10 ผลงานชิ้นโบว์แดง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ของ พล.ต.อ.สมยศ

ย้อนดูผลงานเด่นของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การบริหานงานของนายกสมาคมฯ ที่ชื่อ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มีอะไรเข้าตาบ้าง เราคัดมาเป็น 10 ผลงานชิ้นโบว์แดงของสมาคมชุดนี้

เข้าสู่ปีที่ 4 ของการบริงานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งผลงานที่เข้าตาและไม่เข้าตา แต่ในครั้งนี้เราจะขอนำทุกท่านไปดูกันว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชุดนี้ ได้สร้างอะไรไว้บ้าง และมีอะไรที่ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง

1.สร้างที่อยู่สมาคมฯ เป็นหลักแหล่งในเวลา 1 ปี

ก่อนหน้านี้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งอยู่ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ซึ่งหากใครเคยเดินทางไปจะรู้ว่าค่อนข้างจะคับแคบและค่อนข้างเล็กมีสภาพเก่าไม่เหมือนกับสมาคมกีฬาใหญ่อื่น ๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีที่ทำการเป็นของตัวเองเกือบทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้เข้ามานั่งในตำแหน่งประมุขฟุตบอลไทย จึงได้มีการก่อสร้างที่ทำการของสมาคมขึ้นมาใหม่ที่บริเวณภายใน การกีฬาแห่งประเทศไทย ด้วยเงินส่วนตัวกว่า 30 ล้านบาท ผลที่ออกมาคือ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โฉมใหม่ที่ดูทันสมัย กว้างใหญ่ กว่าเดิมและได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากในเรื่องของความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อกับสมาคมฟุตบอลฯ

2.สร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ใช้เวลา 2 ปี

อีกหนึ่งนโยบายที่ “บิ๊กอ๊อด” ประกาศเอาไว้คือการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งก็ได้ดำเนินการทันทีและเสร็จสิ้นในปี 2560 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยทางมหาวิทยาลัยให้ความเอื้อเฟื้อเรื่องสถานที่ทำงานและก่อสร้างสนามฟุตบอล ประกอบไปด้วยสนามหญ้าจริง 1 สนาม และ สนามหญ้าเทียม 1 สนาม สนาม 7 คน 1 สนาม และ สนามฟุตบอลชายหาดแบบทันสมัยอีก 1 สนาม

ซึ่งนักกีฬาทีมชาติทุกรุ่นทุกอายุจะมาเก็บตัวที่นี่ เพราะที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งหอพัก ที่มี 40-120 ห้อง และมีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการเก็บตัว และล่าสุดทาง นายกสมาคมฟุตบอลฯ ยังมีความคิดที่จะสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ แห่งใหม่ที่ทันสมัยและครบวงจรขึ้นมาอีกโดยกำลังมองหาสถานที่ตั้งเพื่อดำเนินการให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ สมาคมฟุตบอลฯ แต่เพียงผู้เดียวในอนาคต

3.สร้างโค้ช 1,800 คน ในระยะเวลาปี 3 ปี

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชุดนี้ถือนโยบายสร้างคนสร้างงาน สร้างอาชีพ ตามหลักมาตรฐานสากล โดยได้มีการร่วมมือกับ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ภายใต้การรับรองของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่าจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนในระดับต่าง ๆ ซึ่งภายในระยะเวลา 3 ปี ได้สร้าง ผู้ฝึกสอนระดับไลเซนส์ต่าง ๆ ถึงจำนวน 1800 คน และนอกจากนั้นยังมีการเปิดอบรมหลักสูตรโค้ชฟุตบอลให้กับบุคคลภายนอกด้วย อาทิเช่น สื่อมวลชนสายกีฬา เป็นต้น ทำให้มีความเข้าใจถึงกีฬาฟุตบอลได้มากขึ้น ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการเปิดอบรมแบบนี้มาก่อน

4.ใช้หนี้สรรพากรและอื่นๆ กว่า 300 ล้านบาท ภายในระยะเวลาปี 3 ปี

ในช่วงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยุค “บิ๊กอ๊อด” ประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เงินที่ใช้ในการบริหารสมาคมฯ เนื่องจากจะต้องจ่ายเงินค่าภาษีค้างจ่ายให้กับสรรพากร จากการบริหารงานในอดีตนับร้อยล้านบาท ทำให้สมาคมฯต้องสำรองเงินไว้จ่ายหนี้ในส่วนนี้ และสมาคมฯ ก็ได้จ่ายเช็คไปให้กับกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากสมาคมไม่สำรอง หรือไม่เตรียมเงินส่วนนี้ไว้ เช็คเด้งสมาคมอาจจะถูกปรับหรืออาจจะถูกดำเนินคดีซึ่งในการดำเนินคดีของสรรพากร คือ อาจจะฟ้องล้มละลายสมาคมฯ หรืออาจจะฟ้องยึดทรัพย์สินของสมาคมฯ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จึงต้องตัดสินใจหาเงินมาใช้หมุนเวียนในสมาคมฯ

โดยได้นำเงินนอกระบบมาหมุนเวียน ทำให้สมาคมเป็นหนี้ประมาณ 80 ล้านบาท และยังต้องสำรองเงินมาไว้จ่ายกรมสรรพากร ซึ่งสมาคมได้จ่ายเช็คไปเรียบร้อยแล้วกว่า 100 ล้านบาท และในปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลฯ ได้บริษัท แพลน บี เข้ามาเป็นตัวแทนบริหารสิทธิประโยชน์ ทำให้ สมาคมฯมีสภาพคล่องในการบริหารงานมากขึ้น หลังจากเคลียร์หนี้สิ้นที่เกิดจากการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลฯ ชุดเก่า ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

5..ทีมชาติไทย ได้รับเงินอัดฉีด ไม่ต้องทวง

หากแฟนฟุตบอลท่านใดติดตามความเคลื่อนไหวของ ฟุตบอลไทย มาอย่างยาวนานทั้งในอดีตและปัจจุบัน คงจะพอทราบกันดีว่าการอัดฉีดถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญให้กับนักกีฬา ซึ่งในอดีต สมาคมฟุตบอลฯ ชุดเก่า ได้มีการประกาศอัดฉีดแต่หลังจากเสร็จสิ้นทัวร์นาเม้นต์แล้วกับมีเสียงทวงถามจาก ทีมงานสตาฟ์โค้ชและนักกีฬา ถึงเรื่องเงินอัดฉีดว่ายังไม่ได้รับบ้าง รับไม่ครบบ้าง ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแน่ชัดเลยว่าได้กันครบถ้วนหรือยังเพราะได้หมดวาระไปเรียบร้อยแล้ว

ต่างกับปัจจุบันที่หากประมุขบอลไทยอย่าง พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประกาศอัดฉีดเมื่อไหร่กลับมาปุ๊บจ่ายปั๊บไม่ต้องทวงถามให้เสียอารมณ์และนี่ก็คือสิ่งที่สร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬาในสังกัด สมาคมฟุตบอลฯ ทุกคน ที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “พูดจริง ทำจริง ให้จริง”

6. ฟุตบอลลีกอาชีพ ได้รับเงินสนับสนุน ตามกำหนดเวลาครบทุกบาทไม่ต้องทวงถาม

ตลอดปี 2018 ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การสนับสนุนเหล่าสโมสร สมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับ ลีกสูงสุดจนถึงลีกสมัครเล่น โดยในปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้มีการมอบเงินสนับสนุนให้กับสโมสรสมาชิกมาอย่างต่อเนื่องรวมเป็นจำนวนเงิน 555,690,000 บาท ซึ่งว่าเป็นการมอบเงินสนับสนุนให้กับสโมสรต่าง ๆ ในระดับต่าง ๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาสโมสรตามนโยบายของ สมาคมฟุตบอลฯ ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับทั้งสโมสรและท้องถิ่น หากสโมสรแข็งแกร่งแล้วก็จะก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนตามมาเช่นกัน

7.ติดตามดำเนินคดีเพื่อทวงเงินสิทธิประโยชน์ที่หายไปคืนมา

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมถ์ นำโดย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ยื่นฟ้อง บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นคดี แพ่ง คดีหมายเลขดำที่ทป.179/2561 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ทั้งนี้ สมาคมฟุตบอลฯ ยื่นฟ้อง บ.สยามสปอร์ตฯ ในข้อหาหรือฐานความผิด สัญญาสิทธิประโยชน์, ลิขสิทธิ์, ติดตามเอาทรัพย์สินคืน จำนวนทุนทรัพย์1,139,035,781.70 บาท

ที่ก่อนหน้านี้ทาง “บิ๊กอ๊อด” ได้นำเอกสารต่างๆ ออกมาแฉว่า เงินค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกเมื่อหลายปีก่อนไม่เข้ากระเป๋าของ สมาคมฟุตบอลฯ แต่ดันไปเข้ากระเป๋าของบุคคลที่สาม โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ส่งเรื่องให้ตลาดหลักทรัพย์เอาผิด บริษัท สยามสปอร์ตฯ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเวลานั้นตามเอกสารดังกล่าวมีปรากฎชื่อของ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกด้วย โดยครั้งนี้ศาลนัดชี้สองสถาน วันที่ 1 เมษายน 2562

8.การวางรากฐานฟุตบอลไทยใหม่

ตั้งแต่ก้าวเข้ามานั่งเก้าอี้ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้วางรากฐานการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยใหม่ โดยได้ให้ เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส เข้ามาวางรากฐานฟุตบอลเยาวชนทั้งระบบ ซึ่งบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่ บาร์เซโลน่า ของ สเปน เคยออกแบบการซ้อมให้กับ บาร์เซโลน่า และ ปารีสแซงแชร์กแมง ทีมดังของ ฝรั่งเศส ซึ่งในระดับทีมชาติ ที่เคยจ้าง เอคโคโน เข้ามาทำงานให้ก็มีทั้ง จีน ญี่ปุ่น และ ฟินแลนด์ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่การเข้ามาทำงานให้กับ สมาคมฟุตบอลฯ ก็คือการพัฒนาเยาวชนในรุ่นอายุต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่รุ่นอายุ 14 ปี ไปจนถึงรุ่นอายุ 23 ปี

มีขั้นตอนการส่งต่อผู้เล่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างชัดเจน มีการส่งไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ต่างประเทศอาทิเช่น รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ก็ได้ส่งไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสเปน ร่วมถึงการส่งทีมชาติไทยรุ่นอายุต่าง ๆ เข้าแข่งขันในระดับชาติมากขึ้น ทำให้นักเตะได้มีประสบการณ์และพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ไม่มีเกิดขึ้นในสมัยการบริหารของ สมาคมฟุตบอลฯชุดเก่า แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จเป็นรูปธรรมอาจจะต้องใช้เวลาสักนิดเพราะของอย่างนี้จะใช้เวลาแค่ 3 ปีแล้วจะประสบความสำเร็จคงเป็นไปได้ยาก

9.ปราบปรามการล็อคผลการแข่งขันและการล้มบอลอย่างจริงจัง

อีกหนึ่งสิ่งที่คอยกัดกินวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนานนั้นก็คือการล็อคผลการแข่งขันหรือการล้มบอล จากอดีตถึงปัจจุบันยังไม่มี สมาคมฟุตบอลฯ ชุดไหนลงมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่มาในยุคของ “บิ๊กอ๊อด” ด้วยความเป็นอดีตนายตำรวจ ที่รักในความถูกต้องจึงทนไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ที่ค่อยฉุดดึงให้วงการฟุตบอลไทยไม่ก้าวไปข้างหน้าสักที จึงได้มีการจัดการอย่างเด็ดภายใต้การร่วมมือกับทาง ตำรวจ ทำการสอบสวนในเชิงลับ

กวาดล้างขบวนการล็อคผลสกอร์การแข่งขันและว่าจ้างล้มบอล ไล่ตั้งแต่ นักเตะ กรรมการผู้ตัดสิน ผู้บริหารสโมสร รวมไปถึงนายทุนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งได้มีการออกหมายจับ 12 ผู้เกี่ยวข้องในคดีการล้มบอล ประกอบด้วย นักฟุตบอลอาชีพ 5 ราย กรรมการผู้ตัดสิน 2 ราย ผู้บริหารสโมสร 1 ราย และกลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุนรวม 4 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบัน สมาฟุตบอลฯ ได้จับตาดูในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดหากพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นและมีพยานหลักฐานชัดเจนก็จัดการอย่างเด็ดขาดต่อไป

10.โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา

นอกจากการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยแล้ว สมาคมฟุตบอลไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ยังพร้อมให้ตรวจสอบได้ทุกเรื่องจากทุกหน่วยงาน ต่างจาก สมาคมฟุตบอลฯชุดเก่า ที่มักมีเรื่องให้พูดถึงเกี่ยวกับการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ด้วยการทำงานอย่างเป็นระบบมีการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย อย่างชัดเจน ทั้งที่มาของรายได้ เงินสนับสนุนต่าง ๆ ผลประกอบการของสมาคมและบริษัทไทยลีก ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ตรวจสอบได้ทั้งหมด

จะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ได้ยื่นให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย ตรวจสอบ เรื่องการทุจริตการบริหารงานภายในสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งทาง “บิ๊กอ๊อด” ก็ได้จัดการชี้แจงไปอย่างละเอียดในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นแค่บางส่วนเท่านั้นกับการบริหารงานในตำแหน่ง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ของ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ในช่วงเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา จริงอยู่ที่ว่าผลการแข่งขันที่ออกมาในหลาย ๆ ทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันอาจจะไม่ถูกใจ แฟนบอลชาวไทย มากนัก แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็น่าเชื่อได้ว่าในอนาคต ขุนพลช้างศึก ในทุกชุดจะเป็นนักเตะที่มี คุณภาพและศักยภาพอย่างแน่นอน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่จะทำได้สำเร็จดั่งเป้าหมายในแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ จำเป็นต้องใช้เวลา

ยกตัวอย่างเช่นคู่ปรับในอาเซียนของเราอย่าง เวียดนาม กว่าที่พวกเขาจะก้าวมาประสบความสำเร็จได้ก็อาศัยเวลาการเก็บตัวการฝึกซ้อมร่วมการมาอย่างยาวนานเป็น 10 ปีผลงานที่ออกมาในสนามนั้นจริงอยู่ที่ว่าอยู่ภายใต้การบริหารงานของ สมาคมฟุตบอลฯ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านายกสมาคมฟุตบอลไทยฯ ได้ทำหน้าที่ดูแลในส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนนักกีฬา ผลการแข่งขันที่ออกมาไม่มีใครสามารถกำหนดได้อย่างแน่นอน

ในฐานะเป็นแฟนฟุตบอลไทย คนหนึ่งผมมีความเชื่อลึก ๆ ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะได้เห็นทีมฟุตบอลทีมชาติไทยก้าวสู่ระดับเอเชียและระดับโลกได้สำเร็จ แต่ก็คงต้องอดทนรอกันสักนิด ดังคำกล่าวที่ว่า “กรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน”

RELATED NEWS