ชำแหละ! 5 เรื่องเด่นของ ผีแดง หลังผ่าน 10 นัดแรก

ชำแหละ! 5 เรื่องเด่นของ ผีแดง หลังผ่าน 10 นัดแรก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านไปแล้ว 10 เกม แชมป์ 13 สมัยอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานไม่ค่อยจะสู้ดีนัก กระท่อนกระแท่น บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะเหี้ยก็โคตรเหี้ยเลย ตอนนี้เก็บไป 13 คะแนน จากการชนะ 3 เสมอ 4 แพ้ 3 ยิงได้ 13 เสีย 10 รั้งอันดับ 7 ของตาราง

ฉะนั้นในเมื่อผ่านมาเกิน 1 ส่วน 4 ของฤดูกาลแล้ว วันนี้ “ขอบสนาม” จึงมาขอลองชำแหละ 5 เรื่องเด่นของ “ปีศาจแดง” หลังผ่าน 10 นัดแรกกันสักหน่อยดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

ใครดับสุด?

สารภาพเลยว่าลังเลอยู่นานว่าจะเลือกใครดีที่ทำตัวน่าผิดหวังที่สุด เพราะมีหลายคนเหลือเกินที่อยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็น เฟร็ด, อันเดรส เปร์เรยร่า หรือ อาจารย์ ยัง แต่ปัญหาคือ 2-3 นัดหลัง ไอ้ 3 ตัวบาทที่ว่ามานี้ มันดันเล่นดีขึ้นผิดหูผิดตาซะงั้น ระหว่างที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกใคร บัดดลชื่อของ เจสซี่ ลินการ์ด ก็ผุดขึ้นมา เอ้า ไอ้ชิพหาย กูแทบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามึงอยู่ทีมนี้ด้วย ฉะนั้นคนที่ทำตัวน่าผิดหวังที่สุดตลอด 10 นัดที่ผ่านมา คงเป็นใครไปได้ มึงนี่แหละ ลินการ์ด!!!

ก่อนเปิดซีซั่น ลินการ์ด ถูกวางให้เป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวจริงของทัพ “ปีศาจแดง” แต่ดันทำผลงานได้ส้นตีนมาก ไร้ประโยชน์ ไร้มิติ จ่ายบอลห่วย ยิงเหี้ย หวงบอล ฟอร์มแย่ จนในที่สุดก็ถูกดรอปเป็นตัวสำรอง และก็ยังมาโดนอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปช่วงนึงด้วย นับว่าเป็นนักเตะที่แย่ที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังผ่านไป 10 นัด

ใครเด่นสุด?

แม็คโทมิเนย์
AFP

หัวข้อนี้ก็เลือกยากไม่แพ้กับ ใครดับสุดเลย เพราะถ้าเอาจริงๆ คนที่ทำผลงานได้โดดเด่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วง 10 นัดที่ผ่านมา ก็น่าจะมี 3 คน คือ ดาเนียล เจมส์, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า ซึ่งสุดท้ายผมก็ขอเลือก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ละกัน

สาเหตุก็เพราะ กองกลางทีมชาติสก็อตต์แลนด์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ “ปีศาจแดง” ทั้ง 10 เกม และทำผลงานได้ค่อนข้างคงเส้นคงวา คุมเกมแดนกลางได้ดี มีสอดมาทำประตูได้ด้วย บู๊ สู้ไม่ถอย ดุดัน แม้จะมีบางจังหวะที่ช้า ไม่ทันเกมไปบ้าง แต่ของแบบนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุดเลยคือเป็นลูกหม้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด มี DNA ผีแดง อยู่เต็มตัว

3 แข้งใหม่เป็นไงบ้าง?

150 ล้านปอนด์ คือเม็ดเงินที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควักจ่ายไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อคว้าตัว ดาเนียล เจมส์ มาจาก สวอนซี, อารอน วาน-บิสซาก้า จาก คริสตัล พาเลซ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จาก เลสเตอร์ ซิตี้ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง. ..ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ สำหรับ ดาเนียล เจมส์ ถือว่าถูกอย่างกะขี้ เพราะอีน้องนี่เล่นได้โคตรดี มีความเร็ว ขยัน ทุ่มเท เล่นได้ทั้งปีกซ้ายและขวา ยิงก็ดี เปิดบอลก็ได้ เรียกได้ว่าโคตรคุ้ม ยึดตำแหน่งตัวจริงไปยาวๆ

ส่วน 50 ล้านปอนด์ ที่ “ปีศาจแดง” จ่ายให้ พาเลซ เพื่อ วาน-บิสซาก้า ตอนแรกก็โดนด่าว่าบ้ารึป่าว ซื้อแบ็กขวาจากทีมกลางตาราง ด้วยค่าตัวขนาดนี้ ทว่า วาน-บิสซาก้า ก็สยบเสียงวิจารณ์ต่างๆ ด้วยฟอร์มการเล่นในสนาม จุดเด่นของเขาคือการดักบอล และการเสียบสกัดที่แม่นยำ สมฉายา “ไอ้แมงมุม” เรียกได้ว่าตอบโจทย์และแก้ปัญหาแบ็กขวาที่ ยูไนเต็ด ตามหามานานจนได้ อายุก็เพิ่งจะ 21 ปี ใช้งานกันไปอีกยาวๆ

