก็เซ็งเป็ดไปแล้ว แต่จู่ๆ ก็ได้ลุ้นอีกกระทอกเว้ยว่ามันล้ำหน้ารึป่าวจากการดู VAR สุดท้ายแม้ว่าประตูจะไม่ได้ถูกยกเลิก แต่มันก็เพิ่มความตื่นเต้น ถือเป็นอีกเสน่ห์ของการดูบอลสมัยนี้นะ

แต่อย่างที่บอกข้อนี้ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ บ้างก็มองว่ามันไม่เห็นจะตื่นเต้นตรงไหนเลย บางทีมเฮไปแล้ว ต้องเฮเก้อเพราะ VAR ยกตัวอย่างเช่นประตูของ กาเบรียล เฆซุส ในช่วงทดเจ็บที่ แมนฯ ซิตี้ เสมอ สเปอร์ส เป็นต้น แต่ก็นั่นแหละ เทคโนโลยีมันเข้ามาแล้ว และหลายลีกใหญ่ก็ใช้กันแล้ว ฉะนั้นเราในฐานะแฟนบอลก็คงทำอะไรไม่ได้ ใครไม่ชอบก็ต้องทำใจยอมรับมัน เหรียญมี 2 ด้านเสมอ แต่ในเมื่อเราต่อต้านไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะ แล้วมองแต่ข้อดีของมันละกันเน๊อะ จะได้ดูฟุตบอลอย่างมีความสุข

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS