บ๊วยเกือบติดคอ! 5 ประเด็นเด็ด ‘หงส์แดง’ มีหวิวกว่าจะตบ แตนอาละวาด

บ๊วยเกือบติดคอ! 5 ประเด็นเด็ด ‘หงส์แดง’ มีหวิวกว่าจะตบ แตนอาละวาด

ทัพ “หงส์แดง” ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงคอนเซ็ปต์ “ไม่เสียวไส้ ไม่ใช่ ลิเวอร์พูล” อยู่เหมือนเดิม เพราะจากสกอร์ที่เปิดบ้านตบเอาชนะ วัตฟอร์ด 2-0 บ๊วยของตาราง หากดูด้วยตาเปล่า เหมือนจะสบาย แต่ถ้าใครได้นั่งติดตามเกมครบ 90 นาที บอกเลยว่า 3 แต้ม ได้มาแบบหืดจับเหลือเกิน

มีหลายประเด็นเกิดขึ้นในแมตช์นี้ ทั้งเรื่องฝีเท้าและโชคดวง ไปติดตามกับสิ่งที่เกิดขึ้นกันดีกว่า

  1. เกมโต้กลับ “หงส์แดง” อันเลื่องชื่อ

ต้องยอมรับโดยดีว่า การมาบุกใส่ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะที่รังแอนฟิลด์ เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะแนวรุก “หงส์แดง” จะใช้สปีดความเร็ว โต้กลับเล่นงานกองหลังคู่แข่ง ที่จะมีช่องว่างเพิ่มมากขึ้น

ในช่วงที่ วัตฟอร์ด แพ็คโซนเกมรับได้ยอดเยี่ยม ทำเอาแนวรุก ลิเวอร์พูล ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พร้อมมีโมเมนท์ที่ “แตนอาละวาด” กดดันใส่เจ้าถิ่น และ หวังจะใช้ลูกเซ็ตพีซ ทำเซอร์ไพรส์ขึ้นนำให้ได้ 

อย่างไรก็ตาม จากนั้นภาพชินตาก็เกิดขึ้น เมื่อลูกเตะมุมของ วัตฟอร์ด ไม่ทำงาน เจอ 3 ประสาน “หงส์แดง” ชิ่งกัน 3 จังหวะ จากแดนตัวเอง ถึงเขตโทษคู่แข่งทันที โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ตวัดให้ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนแทงจังหวะเดียวให้ โม ซาลาห์ สปีดไปรับบอล ก่อนล็อค 1 ครั้ง แตะอีก 1 ที ปั่นด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าประตูไป

ขณะที่ประตูปิดกล่อง ช่วงกำลังเข้าสู่ทดเวลาบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล ก็ใช้เกมโต้กลับอีกครั้ง อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน แทงไปด้านขวาให้กับ มาเน่ ตบเข้ามาตรงกลาง ให้กับ มหาเทพ ดิว็อค โอริกี้ พี่แกกะจะวิ่งมาซัดเต็มข้อ แต่ดันแป้ก ยังดีที่บอลไปเข้าทาง ซาลาห์ โชว์ยิงท่าไขว้ลอดดากผู้เล่น ปิดกล่อง 2-0

  1. วัตฟอร์ด ทำหมูหก และ ลิเวอร์พูล มากับดวง

ทีมมันจะเป็นแชมป์เนี่ย นอกจากจะต้องมีฝีเท้าอันยอดเยี่ยม และ ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ มันจะต้องพกเรื่องของ “โชคดวง” เข้ามาช่วยด้วย เพราะจริงๆแล้ว ลิเวอร์พูล น่าจะต้องเสียประตูด้วยซ้ำ ถ้าใครได้ดูเกมถ่ายทอดสด แต่กระนั้น วัตฟอร์ด กลับทำหมูหกไปดื้อๆ 2 รอบ

จังหวะแรก วัตฟอร์ด ได้เจาะขึ้นมาด้านขวา มีตัววิ่งมาถึงสุดเส้นหลัง โดยมี อับดูลาย ดูกูเร่ ผายมือขอบอล รอตรงจุดนัดพบบริเวณซัดจุดโทษพอดิบพอดี เพื่อนก็เปิดกลับมาให้ตามนัด แต่ไม่น่าเชื่อว่า ดูกูเร่ กลับยิงวืดไปหน้าตาเฉย ทิ้งโอกาสทำเซอร์ไพรส์บุกขึ้นนำ จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

จังหวะสอง ช่วงที่ “แตนอาละวาด” ตามหลัง “หงส์แดง” 0-1 พวกเขาก็มีโอกาสตีเสมอ จากจังหวะที่ เคราร์ด เดโลเฟว กระชากหนี เทรนท์ อาร์โนลด์ ยิงไปติดเซฟ อลิสซอน เบ็คเกอร์ บอลกระดอนมาเข้าทาง อิสไมล่า ซาร์ รอซ้ำโล่งๆหน้าปากประตูประมาณ 6 หลา .. ประทานโทษใครเห็นก็ว่าหาย ที่ไหนได้ ยิงวืดเตะลมขาแทบขาด

ส่วนอีกหนึ่งจังหวะ เป็นช็อตที่ ลิเวอร์พูล เกือบมอบของขวัญให้กับ วัตฟอร์ด เสียเอง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 15 นาทีท้ายของเกม ในขณะที่บรรดา “เดอะ ค็อป” กำลังนั่งกับเล็บ ลุ้นเยี่ยวเหนียว ว่าจะเก็บ 3 แต้มได้หรือ เพราะรูปเกมอึดอัดเหลือเกิน