ปิดท้ายด้วย กองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก 85 ล้านปอนด์ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ประเดิมสนามเปิดซิงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยมพาทีมชนะ เชลซี 4-0 ซึ่งเกมนั้นพี่แกเล่นได้โคตรดี จนถูกยกไปเทีบกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ทว่าหลังจากนั้นก็มีบ้างที่หลุด มีบ้างที่พลาด เหมือนจะยังต้องใช้เวลาปรับจูนกับเพื่อนร่วมทีมใหม่สักพัก เนื่องจาก ปรี-ซีซั่น ก็ไม่ได้ไปกับเพื่อนๆ ซึ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเริ่มจูนกับคู่หูอย่าง วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ได้ดีขึ้นแล้ว แต่ค่าตัวมหาศาลที่แบกไว้ก็ถือเป็นความกดดันที่มากโขอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นต้องรอดูต่อไปว่า แม็คไกวร์ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของ ยูไนเต็ด หรือไม่

ฝึกยิงจุดโทษหน่อยมั้ย?

หลังผ่านไป 10 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลูกโทษไปแล้วถึง 6 ครั้ง จนโดนแซวว่าเป็น “แชมป์จุดโทษ” อย่างไรก็ตาม 6 ครั้งที่ได้ กลับแปรเปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น มาร์คัส แรชฟอร์ด พลาด 2 หน ปอล ป็อกบา กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็พลาดไปคนละดอก คำถามคือถ้า 3 ตัวนี้อยู่ในสนามพร้อมกัน ครั้งหน้าใครจะยิง?

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่มีความเด็ดขาด เพราะน้าแกบอกเองว่าให้นักเตะตัดสินใจกันเอง ใครมั่นใจก็ไปยิง แต่ตอนนี้แม่งไม่ค่อยจะมีใครมั่นใจแล้ว ยิ่งเกมกับ นอริช ได้ลูกโทษ 2 ลูก แต่ไม่เข้าเลย ยิ่งทำให้หลอนไปกันใหญ่ บางทีคนอาจจะคิดถึง ฆวน มาต้า แต่ระยะหลัง มาต้า ก็แทบไม่ได้ลงด้วยซ้ำ ฉะนั้นทางออกของปัญหานี้ ผมว่าไม่ได้อยู่ที่ใครยิงแล้วหละครับ มันอยู่ที่พวกมึงทั้ง 3 ตัว ช่วยไปตกลงเลือกเบอร์ 1 ในมือสังหารสักที ไม่ใช่เวียนเทียนสลับกันแบบนี้ เพราะหากคุณรู้ตัวว่าคุณคือเบอร์ 1 คุณก็จะมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น คุณต้องหมั่นไปฝึกฝนยิงจุดโทษให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วเดี๋ยวผลลัพธ์มันก็จะออกมาดีเองนั่นแหละครับ

แผนไหนดี?

4-2-3-1 คือระบบที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ติดตั้งให้ทัพ “ปีศาจแดง” ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และก็เปิดหัวได้สวยด้วยการถล่ม เชลซี ไป 4-0 พูลสวัสดิ์ ทว่าสิ่งที่ตามมาต่อจากนั้นนี่สิ มันคือหายนะดีๆ นั่นเอง ผลงานถัดจากนั้นมาเป็นอย่างไร คงไม่ต้องพูดซ้ำ ทุกท่านน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว

จนกระทั่งเกมนัดที่ 9 ของฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของคู่อริตลอดกาลที่ตอนนี้มีดีกรีเป็นจ่าฝูงนั่นก็คือ ลิเวอร์พูล ด้วยสภาพทีมและฟอร์มการเล่น ณ ตอนนั้น ใครๆ ก็คิดว่า “ผีแดง” คงโดน “หงส์” ไล่จิกตายห่าคาหลุมแน่ๆ ทว่า โซลชา ก็ทำเซอร์ไพร้ส์ จัดทีมมาในระบบ 3-4-3 เล่นเอาแผนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เตรียมมาใช้ไม่ได้ผล และเป็น “ปีศาจแดง” ที่เล่นได้ดีผิดคาดจนสุดท้ายก็หยุดสถิติชนะรวดของ ลิเวอร์พูล เอาไว้ได้

หลังจบเกม ด้วยฟอร์มการเล่นที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีน ทำให้มีหลายคนพูดถึงระบบหลัง 3 ตัว ว่ามันอาจจเป็นแผนที่ลงตัวสำหรับ ยูไนเต็ด ชุดนี้ก็เป็นได้ “น้าลูกอม” ดูติดใจใช้ระบบหลัง 3 อีกครั้งในเกม ยูโรปาลีก ซึ่งแม้โดยรวมจะเล่นไม่ดี แต่ก็บุกไปเก็บ 3 คะแนนด้วยการเอาชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด มาได้ 1-0 อย่างไรก็ตามในเกมล่าสุดที่บุกชนะ นอริช 3-1 ก็กลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 อีกครั้ง แล้วก็ยังเล่นดี ทีนี้มันก็เลยมีคำถามว่าสรุปแผนไหนคือแผนที่ลงตัวที่สุด สำหรับ “ปีศาจแดง” ชุดนี้. .. ก็ต้องรอดูต่อไปนะครับ

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS