ยลโฉม 10 นักเตะที่ลงสนามรับใช้ชาติบ้านเกิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ซึ่งลิสต์รายชื่อนี้มีทั้งนักเตะดังที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรป รวมไปถึงเหล่านักเตะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก แต่ยืนยงคงกระพันในการรับใช้ทีมชาติ
ซึ่งจะมีใครบ้าง ขอบสนาม ของเราได้รวบรวมข้อมูลมาให้ทุกท่านได้ทราบกันแล้ว ...ฮอสซัม ฮัสซัน (อียิปต์) - 176 นัด
กองหน้าทีมชาติอียิปต์ในช่วงระหว่างปี 1985-2006 ที่ลงเล่นไปมากถึง 176 เกม โดย ฮัสซัน ติดทีมชาติครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี ก่อนที่จะค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนกลายเป็นตัวหลักของทัพ "มัมมี่" ได้สำเร็จ และเป็นส่วนสำคัญในการพาชาติบ้านเกิดสอยแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ มาครองมากถึง 3 สมัยด้วยกันในปี 1986, 1998 และ 2006 นอกจากนั้นสถิติรวมทั้งหมดของเจ้าตัวในนามทีมชาติที่รับใช้มานานกว่า 21 ปี คือการซัดไปได้มากถึง 68 ประตู นำมาเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของชาติอยู่ในขณะนี้ ซึ่งดูแล้วสถิติของเขาน่าจะยืนยงคงกระพันไปอีกนาน เพราะด้วยอันดับ 2 ที่ใกล้เคียงในตอนนี้อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ไล่มาแบบห่างไกลถึง 25 ประตู เลยทีเดียว
จานลุยจิ บุฟฟ่อน (อิตาลี) - 176 นัด
ครองสถิติร่วมกับ ฮอสซัม ฮัสซัน สำหรับ บุฟฟ่อน ที่กลายเป็นตำนานนายทวารทีมชาติอิตาลีไปแล้ว เพราะด้วยผลงาน และความสำเร็จที่เขาสร้างกับทัพ "อัซซูรี่" มาแสนนาน ไม่แปลกที่แฟนบอลจะยกย่อง และให้เกียรติเขาเป็นแข้งเบอร์ต้นๆ ที่ครองหัวใจของพวกเขา โดย บุฟฟ่อน ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 1997 ซึ่งกุนซือของทีมในตอนนั้นคือ เชซาเร่ มัลดีนี่ ส่วนตัวของ บุฟฟ่อน เองในช่วงแรกยังคงไม่ได้ยึดเป็นหมายเลข 1 ของทีม เพราะมีรุ่นพี่อย่าง จิอันลูก้า ปายูก้า ยืนขวางหน้าอยู่ ก่อนที่เขาจะเริ่มยึดอำนาจมาครองในมือได้สำเร็จในช่วงปี 1999 ก่อนที่จะโยงยาวมาจนถึงปี 2018 ความสำเร็จที่โดดเด่นของ บุฟฟ่อน กับทีมชาติอิตาลี คงหนีไม่พ้นแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2006 ที่เขาคือกำลังสำคัญลงเล่นครบทุกวินาที และเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเจ้าตัวที่มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว รวมถึงจบเป็นอันดับที่สองของรางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนั้นอีกด้วยเคลาดิโอ ซัวเรซ (เม็กซิโก) - 178 นัด