ทันใดนั้น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แนวรับเบอร์ 1 ดันทะลึ่งคืนหลังไม่ให้เสียงกับ อลิสซอน โชคดีเหลือเกินที่ลูกนั้น ไม่ตรงกรอบ และ กลิ้งหลุนๆออกหลังไปเอง ถึงขั้นที่ภาพช้าจับให้เห็นว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กระโดดลุ้นตัวโก่ง เรียกว่าถ้าทำเข้าประตูตัวเองแบบนี้ น่าจะเป็นช็อตที่ผู้คนพูดถึงกันข้ามวันข้ามคืนแน่นอน แต่ยังดีที่ “หงส์แดง” ยังมากับดวง

  1. เก็บคลีนชีตได้ 3 นัดติดต่อกันในซีซั่นนี้

ถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะมีสถิติเป็นทีมที่เสียประตูน้อยสุดเป็นอันดับ 2 ของลีก แต่กระนั้นทัพ “หงส์แดง” ก็เสียประตูมาแทบทุกนัด อย่างน้อย 1 นัด ต้องมีโควต้าให้เสียนัดละ 1 ตุง ต่อให้จะเก็บ 3 คะแนน มามากมายก่ายกองก็ตาม

อยางไรก็ตาม ขุนพล “เร้ด แมชชีน” เริ่มจะทนไม่ไหวกับความจุกจิกที่ต้องเสียประตูในทุกๆนัด ทำให้พวกเขาร่วมมือร่วมแรงกัน ช่วยกันเก็บคลีนชีตเริ่มตั้งแต่บุกชนะ บอร์นมัธ 2-0, บุกตบ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2-0 และ ล่าสุด เปิดบ้านตบ วัตฟอร์ด ไปด้วยสกอร์ยอดนิยม 2-0

เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีตได้ 3 นัดติดต่อกัน เป็นครั้งแรกในซีซั่นนี้ ซึ่งเครดิตก็ต้องให้กับ อลิสซอน เช่นกัน โดยเฉพาะ 2 เกมที่ผ่านมา นายทวารทีมชาติบราซิล โชว์ซูเปอร์เซฟไปหลายช็อต จนเป็นที่มาทำให้ หงส์แดง ไม่โดนเจาะไข่แดง ต้องดูว่าสถิติเก็บคลีนชีตได้ยาวนานติดต่อกันกี่นัด

  1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำสถิติซัลโวแซงหน้า 2 ยอดดาวยิง “หงส์แดง”

นอกจาก บอร์นมัธ แล้วนั้น วัตฟอร์ด ก็เป็นเหมือนอาหารอันโอชะสำหรับ โม ซาลาห์ เช่นกัน เพราะดาวเตะเลือด “มัมมี่” กดใส่ “แตนอาละวาด” ไปแล้ว 8 ประตู ที่พบกัน ซึ่งรวม 2 ตุง ที่เพิ่งพา “หงส์แดง” เก็บ 3 คะแนนมาได้

เท่ากับว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีสถิติยิงประตูในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 84 ประตู แซงหน้า หลุยส์ ซัวเรซ อดีตดาวยิงตัวเก่ง ที่เคยทำไว้ 83 ตุง เรียบร้อย โดย “ดิ อียิปต์ คิง” ใช้เวลาทำเพียงแค่ 126 เกม น้อยกว่า “คิงหลุยส์” ถึง 7 แมตช์

ไม่เพียงเท่านั้น สถิติดังกล่าวของ โม ซาลาห์ ก็ดีกว่า “เอล นินโญ่” เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอก “หงส์แดง” ยุคจับคู่กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งเคยทำไว้ 142 เกม 81 ประตู 

  1. ลิเวอร์พูล เริ่มเจอปัญหาเดี้ยงเล่นงาน

เรื่องอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ แต่ก็คงไม่มีใครอยากจะต้องมาประสบพบเจอในช่วงโปรแกรมมหาโหด โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม ที่ต้องลงเตะ “บ็อกซิ่ง เดย์” ลากยาวไปถึงช่วงขึ้นปีใหม่ ยิ่งเป็น ลิเวอร์พูล ซึ่งต้องเดินทางไปเตะชิงแชมป์สโมสรโลก ณ ประเทศกาตาร์ ด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากเจอเรื่องโรคเดี้ยงมากกว่าใคร

แต่สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม .. ลิเวอร์พูล เริ่มเจอปัญหาบาดเจ็บไม่หยุดหย่อน เริ่มตั้งแต่ โจเอล มาติป ไล่มา ฟาบินโญ่ ตามด้วย เดยัน ลอฟเรน และล่าสุด จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ก็ต้องถูกถอดออกจากสนามไปอีกในเกมเจอกับ วัตฟอร์ด ไม่รู้ว่าอาการจะหนักขนาดไหน ทว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

ด้วยโปรแกรมชุกโชน ลิเวอร์พูล จะเสียใครไปไม่ได้ เพราะนักเตะทุกคนคือมนุษย์ ไม่สามารถลงเล่นติดต่อกันได้ยาวนานเป็นเดือน ถ้าหากพวกเขาต้องการยืนระยะ อย่างน้อยเพื่อแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ตามหา เรื่องอาการบาดเจ็บ เป็นสิ่งที่ “หงส์แดง” ต้องระมัดระวังให้ดีๆ

RELATED NEWS