ย้อนรอยฝ่าวิกฤติ! ไทยกระชากเหรียญทองจากอินโดบอลซีเกมส์97

ก่อนทีมชาติไทยพบอินโดนีเซีย ในการคัดบอลโลก 2022 รอบ 40 ทีมนัดที่ 2 สายจี ทีมงานขอบสนามได้หยิบแมตซ์คลาสสิกการเจอกันของทั้ง 2 ชาติในรอบชิงชนะเลิศ ซีเกมส์ 1997 ซึ่งไทยต้องฝ่าความวุ่นวายรอบสนามจากแฟนบอลและลูกหนักของผู้เล่นเจ้าถิ่นก่อนจะชนะในการดวลจุดโทษกระชากเหรียญทองออกจากสนามเสนายัน

ทีมงานขอบสนามขอย้อนรอยการเจอกันระหว่างทีมชาติไทยพบอินโดนีเซีย โดยนำเหตุการณ์ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ 1997 (พ.ศ.2540)  เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ณ สนามเสนายัน ที่ในชื่อปัจจุบันคือเกโรล่า บุงกาโน่

ทีมชาติไทยในชุดสีน้ำเงิน ในเวลานั้นพกดีกรีแชมป์เหรียญทอง 2 สมัยมาเจอกับอิเหนาจอมเจ้าเล่ห์

11 ผู้เล่นทีมชาติไทยในชุดนั้นภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล

ผู้รักษาประตู : วัชรพงษ์ สมจิตร

กองหลัง : กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, สุรชัย จิรศิริโชติ, นที ทองสุขแก้ว,ดุสิต เฉลิมแสน

กองกลาง : เสนาะ โล่งสว่าง, วรวุฒิ ศรีมะฆะ, ตะวัน ศรีปาน,ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล

กองหน้า : ชายชาญ เขียวเสน,เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

โดยก่อนเริ่มเกมทางคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าหากมีเหตุการณ์ความวุ่นวายในสนามผู้เล่นไทยจะวอล์กเอาท์ทันที

ในเวลานั้นสนามเสนายันยังไม่มีการติดตั้งที่นั่ง ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นแห่กันเข้ามา 1 แสนคน  และเกมนัดนั้นสร้างปรากฎการณ์ให้ชาวอินโดนีเซียต้องหยุดงานกันแทบทั้งประเทศเพื่อลุ้นให้พวกเขาล้มทีมชาติไทยและคว้าเหรียญทอง

ความวุ่นวายเริ่มตั้งแต่การแย่งตั๋วเข้าสนาม แม้สนามจะจุได้ถึงหนึ่งแสนคน แต่บัตรเข้าชมก็จำหน่ายหมดในพริบตา กองเชียร์เจ้าถิ่นรอบสนามเริ่มก่อจราจรเพื่อพยายามเข้าไปในสนามให้ได้ เดือดร้อนฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องห้ามทัพกันวุ่นวาย

การแข่งขันเริ่มต้นไป ท่ามกลางเสียงโห่ สิ่งของ เช่น ก้อนอิฐ ขวด และอะไรที่หามาปาได้ พวกเขาพร้อมจะปาใส่นักเตะไทยทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อได้ลูกเตะมุมหรือลูกทุ่มข้างสนาม ซึ่งดุสิต เฉลิมแสน และธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล 2 ผู้เล่นไทยที่รับหน้าที่เตะมุมเจอหินที่ขว้างเข้ามาโดนแขน

ความโกลาหลเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วงพักครึ่งแรกกองเชียร์อินโดกลุ่มหนึ่งเริ่มพังข้าวของ รั้วกั้น ต่อด้วยการเผาที่นั่งบนอัฒจันทร์ แม้เจ้าหน้าที่พยายามระงับเหตุแต่ก็กินเวลาช่วงพักครึ่งแรกนานกว่า 30 นาที สุดท้ายทีมชาติไทยยอมลงแข่งขันต่อจนมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 30 จากชาญชัย เขียวแสน ซึ่งหลังจากนั้นแฟนบอลอิเหนามีอารมณ์ร่วมกับเกมไทยรักษาสกอร์ที่นำได้ 1-0

ครึ่งหลังทีมชาติไทยที่ต้องลงเล่นท่ามกลางความผวาว่าแฟนบอลเจ้าถิ่นจะก่อเรื่องอะไรอีก และนาที 48 อินโด มาตามตีเสมอจาก คูร์เนียวาน ดวิ ยูเลียนโต้  ก่อนจะลงเอยด้วยผลเสมอและต้องไปต่อเวลาหาผู้ชนะ แต่ยังไม่มีฝ่ายไหนทำประตูกันได้ ทำให้ต้องดวลลูกจุดโทษตัดสิน

ปรากฏว่า ผู้เล่นไทย 4 คน คือเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, ตะวัน ศรีปาน และ ดุสิต เฉลิมแสน เป็นเพชรฆาตที่ยิงเข้าหมด ส่วนอินโดตกม้าตาย ยิงเข้าแค่ 2จาก 4 คน

สุดท้ายแล้วทีมชาติไทยเฉือนชนะไปได้ บรรยากาศในสนามเสนายันเงียบสงัดภายใต้กองเชียร์กว่าแสนคน เจ้าหน้าที่เริ่มไล่ต้อนแฟนบอลเจ้าถิ่นออกจากสนามจนหมด หรือเพียงนักเตะไทยรับเหรียญทอง แต่ก็ไม่สามารถออกจากสนามได้ เพราะแฟนบอลเหล่านั้นรวมตัวกันดักรอหน้าสนาม และกลายเป็นสงครามขนาดย่อม กว่าจะเคลียร์พื้นที่ออกจากสนามกลับเข้าที่พักใช้เวลารอคอยร่วมสามชั่วโมง

นับเป็นชัยชนะที่นักเตะชุดนั้นบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า โคตรวิกฤติและอันตรายที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติของพวกเขาเลยก็ว่าได้

 

ขอบคุณภาพวิดีโอประกอบ กีฬาเดลินิวส์ และภาพนิ่งจากฟุตบอลสยาม

RELATED NEWS