ปราการหลังทีมชาติเม็กซิโกที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำแพงเหล็กให้ทัพ "จังโก้" แม้จะติดครั้งแรกตอนอายุ 23 ปีแล้วก็ตาม แต่ทว่าหลังจากนั้นเข้าตัวคือนักเตะคนสำคัญของทีมชาติที่ผ่านทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาแทบจะหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น โคปา อเมริกา, โกลด์ คัพ หรือ ฟุตบอล โดยในรายการใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก ทางฝั่ง ซัวเรซ ผ่านการแข่งขันมาทั้งหมด 3 ครั้ง คือในช่วงปี 1994, 1998 และ 2006 ซึ่งชื่อของเขาจะเริ่มหายไปจากสารบบทีมชาติช่วงเริ่มต้นยุค 2000 ก่อนกลับมาสู่ทีมอีกครั้งใน 2006 และมีชื่อไปลุยศึกฟุตบอลโลกอีกครั้ง แต่ทว่าก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยสักวินาทีเดียว เกียรติประวัติของเขากับทีมชาติคือคว้าแชมป์โกลด์ คัพ มาครอง 3 ในปี 1993, 1996 และ 1998 ส่วนอีกรายการคือ คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เมื่อปี 1999 ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2010 พร้อมเป็นเจ้าของลงสนามให้ทีมชาติเม็กซิโกมากที่สุดจนถึงตอนนี้ด้วย
โมฮาเหม็ด อัล-เดยาน (ซาอุดิอาระเบีย) - 178 นัด
นายด่านส่วนสูง 190 เซนติเมตร เจ้าของแข้งที่ติดทีมชาติซาอุดิอาระเบียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภายหลังลงเล่นเกมแรกตั้งแต่ปี 1993 ก่อนที่จะลากยาวจนกระทั่งถึงปี 2006 ก็หันหลังการรับใช้ชาติบ้านเกิดไป ซึ่งต้องบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในนายทวารที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของซาอุดิอาระเบีย เลยก็ว่าได้ เพราะในนามสโมสรที่ตลอดชีวิตค้าแข้งเขาลงเล่นเพียง 2 ทีมนั้น คว้าแชมป์รวมกันมากถึง 17 โทรฟี่แชมป์ ส่วนในนามทีมชาติเขาเคยเอื้อมมือไปสัมผัสแชมป์เอเชียน คัพ เมื่อปี 1996 รวมไปถึงแชมป์ กัฟฟ์ คัพ และ อาหรับ เนชั่นส์ คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย โดยชีวิตนักฟุตบอลของ อัล-เดยาน เพิ่งประกาศแขวนถุงมือไปเมื่อช่วงปี 2010 หลังโกยความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ซึ่งปัจจุบันในวัย 49 ปี ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าเขาผันตัวไปรับงานคุมทีม หรือว่า ทำงานให้กับทีมไหนแต่อย่างใดคริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) - 180 นัด
ดาวเตะผู้เป็นเจ้าของสถิติหลายอย่างของทัพ "ฝอยทอง" ล่าสุดก็เพิ่งทำลายสถิติเป็นแข้งที่กระหน่ำประตูในนามทีมชาติได้มากที่สุดตลอดกาลจำนวน 111 ประตู นอกจากนั้นยังครองสถิติลงเล่นในนามทีมชาติโปรตุเกส และลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุดในยุโรปอีกด้วยจำนวน 180 นัด โดยเจ้าของโค้ดเนม CR7 ติดทีมชาติครั้งแรกคือเมื่อปี 2003 ตอนนั้นเจ้าตัวเพิ่งอายุเพียง 18 ปี เท่านั้น ก่อนที่จะยึดครองพื้นที่ของทีมมาตลอดจวบจนทุกวันนี้ ผ่านการลงเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาแบบนับไม่ถ้วน แถมประสบความสำเร็จพาทีมชาติโปรตุเกสสอยแชมป์ยูโรมาแล้วเมื่อปี 2016 รวมไปถึงแชมป์เนชั่นส์ ลีก เมื่อปี 2019 ซึ่งเมื่อนับมาถึงตรงนี้ โรนัลโด้ กับทีมชาติโปรตุเกสแทบไม่มีสถิติอะไรให้เขาเดินหน้าทำลายแล้ว มีเพียงเพิ่มเรื่องของตัวเองทั้งการลงสนาม และยิงประตูไปอีกเรื่อยๆ ส่วนถ้าจะมีภารกิจอะไรสักอย่างให้ทำก่อนหันหลังจากไปก็คือแชมป์ฟุตบอลโลกโทรฟี่เดียวที่ โรนัลโด้ ยังไม่อาจเอื้อมมือไปสัมผัสได้
เซร์คิโอ รามอส (สเปน) - 180 นัด
ปราการหลังที่ขึ้นแท่นเป็นตำนานของทัพ "กระทิงดุ" ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยจากวีรกรรมที่ผ่านๆ มา ในเรื่องของความสำเร็จในการรับใช้ทีมชาติ รวมไปถึงการยืนระยะเป็นตัวหลักของทีม โดย รามอส ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2005 ก่อนรับใช้มาอย่างยาวนานกว่า 16 ปี ผ่านทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มาหมดแล้ว และผ่านช่วงเวลาที่พีคขั้นสุดของทีมชาติมาแล้วที่กวาดแชมป์แบบไม่หยุดหย่อนทั้งฟุตบอลโลกปี 2010 รวมไปถึงแชมป์ยูโร 2 สมัย ในปี 2008 กับ 2012 นอกจากนั้นช่วงเวลาย่ำแย่เขาก็อยู่ร่วมทุกข์มาแล้วอย่างฟุตบอลโลก 2014 ที่ตกเพียงรอบแรก พร้อมผลงานที่ไม่เอาอ่าวอะไรทั้งนั้น รวมไปถึงบอลโลก 2018 ที่ไปในฐานะตัวเต็งชาติหนึ่งแต่กลับตกรอบ 16 ทีมแบบเหลือเชื่อ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาอย่างที่บอกไป รามอส นั้นอยู่ในทุกห้วงเวลาของทัพ "กระทิงดุ" ทีมนี้ แม้ปัจจุบันด้วยอายุที่เริ่มเพิ่มมากขึ้น และโอกาสของเขากับทีมชาติก็ไม่รู้จะหวนกลับมาเมื่อไหร่ แต่ทว่ากับสถิติที่เขาทำไว้อย่างลงเล่นกับทีมมากถึง 180 นัด มันจะยังคงยืนหยัดอยู่ในอีกแสนนานอย่างแน่นอนอาร์เหม็ด มูบารัค (โอมาน) - 182 นัด
แข้งสตาร์ชาวโอมานที่แฟนบอลชาวไทยน่าจะคุ้นหูชื่อของเขามากพอสมควร เพราะเข้า มูบารัค ก็เคยยิงประตูทัพ "ช้างศึก" ของเรามาแล้วด้วย โดย อาร์เหม็ด มูบารัค ออกสตาร์ทนัดแรกกับทีมชาติคือเมื่อปี 2003 ก่อนลากยาวลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของทวีปอย่าง เอเชียน คัพ หลายสมัย แม้จะไม่อาจพาทีมไปถึงฝั่งฝันได้ก็ตาม ด้วยตำแหน่งของเขาที่เล่นในบทบาทของเซ็นเตอร์ฮาล์ฟแต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือเจ้าตัวคือดาวซัลโวตลอดกาลของ โอมาน ในอันดับที่ 5 จำนวน 23 ประตู เรียกได้ยิงจนกองหน้าบางคนต้องอายกันไปบ้าง ส่วนเรื่องสถิติลงสนามมากที่สุดเขายังคงยึดครองเป็นหมายเลข 1 และทิ้งห่างเหล่าผู้ตามแบบห่างไกลเหลือเกิน ทั้งนี้ปัจจุบันมูบารัค ในวัย 36 ปี ยังคงค้าแข้งอยู่กับสโมสร อัล โอรูบา ทีมในประเทศบ้านเกิด แต่ทว่ารายชื่อของเขาหลุดจากทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2019 แม้จะยังไม่ได้ประกาศหันหลังเลิกเล่นทีมชาติก็ตาม










