background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

เช่นเดียวกับคู่สุดมัน์สเมื่อคืนนี้ เมื่อ เยอรมัน อีกทีมยักษ์ใหญ่ นำก่อนจากจุดโทษในครึ่งแรก แต่แล้วครึ่งหลังก็มาถูกทีมรองอย่าง ญี่ปุ่น พลิกกลับมาชนะได้ 1-2

โดยแน่นอนเกมคู่นี้ มีหลายประเด็นที่น่าพูดถึงและต้องพูดถึงกัน ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเรา จะพาไปเก็บตกกันแบบละเอียดยิบให้ครบทุกประเด็นเด่นเลยครับ …


11 ตัวจริง : ญึ่ปุ่น มาแบบเซอร์ไพรส์ เล็กน้อย

สำหรับตัวจริงฝั่ง เยอรมัน เราไม่ได้คิดว่ามีตัวไหนพลิกโผ นำทีมมาโดยเหล่าตัวดังอย่าง มุลเลอร์, นอยเออร์, กุนโดกัน, ฮาแวร์ตซ์, รูดิเกอร์ และอีกมากมาย

ส่วนฝั่ง ญึ่ปุ่น เราประหลาดใจเล็กน้อยที่พวกเขาเลือกดร็อปนักเตะตัวเก่งอย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ แนวรับสารพัดประโยชน์ของ อาร์เซน่อล และ คาโอรุ มิโตมะ แนวรุกตัวจี๊ดของ ไบรท์ตัน

แต่ก็ยังนำทัพมาโดย ยูอา มิคามิ, ไอมิ ฟุคาดะ เอ้ย! ไม่ใช่ นำทัพมาโดย ทาเคฟุสะ คุโบะ เมสซี่ญี่ปุ่น, 
มายะ โยชิดะ อดีตแนวรับเซาธ์แฮมป์ตัน หรือจะ ยูโตะ นากาโตโมะ แบ็คตัวเก๋า ที่กลายเป็นผู้เล่นทัพปลาดิบคนแรกที่ลงเล่น บอลโลก ถึง 4 ทัวร์นาเมนต์

และอีกเกร็ดที่น่าสนใจช่วงก่อนเกมคือ ผู้เล่น ญูี่ปุ่น ชุดนี้ มีนักเตะที่อยู่ในสังกัดของทีมในลีก เยอรมัน มากถึง “8 คน” ในขณะที่มีนักเตะจากสังกัดทีมญึ่ปุ่นที่ “7 คน” น้อยกว่าซะงั้น

รูปเกม : ครึ่งแรก เยอรมัน, ครึ่งหลัง ญี่ปุ่น

ครึ่งแรกต้องบอกว่าทัพ อินทรีเหล็ก ครองเกมได้อย่างหมดจด ออกนำจากลูกจุดโทษ ครองบอลได้ถึง 81% หาโอกาสยิงได้ถึง 13 ครั้ง ในขณะที่บีบให้ ญี่ปุ่น ได้โอกาสยิงเพียงครั้งเดียว แถมไม่ตรงกรอบซะด้วย หรือนอยเออร์ไม่ต้องออกแรงเซฟเลยว่างั้นใน 45 นาทีแรก

แต่ความผิดพลาดของ เยอรมัน ในครึ่งแรกก็คือ พวกเขาไม่เด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่หาโอกาสได้มากมาย จนทำให้ใน 45 นาทีหลัง ญี่ปุ่น จึงยังได้มีโอกาสแก้ตัว

ทัพซามูไรเล่นดีขึ้นอย่างชัดเจนในครึ่งหลัง เพรสมากขึ้น รุกสู้มากขึ้น จนสร้าง-จนหาโอกาสยิงได้เป็นสิบครั้ง และสามารถตีเสมอได้สำเร็จ จนทำให้ทัพ เยอรมัน ดูจะเสียสมาธิ และอีก 8 นาทีต่อมา ทัพเจแปนก็สามารถลงโทษ ทำประตูแซงคว้าชัย พลิกคว้า 3 แต้มไปครองแบบสุดมันส์

เยอรมัน ผิดฟอร์มหลายคน

ต้องบอกว่าไม่น่าเชื่อ ว่าเป็นวันที่ทัพ เยอรมัน พร้อมใจกับผิดฟอร์มกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็นตัวความหวังอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ที่เงียบมาก ๆ

ส่วนหนักสุดคงต้องเป็น นิคลาส ซูเล่ ที่วันนี้ยืนแบ็คขวาแบบเติมก็ไม่ได้ รับก็ไม่ดี ประตูที่ทีมโดนตีเสมอก็เริ่มมาจากฝั่งของเขา บางทีเราคิดว่ากุนซือ ฮันซี่ ฟลิค นัดหน้า น่าจะลองให้ โยชัว คิมมิช ไปยืนแทนดูนะ

ส่วน คิมมิช นัดนี้ก็ไม่ได้ดี คอนโทรลแดนกลางไม่ได้เลย ชะลอเกมสวนกลับของ ญี่ปุ่น ไม่ได้เช่นกัน ถือว่าเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง

ส่วนหน้าเป้าอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็น่าผิดหวังเช่นกัน แทบไม่ได้สร้างความอันตรายในเกมรุกให้ทีมเลย เรียกได้ว่าช่วงหลังทัพ เยอรมัน ค่อนข้างมีปัญหากับการไม่มีหน้าเป้าธรรมชาติดี ๆ บางทีเราก็คิดว่าพวกเขาน่าจะลองให้ ยูสซุฟา มูโกโก้ กองหน้าดาวรุ่งวัย 17 ยืนตัวจริงดูเหมือนกันนะครับ จบดี ความเร็วมี อาจเวิร์คก็ได้

และของฝั่ง ญี่ปุ่น จะขอมาชื่นชมละกัน เรื่องคนทำประตูคงมีคนชมเยอะแล้ว เราจึงอยากมาชม ชูอิจิ กอนดะ นายประตูของ ญี่ปุ่น ที่แม้จะพลาดทำทีมเสียจุดโทษ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เสียความมั่นใจ สามารถเซฟช่วยทีม โดยเฉพาะการเซฟ 4 ครั้งรวด ที่ช่วยให้ ญี่ปุ่น ยังอยู่ในเกม และมีส่วนที่ทำให้ทีมฮึดกลับมาได้เช่นกัน


รูดิเกอร์ เขินเบย 

ขอเอามาแซวแยกเลยล่ะกัน ถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้คนพูดถึงเยอะมากหลังจบเกม โดยเหตุมันเกิดในช่วงที่ เยอรมัน ยังนำ ญูี่ปุ่น อยู่

เกิดมีช็อตให้โลกจดจำ เมื่อ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โชว์สเต็ปประจำ วิ่งสับขาแบบสุดกวนมาบังบอลออกหลัง จนได้เสียงฮือฮา แต่ท้ายที่สุดฮาไม่ออก เพราะ เยอรมัน พลิกกลับมาแพ้ไง

งานนี้ พี่แกเลยโดนคนที่รู้สึกว่าท่าของแกมันหยาม มันน่าหมั่นไส้ ตามมาสมน้ำหน้ากันตรึม ซึ่งส่วนทางเราแล้ว ท่า รูดิเกอร์ หยามไม่หยามเราไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือ เล่นเก้อแบบนี้ ‘เขิน’ แน่นอนฮะ


‘การแก้เกม’ จุดที่แตกต่างที่สุด

นี่คือหนึ่งในจุดที่สร้างความแตกต่างในเกมนี้ กับการแก้เกม เมื่อมองไปที่ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ เยอรมัน เขาเลือกถอด อิลคาย กุนโดกัน นักเตะที่นอกจากเป็นคนทำประตูแล้ว ยังเป็นคนที่เล่นได้ดีที่สุดในสนาม ออกจากเกมตั้งแต่ยังไม่ถึงนาที 70 จะเรื่องความฟิตอะไรเราไม่รู้แน่ชัด แต่ที่แน่ ๆ คือมันไม่คุ้มกับที่จ่ายไปเลย

เพราะจากนั้นเกมของ เยอรมัน ดร็อปลงอย่างชัดเจน ยังไม่รวมถึงการเปลี่ยนเอา จามาล มูเซียล่า แนวรุกที่ดูจะวูบวาบและพอพึ่งได้ที่สุดออก แล้วจากนั้นเกมริมเส้นของทัพ อินทรีเหล็ก ก็อื้อไปเลย พอมาโดนพลิกแซง พวกเขาจึงแทบไม่มีโอกาสได้เสียว ได้ลุ้นตีเสมอเหน่ง ๆ เลย น่าผิดหวังมากครับ กับการแก้เกมของ ฟลิค

ในขณะที่ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เฮดโค้ช ญึ่ปุ่น เปลี่ยนตัวไหนมาก็ถูกต้องไปหมด ทั้งการส่ง ริทสึ โดอัน ลงมาตีเสมอ, ส่ง ทาคุมะ อาซาโนะ ลงมาซัดประตูชัย

หรือจะส่ง มิโตมะ ปีกจาก ไบรท์ตัน ลงมาปั่นป่วนได้เป็นอย่างดี หรือจะ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ส่งลงมาก็มีส่วนกับประตูตีเสมอของทีม หรือจะ โทมิยาสุ ที่ลงช่วยเกมรับได้ดีในครึ่งหลัง


อาซาโนะ ไม่เสียชื่ออดีตนักเตะ อาร์เซน่อล

คนนี้ ก็ต้องขอพูดแยกเลย ไม่รู้ว่าช่วงในเกม ก่อนเขาถูกเปลี่ยนลงสนาม จะมีใครจำเขาได้มากขนาดไหน ว่าชายคนนี้ คืออดีตนักเตะของ อาร์เซน่อล 

โดย ทาคุมะ อาซาโนะ เคยถูก อาร์แซน เวงเกอร์ ดึงตัวมาร่วมถิ่น เอมิเรสต์ ในปี 2016 เขาอยู่ในสังกัด ปืนใหญ่ มาถึง 3 ปี น่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสลงสนามเลยสักนาที

ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวกำลังค้าแข้งอยู่กับ โบคุ่ม ในลีก บุนเดสลีกา และอย่างน้อย ๆ เมื่อคืนก็ได้แสดงให้เห็นว่าสายตาของ เวงเกอร์ ไม่ได้ถึงกับผิดพลาด อาซาโนะ เขามีของ โดยเฉพาะความมุ่งมั่น และขอยกนิ้วโป้งให้กับการยิงประตูชัยเลยครับ สุดจริง ๆ


เยอรมัน จะซ้ำรอยไหมหนอ?

แพ้นัดเปิดสนาม บอลโลก เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ ไม่แปลครับกที่ทำให้แฟนคลับทัพ อินทริเหล็ก เริ่มกังวลใจว่า เยอรมัน ของพวกเขา จะต้องมาตกแค่ในรอบแบ่งกลุ่ม แบบหนที่แล้วอีกหรือไม่

แถมนัดต่อไปต้องมาเจอกับ สเปน ที่ฟอร์มโคตรดุ หาก เยอรมัน ยังนำแล้วเล่นเอื้อยเฉื่อยแบบนัดเมื่อคืน เจอใครก็อาจจะโดนเล่นได้เสมอ

แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังมีโอกาสพลิกเข้ารอบได้ หากทำผลงานได้ดีใน 2 นัดที่เหลือ หรือว่าเล่นทั้งเกมให้ได้แบบที่ทำในครึ่งแรกกับ ญี่ปุ่น ก็คงน่าไม่มีปัญหา แต่ก็นั่นแหละครับ รอดูกันต่อไป…


ใด ๆ ของชม ญึ่ปุ่น ปิดท้าย

วินัย, สปิริต, ใจสู้ นี่น่าจะเป็นคำที่อธิบายถึงความเป็นฟุตบอลทีมชาติ ญี่ปุ่น และในเกมเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี พวกเขาใส่สุดทุกโอกาสที่มี เล่นเกมรับอย่างเต็มที่ จังหวะเกมรุก ช็อตไหนยิงได้ยิง พวกเขาพร้อมจะเสี่ยง และก็ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกลับมา และมันยังเป็นนัดแรกที่ ญี่ปุ่น สามารถเก็บชัยชนะเกม บอลโลก ได้หลังจากเป็นฝ่ายตามหลังด้วย สปิริตยอดเยี่ยมจริง ๆ

โดยนัดหน้า พวกเขาจะได้เจอกับ คอสตาริก้า ทีมบ๊วยของกลุ่ม หากชนะได้ ทัพซามูไร จะมีโอกาสได้เข้าสู่รอบ 16 ทีมสูงมาก ๆ 3 แต้มเมื่อคืนช่างเป็นอะไรที่สำคัญจริง ๆ

และจากนัดเมื่อคืน มันก็เป็นอีกเกมได้บอกเราว่า แม้นักเตะทีมคุณ 11 คน อาจจะด้อยกว่าฝั่งตรงข้ามแทบทั้งหมด แต่ฟุตบอลมันไม่ใช่การดวลตัวต่อตัว มันคือการเล่นเป็นทีม และ ญี่ปุ่น มีความเป็นทีมที่ดีกว่าจริง ๆ เมื่อคืนนี้ ต้องขอปรบมือให้พลพรรคแดนอาทิตย์อุทัยเลยครับ นายแน่มาก!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline