5 ประเด็นเด่นของ ลิเวอร์พูล หลังผ่านพรีเมียร์ลีก 10 นัด

01 พ.ย. 2019

5 ประเด็นเด่นของ ลิเวอร์พูล หลังผ่านพรีเมียร์ลีก 10 นัด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางผ่านสัปดาห์ที่ 10 กันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ลิเวอร์พูล ยังคงแข็งแกร่ง ยึดจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น หลังจากพวกเขาพลิกกลับมาเอาชนะ สเปอร์ส ได้ 2-1 ทั้งที่โดนนำไปก่อน นั่นทำให้พวกเขาหนีห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 6 แต้ม ถึงตรงนี้คงไม่ผิดถ้าบอกว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ วันนี้ขอบสนามได้รวบรวมประเด็นเด่นหลังผ่านการเล้นในวีคที่ 10 มาฝากมีอะไรบ้างมาติดตามได้เลย

แนวรุกที่ยังจัดจ้าน 

ในฤดูกาลนี้ 10 นัดที่ผ่านมา 3 ประสานแนวรุก ลิเวอร์พูล ยังคงช่วยกันทำงานล่าต่าข่าย ทำผลงานได้จัดจ้าน สร้างความอันตรายให้กับคู่แข่งได้เช่นเดอม โดย ทำประตูรวมกันไปแล้ว 13 ประตู จาก 23 ประตูที่ ลิเวอร์พูล ยิงได้ในฤดูกาลนี้ มาจาก ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คนละ 5 ประตู ฟีร์มิโน่ 3 ประตู ซึ่งหากจะบอกว่าใครเด่นที่สุดคงไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปก็ดูเหมือนแนวรุกด้อยประสิทธิภาพลงไปกึ่งหนึ่ง เช่นในนัดแดงเดือด ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พลาดลงสนามช่วยทีมเนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บ แม้ว่าสำรองจะช่วยกันขัดตราทัพได้ แต่ประสิทธิภาพความอันตรายของอาวุธทำลายล้างคู่แข่งลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

สำรองที่เปลี่ยนเกมและทดแทนตัวจริงได้ 

นับว่าเป็นฤดูกาลที่ดีของ ลิเวอร์พูล พวกเขามีสำรองที่สามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้ โดยเฉพาะตัวสำรองที่สามารถมาเพิ่มมิติเกมรุกได้ แม้จะไม่ได้เสริมทัพมากมาย นั่นคือการกลับคืนสนามของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน รวมถึง นาบี เกอิต้า ซึ่ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เอง ก็ได้ลงมาสร้างสรรค์โอกาส จากจังหวะการยิงแถวสองให้กับ ลิเวอร์พูล ทั้งที่ขาดหายไปนาน มาเพิ่มมิติในเกมรุกได้ดีทีเดียว ส่วนสำรองคนอื่น ๆ เองก็พร้อมที่จะลงมาช่วยเปลี่ยนเกมด้วยการพังประตูได้เช่น อดัม ลัลลาน่า เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในยามที่ผู้รักษาประตูมือหนึ่งพบเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ อาเดรียน สามารถลงมาทำหน้าที่ช่วยเซฟ ลิเวอร์พูล ได้อย่างยอดเยี่ยม 

แนวรับกับคลีนชีตที่หายไป

ในฤดูกาลนี้ แนวรับ ลิเวอร์พูล อาจจะหลวมไปบ้าง ทำให้ 10 นัดในพรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา เก็บคลีนชีต ได้เพียง 2 นัดเท่านั้น และเสีย 8 ประตู แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการเสียประตูน้อยที่สุดในลีก เทียบเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ อันดับที่ 3 และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อันดับที่ 8 ของตารางคะแนน อย่างไรก็ตามแม้จะเสียประตูเกือบทุกเกมแต่พวกเขาก็ยิงคืนได้ทุกเกม ซึ่งดูเหมือน คล็อปป์ ก็ไม่ได้ซีเรียสกับการเก็บคลีนชีต ขอเพียงแค่ผลชนะ 3 แต้มเท่านั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแนวรับที่ดันขึ้นสูงขึ้น และแบ็คทั้ง 2 ข้างก็เติมเกมบุกตลอดเวลา จึงเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งได้เล่นจังหวะสวนกลับใส่ แต่ทว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ที่ทำประตูใส่ ลิเวอร์พูล ได้ ต้องไม่พลาดโอกาสทอง เพราะเขาอาจมีโอกาสแบบนั้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งมองว่าแม้แนวรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้อาจจะดูหลวม เก็บคลีนชีตไม่ได้ แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เมื่อเล่นเกมบุกดันเกมสูง ซึ่งพวกเขาเสียประตูเพียงแค่เกมละ 1 ประตูเท่านั้น แต่ทว่าต่อจากนี้ต้องมาดูกัน เนื่องจากการยืนเซ็นเตอร์คู่กันระหว่าง โจเอล มาติป และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เข้สขากันดีวันดีคืน แต่ตอนนี้ มาติป เจ็บ และอาจต้องพักรักษาตัวชวดลงสนามถึง 9 เกม รวมเกมบอลถ้วย ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับสำรองอย่าง โจ โกเมซ หรือ เดยัน ลอฟเรน ซึ่งพวกเขามีคิวดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าอีกด้วย 

ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง 2 คน

ช่วง 8 นัดก่อนเกมแดงเดือด อาเดรียน ต้องลงสนามทำหน้าที่มือหนึ่งของทีม แทน อลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่พบปัญหาบาดเจ็บ และเขาไม่ทำให้ผิดหวังโชว์สกิลการป้องกันประตูได้อย่างเหนียวแน่น มีทำพลาดบ้างแต่ต้องบอกว่าถ้า ลิเวอร์พูล ไม่ได้เขาผลการแข่งขันอาจไม่ได้ออกมาสวยงามยังไม่แพ้ใครจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่ามาช่วย ลิเวอร์พูล ได้ทันเวลาจริง ๆ ซึ่งเขาเองก็เข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล ได้ในเวลาอันรวดเร็ว จนจำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไหร่แล้วที่แฟนหงส์แดงสามารถพูดได้เต็มปากว่าใครลงก็ได้ อุ่นใจได้หมด ข้อเสียของ อาเดรียน ที่อาจจะยังดูด้วยกว่า อลิสซอน ก็คือการเปิดบอลกับการใช้เท่าเล่นบอลเท่านั้น ที่เหลือคืออีกหนึ่งผู้รักษาประตูรัะดับท็อปที่สุดของพรีเมียร์ลีกเลยก็กว่าได้ อัตราการป้องกันความเหนียวแน่นไม่เป็นสองรองใคร อย่างไรก็ตามแน่นอนเมื่อ อลิสซอน กลับมา เขาก็ต้องลีกทางให้ แต่เชื่อแน่นอนว่าเขาจะยังคงมีโอกาสในบอลถ้วยอย่างแน่นอน 

สถิติน่าสนใจ

สำหรับ ลิเวอร์พูล ยังคงไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ในการลงเล่นในลีก ชนะ 9 เสมอ 1 นัด นอกจากนี้พวกเขายังทำสถิติ เก็บชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก 17 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นชัยชนะติดต่อกันยาวนานอันดับสองในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำได้ 18 นัดติดช่วงระหว่าง สิงหาคม ถึง ธันวาคม 2017 น่าเสียดายมาสะดุดเสมอในเกมแดงเดือดจึงไม่ได้สานต่อสถิติในข้อนี้ต่อ แต่ทว่าพวกเขายังเดินหน้าทำสถิติไม่แพ้ทีมใดในแอนฟิลด์ได้อยู่ ล่าสุดหลังเอาชนะ สเปอร์ส ได้ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติไม่แพ้เกมลีกในบ้านเป็นนัดที่ 45 ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังสามารถพลิกกลับมาเอาชนะคู่แข่งในแอนฟิลด์จากที่นำไปก่อนได้ถึง 10 นัดติดต่อกันแล้ว ยัไม่หมดเท่านั้น หากนับรวมทั้งเกมเหย้าและเยือนในลีก ลิเวอร์พูล ไม่แพ้มาแล้ว 27 นัดติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานสุดของสโมสร นับตั้งแต่ที่เคยทำได้ 31 นัดติดต่อกันช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม 1987 ถึง มีนาคม 1988 เรียกได้ว่าเดินหน้าทำสถิติอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีท่าทีที่จะสะดุด 

 

และนี่คือเรื่องน่าสนใจทั้งหมดในรอบ 10 เกมที่ผ่านมาของ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงตารางคะแนนในปัจจุบัน คงต้องมาตามดูกันต่อว่า ฤดูกาลนี้พวกเขาจะสามารถโบยบินไปได้ถึงฝั่งฝันหรือไม่ 

 

RELATED NEWS